Ads

วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2558

อ่านละครออนไลน์ เวียงร้อยดาวออนไลน์ ตอนที่ 6

อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครเวียงร้อยดาวออนไลน์ ตอนที่ 6

 


เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 6

น่านฟ้าตกใจเมื่อเห็นเอกสารระเบียบการสมัครเรียนที่สิบทิศยื่นให้
“ใบสมัครโรงเรียนการเรือน ! นี่มันอะไรกันคะ พี่ชาย ?" น่านฟ้าถาม
“กรอกรายละเอียดในเอกสารให้เรียบร้อย แล้วเอามาให้พี่เย็นนี้" สิบทิศบอก
“หญิงไม่ได้อยากเรียนที่นี่สักหน่อย"
“เป็นลูกผู้หญิง ต้องรู้จักงานบ้านงานเรือน ถึงจะสมเป็นกุลสตรี"
“แต่หญิงอยากไปเรียนต่อที่อังกฤษนี่คะ"
“เรียนที่กรุงเทพนั่นแหละดีแล้ว ท่านยายจะได้ช่วยดูแล ไม่ให้เหลวไหล ออกนอกลู่นอกทาง"
“ท่านยายดุจะตาย แถมยังจู้จี้ขี้บ่น เจ้าระเบียบจัดอีกต่างหาก หญิงเคยไปอยู่ที่นั่นแค่วันเดียว ยังแทบทนไม่ได้ ถ้าให้ย้ายไปอยู่เป็นปีๆจนกว่าจะเรียนจบ หญิงต้องเฉาตายแน่ๆ"
“โตป่านนี้แล้ว ยังเอาแต่คิดเรื่องเล่นสนุก เลิกงอแงเป็นเด็กๆเสียที คำสั่งของพี่ถือเป็น “เด็ดขาด"
น่านฟ้าเบ้ปากแล้วพูดล้อเลียนเบาๆ “คำสั่งของพี่ถือเป็นเด็ดขาด เผด็จการล่ะสิไม่ว่า"
สิบทิศสวมหมวกเพื่อจะออกไปข้างนอก
“วันนี้วันหยุด คุณชายจะออกไปไหนหรือคะ ?" ช้อยถาม
“ไปดูคนป่วยที่บดินทร์ธร"
น่านฟ้าหูผึ่ง “พี่ชายจะไปบดินทร์ธรเหรอ ! ขอหญิงตามไปด้วยคนนะคะ หญิงคิดถึงพี่ร้อยดาวจะแย่อยู่แล้ว นะคะ น๊า…"
“ไม่ได้ !!! เราต้องอยู่นี่ จัดการเอกสารสมัครเรียนพวกนี้ให้เรียบร้อย ก่อนที่พี่จะกลับมา เข้าใจมั้ย" สิบทิศสั่งช้อย “ช้อย ! จับตาดูน่านฟ้าให้ดีทุกฝีก้าว อย่าให้หนีไปเที่ยวเตร่เถลไถลที่ไหนเป็นอันขาด"
สิบทิศหันมามองหน้าน่านฟ้าด้วยสายตาดุ

น่านฟ้าเดินไปไหน ช้อยก็เดินตามติดทุกฝีก้าว พอน่านฟ้าหยุด ช้อยก็หยุด แต่พอน่านฟ้าเดินต่อ ช้อยก็เดินตามจนน่านฟ้ารู้สึกรำคาญ
“จะตามฉันอีกนานมั้ย ช้อย" น่านฟ้ารำคาญ
“เป็นคำสั่งของคุณชาย ให้ช้อยจับตาดูคุณหญิงให้ดีทุกฝีก้าวนี่คะ" ช้อยบอก
“โอ๊ย !!! อะไรกันนักกันหนา ทำอย่างกับหญิงเป็นนักโทษฆ่าคนตายอย่างนั้นแหละ พี่ชายคนเดียวทำให้ชีวิตหญิงวินาศ คอยดูนะ… สักวัน หญิงจะหนีออกจากบ้าน ไม่กลับมาอีก ไม่กลับๆ"
น่านฟ้าขยับจะเดินหนี ช้อยรีบปราดเข้ามาขวางเอาไว้
“คุณหญิงจะไปไหนคะ"
“ไปห้องน้ำ จะตามไปด้วยมั้ย"
น่านฟ้าเดินไป ช้อยจ๋อยแต่ก็ยังตามไป

สิบทิศเอาหูฟังตรวจชีพจรให้ดำรงแล้วก็ขมวดคิ้ว
“หัวใจยังเต้นเร็วผิดปกติ" สิบทิศถามดาหลา “คุณจัดยาให้ท่านรับประทานตามที่ผมสั่งหรือเปล่า"
“ดิฉันก็ทำตามที่คุณชายกำชับไว้ทุกอย่างนะคะ"
“เออแน่ะ !!! คิดว่าตัวเป็นหมอเทวดาหรือไง รักษาไม่ทันไร จะให้ฉันหายเป็นปกติ" ดำรงบอก
“ถึงไม่หายขาด อย่างน้อยอาการของท่านก็น่าจะดีขึ้นบ้าง ไม่ใช่ทรุดลงอย่างนี้" สิบทิศพูดกับดาหลา “ใครเป็นคนจัดอาหารให้ท่านรับประทานในแต่ละมื้อ"
“คุณจงจิตเป็นคนดูแลเรื่องสำรับกับข้าวของคุณท่าน รวมถึงสมาชิกทุกคนในบ้านบดินทร์ธรค่ะ"
“ท่านต้องควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด ให้รับประทานแต่อาหารอ่อน ย่อยง่ายทั้งสามมื้อ ลดปริมาณเนื้อสัตว์ลง รวมทั้งเกลือและน้ำตาลที่ใช้ปรุงอาหารด้วย"
“แล้วดิฉันจะเรียนคุณจงจิตให้ค่ะ" ดาหลาบอก
ดำรงรินน้ำชาใส่ถ้วยแล้วยื่นให้สิบทิศ
“คนแก่จวนจะเข้าโลง มันก็อย่างนี้แหละ ไม่รู้จะวุ่นวายอะไรนักหนา ให้มันมากเรื่องมากความ"
สิบทิศรับถ้วยน้ำชามาแล้วก็เห็นสีแปลกๆ จึงยกขึ้นมาดมแล้วก็รู้สึกแปลกๆ
“ชาดอกยี่โถ ลองชิมดูสิ"
สิบทิศไม่ยอมจิบชาเพราะนึกแปลกใจ
“ผมเพิ่งทราบว่าดอกยี่โถใช้ชงชาได้ ? แต่ในระหว่างนี้ ท่านต้องควบคุมอาหารทุกประเภทอย่างเคร่งครัด ผมอยากให้คุณท่านงดดื่มชาทุกประเภทสักระยะเพื่อรอดูอาการ"
“นู่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ น่ารำคาญจริงๆ พ่อหมอหัวดื้อ" ดำรงว่า
ดำรงบ่นอุบด้วยความหงุดหงิด แต่ก็ยอมทำตามโดยดุษฎี

น่านฟ้าเอาผ้าปิดตาช้อย
“ช้อยแก่แล้วนะคะ คุณหญิง… ชวนเล่นอะไรก็ไม่รู้"
“ถ้าไม่เล่นเป็นเพื่อนหญิง พี่ชายกลับมา หญิงจะฟ้อง" น่านฟ้าบอก
“เล่นก็เล่นค่ะ"
“ดีมาก ! เอาล่ะ คราวนี้ก็นับ 1-20 ดังๆ แล้วค่อยเอาผ้าที่ผูกตาออก ห้ามโกงล่ะ"
“ค่ะ ! เอาละนะ 1…2…3…"
น่านฟ้าสบโอกาสรีบวิ่งไปปั่นจักรยานหนีออกไป ในระหว่างที่ช้อยนับต่อเรื่อยๆ
“20 ! ช้อยจะเปิดตาแล้วนะคะ"
ช้อยเปิดตาแล้วก็ไม่พบน่านฟ้า ช้อยออกตามหาจนทั่วตามสุมทุมพุ่มไม้
“ไปแอบอยู่ที่ไหนน๊า ! คุณหญิงคะ ตรงนี้ก็ไม่มี"
ช้อยเหลือบไปเห็นว่าจักรยานที่จอดพิงอยู่หายไป
“เอ…เมื่อตะกี้จักรยานยังจอดอยู่นี่นา…. หรือว่า…" ช้อยใจหายวาบ “โธ่ ! คุณหญิงนะคุณหญิง หาเรื่องให้ช้อยต้องปวดหัวอีกแล้ว"
ช้อยถอนใจเพราะรู้ตัวว่าหลงกลน่านฟ้าเข้าให้แล้ว

บุรุษไปรษณีย์มาส่งจดหมายหลายฉบับให้บังหนั่นแล้วขี่รถออกไป ร้อยดาวเดินเข้ามา
“จดหมายใครหรือจ๊ะ บังหนั่น ตั้งหลายฉบับ"
“ของคุณท่านน่ะครับ พวกเด็กๆที่คุณท่านอุปการะไว้ เขียนมาขอบคุณที่คุณท่านเมตตาให้ทุนการศึกษา"
“ขอฉันดูหน่อย"
ร้อยดาวรับซองจดหมายจากบังหนั่นมาดูเห็นลายมือจ่าหน้าซองขยุกขยิกคล้ายลายมือเด็ก
ร้อยดาวยิ้ม “เห็นถือไม้ตะพด วางท่าดุๆอย่างนั้น ไม่น่าเชื่อว่าคุณท่านจะใจดี… จดหมายพวกนี้ เดี๋ยวฉันเอาขึ้นไปให้คุณท่านเองจ้ะ"
“น้ำใจของคุณท่านกว้างขวางยิ่งกว่ามหาสมุทร ใครตกทุกข์ได้ยากมา ท่านช่วยหมด แม้แต่ไอ้พวกกะเรวราก นรกส่งมาเกิดพวกนั้นมันไม่มีที่ไป คุณท่านก็ยังอุตส่าห์เลี้ยงเอาไว้ ไม่น่าเลย… เลี้ยงงูเห่าเอาไว้แท้ๆ"
“บังหนั่นหมายถึงใครเหรอจ๊ะ"
“จะใคร ? ก็ไอ้พวกเดนนรก 6 คน ที่มันทำระยำตำบอนกับคุณแม่ของคุณหนูน่ะสิครับ"
บังหนั่นรีบเอามือปิดปากตัวเองเพราะรู้ว่าหลุดปากออกไป
“นมแสงบอกว่าคุณแม่เวียงแก้วผูกคอตายเอง ไม่จริงใช่มั้ย ? บังหนั่นรู้ว่าใครทำให้แม่ฉันต้องตายก็บอกมาสิ ว่าพวกนั้นทำอะไร ฉันจะได้ลากคอพวกมันส่งตำรวจ"
“ต่อให้พวกมันลอยนวล หนีรอดเงื้อมือของกฎหมายไปได้ แต่กฎแห่งกรรมก็กำลังตามไล่ล่าชีวิตพวกมันอยู่แล้วล่ะครับ"
“นายหม่อง กับนายดำ เกี่ยวพันกับการตายของคุณแม่เวียงแก้วใช่มั้ย ?"

ทันใดนั้น ร้อยดาวก็ปวดตาจนแทบลืมตาไม่ขึ้น เธอมองเห็นภาพในอดีตขึ้นมา


เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว

ภาพในอดีตย้อนกลับมา ปั้นและสมุนทั้งห้าคนแย่งกันจะรุมข่มขืนเวียงแก้ว

เวียงแก้วสะอึกสะอื้นร้องไห้มองปกรณ์ที่สีหน้าดุดันเพราะเข้าใจผิด
“ที่นี่เรือนเมียกู พวกมึงรู้หรือไม่" ปกรณ์ถาม
“ระ…รู้ขอรับ ตะ… แต่…" ชิดอึกอัก
“รู้ก็พูดไปสิ อ้ำอึ้งอยู่ได้ อยากตายหรือไง" สร้อยฟ้าว่า
“คุณนายให้ผมชวนพรรคพวกขึ้นมา เอ่อ…." ชิดบอก
เวียงแก้วเบิกตาโต แล้วส่ายหัวเพื่อจะบอกว่าไม่จริง !
ปกรณ์ตะคอก “ให้ขึ้นมาทำไม"
“อะ…เอ่อ… ให้ขึ้นมา…" ชิดก้มหน้านิ่ง “เสพสมขอรับ"
ปกรณ์แค้นจัดจึงไล่เตะถีบทั้ง 6 คนเรียงตัว
“ระยำจริงๆ พวกมึงกล้ามากที่ทำเรื่องอัปรีย์กับเมียกูถึงบนเรือน มีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม เวียงแก้ว"
เต็มเดือนทำท่าเห็นใจ “พูดสิ แม่เวียงแก้ว พูดความจริงออกมา"
“ไม่จริง ! ข้าเจ้าไม่รู้เรื่องนะเจ้า" เวียงแก้วบอก
“กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง ยังจะแกล้งไขสือ อีหน้าด้าน" สร้อยฟ้าว่า
สร้อยฟ้าปราดเข้าไปตบหน้าเวียงแก้วจนร่วงลงกับพื้น จงจิตเห็นห่อผ้าเหน็บอยู่ที่เอวนายชิด
“อะไรอยู่ในนั้น"
“เอามานี่" สร้อยฟ้าฉวยถุงผ้าส่งให้ปกรณ์
ปกรณ์เทของในถุงใส่มือ พอเห็นเป็นสร้อยพม่าที่เคยให้เวียงแก้วเขาก็หมดข้อกังขา
“คุณเวียงแก้วให้พวกกระผมเป็นสินน้ำใจขอรับ" ปั้นบอก
ปกรณ์เหวี่ยงสร้อยพม่าทิ้งกระเด็นหายไปไกลด้วยความแค้น
“หลักฐานมัดตัวหล่อนแน่นหนาขนาดนี้ หล่อนยังจะเสแสร้งแกล้งมารยา ปฏิเสธข้อกล่าวหาอีกเหรอ นังตัวดี" สร้อยฟ้าว่า
เวียงแก้วน้ำตาไหลพราก เธอได้แต่ส่ายหน้าพร้อมกับเกาะขาปกรณ์ ปกรณ์กระชากขาตัวเองออก ด้วยความเจ็บใจจนไม่อยากมองหน้าเวียงแก้วอีก เต็มเดือนเล่นละครว่าตกใจ ส่วนสร้อยฟ้ากับจงจิตแสยะยิ้มเพราะเป็นไปตามแผน
“คุณพี่อุตส่าห์ชุบเลี้ยงให้เป็นเมีย ยังไม่วายทิ้งสันดานหญิงแพศยา"
“แกนี่มันร่าน ! ร่านจริงๆ"
จงจิตกับสร้อยฟ้าหัวเราะเย้ยเวียงแก้วเป็นบ้าเป็นหลัง

เสียงหัวเราะของสร้อยฟ้าและจงจิตดังผสานก้องไปมาเหมือนอยู่ในหุบเขา ร้อยดาวปวดลูกตาจนตาพร่าและหูอื้อไปหมด
“คุณหนู !!!" บังหนั่นเป็นห่วง
ร้อยดาวเห็นภาพบังหนั่นตกอกตกใจพร่ามัวไปหมด สิบทิศลงจากรถเดินเข้ามา
สิบทิศเขย่าตัวร้อยดาว “คุณ ! คุณเป็นอะไรหรือเปล่า"
ร้อยดาวเซลงในอ้อมแขนของสิบทิศที่เข้ามาประคองไว้พอดี

สิบทิศเอาไฟฉายส่องตรวจดูที่ตาของร้อยดาว
“ตาก็ปกติดีนี่ ! ไม่เห็นมีอะไรแปลกปลอม"
สิบทิศจ้องตาร้อยดาวชัดๆ คล้ายตกอยู่ในภวังค์ ร้อยดาวรู้สึกเขินที่มีผู้ชายมาจ้องตา
“ดิฉันหายแล้ว ขอบคุณค่ะ"
“คุณเคยมีอาการแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า" สิบทิศถาม
ร้อยดาวพยักหน้า
“ผมว่าคุณควรหาเวลาไปปรึกษาแพทย์จะดีกว่า"
“ดิฉันก็กำลังนั่งปรึกษากับแพทย์อยู่ไม่ใช่หรือคะ"
“ผมหมายถึงจักษุแพทย์ ที่เชี่ยวชาญเรื่องดวงตาโดยเฉพาะ ไม่ใช่อายุรแพทย์อย่างผม"
“หมออะไรหรือคะ ? อายุรแพทย์ ?"
“อายุรแพทย์คือหมอที่ใช้ยาในการรักษาโรคทั่วไป"
“ฟังดูงงๆ เป็นหมอก็ต้องจ่ายยาให้คนไข้อยู่แล้วนี่"
“โรคบางโรครักษาด้วยยาไม่หาย ต้องผ่าตัด ฉายแสง หรือไม่ก็ใช้วิธีอื่นในการบำบัดรักษา"
“แล้ว… ?"
“เลิกถามซอกแซกสักที…" สิบทิศดูนาฬิกาข้อมือ “ผมต้องกลับแล้ว"
“ให้ดิฉันปั่นจักรยานไปส่งนะ ?"
“ขอบคุณ แต่ผมกลับเองได้… ไม่อยากไปเทกระจาดข้างทางอีก"
สิบทิศปฏิเสธเสียงแข็งจนร้อยดาวอดขำไม่ได้

น่านฟ้าปั่นจักรยานมาจอดที่หน้าเรือนนมแสง น่านฟ้าเห็นเรือนนมแสงเงียบสงัดเลยถือวิสาสะเข้าไปข้างใน
“พี่ร้อยดาว ! พี่ร้อยดาวอยู่หรือเปล่าคะ"
เงาดำวูบผ่านด้านหลังน่านฟ้าไป น่านฟ้าหันควับไปมอง
“พี่ร้อยดาวเหรอคะ ? ออกมาเถอะค่ะ หญิงกลัว"
น่านฟ้าค่อยๆย่องเดินตามมาดูด้วยความรู้สึกขนลุกขนพอง มารุตใส่หน้ากากผีโผล่พรวดมาหลอก
“แบร่ !"
“กรี๊ด"
น่านฟ้าตกใจสุดขีด เธอเตะผ่าหมากผีปลอมจนจุก
มารุตร้องลั่น “โอ๊ยย"

น่านฟ้าตกใจจึงวิ่งหนีออกจากเรือนนมแสงไป มารุตเอามือกุมเป้าตัวเองด้วยใบหน้าเหยเก


เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว

น่านฟ้าวิ่งกรีดร้องหนีออกมาที่สนามหญ้าจนมาพบกับร้อยดาวซึ่งเดินสวนมาพอดี

“คุณหญิง ! เกิดอะไรขึ้นคะ ?"
น่านฟ้าละล่ำละลัก “ผีค่ะ หญิงเจอผีหลอกที่ห้องพี่ร้อยดาว"
ร้อยดาวงง “ผี ?"
“จริงๆนะคะ หญิงเห็นเต็มสองลูกตาเลย ท่าทางจะเป็นผีผู้ชายด้วยนะคะ"
น่านฟ้าเหลือบไปเห็นมารุตสวมหน้ากากผีเดินกุมเป้าออกมา
น่านฟ้าปิดตา “นั่นไงคะ มันยืนอยู่นั่น !" น่านฟ้าชี้นิ้วไปทางมารุต
ร้อยดาวกลั้นหัวเราะ “ผีที่ว่าหน้าตาทะเล้นแบบนี้หรือเปล่าคะ คุณหญิง"
น่านฟ้าได้ยินเสียงร้อยดาวหัวเราะก็ชะงักกึกก่อนจะค่อยๆหันมามอง เธอเห็นมารุตถอดหน้ากากผีออกอย่างอารมณ์เสีย
“ผีที่ไหนจะโผล่หลอกคนกลางวันแสกๆ ล้อเล่นแค่นี้ เตะซะเป้าแทบกระจุย"
“ดี ! สูญพันธุ์ไปเลยยิ่งดีใหญ่ เล่นอะไรพิเรนทร์ คนยิ่งกลัวๆผีอยู่" น่านฟ้าว่า
“ใครใช้ให้มาที่นี่ !" เสียงสิบทิศดังขึ้น
สิบทิศตามมา พอเห็นน่านฟ้าอยู่กับร้อยดาวเขาก็จ้องเขม็ง
น่านฟ้าเสียงอ่อย “พี่ชาย…. ยังไม่กลับอีกหรือคะ"
น่านฟ้าแกล้งพูดกลบเกลื่อนพร้อมกับยิ้มแหยๆ

สิบทิศยื่นคำขาดกับน่านฟ้า
“เตรียมเก็บกระเป๋า พี่จะส่งเราไปอยู่กับท่านยายที่กรุงเทพ"
น่านฟ้าฟ้องร้อยดาว
“พี่ร้อยดาวดูสิคะ พี่ชายจะบังคับ ส่งหญิงให้ไปเรียนโรงเรียนการเรือนที่กรุงเทพ หญิงไม่ได้อยากเรียนสักหน่อย"
“ไม่อยากเรียนก็ต้องเรียน ดีกว่าทำตัวเหลวไหลไร้สาระไปวันๆ"
“ในเมื่อคุณหญิงอยากเป็นนักข่าว ทำไมคุณชายถึงไม่ส่งเสริมล่ะคะ"
“ทำไมพี่ไม่เคยรู้มาก่อน ว่าหญิงอยากเป็นนักข่าว"
“พี่ชายจะรู้ได้ ถ้าหากใส่ใจหญิงเหมือนพี่ร้อยดาวสักนิด"
“เรียนคหกรรมนั่นแหละดีที่สุดแล้ว จบมาจะได้เป็นแม่บ้านแม่เรือน ผู้หญิงที่ไหนเขาเป็นนักข่าวกัน มีแต่ผู้ชายเท่านั้นแหละ ที่ทำอาชีพเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายแบบนั้นได้"
“จะผู้หญิงหรือผู้ชายไม่เห็นจะสำคัญ ขอเพียงแค่เรามีความมุ่งมั่นในงานที่เรารักก็พอ"
“ที่อังกฤษเขายกย่องให้นักข่าวเป็นฐานันดรที่สี่ มี power ในการขับเคลื่อนสังคมและตีแผ่เรื่องราวที่ประชาชนไม่อาจรับรู้ได้ด้วยซ้ำ" มารุตบอก
น่านฟ้าตาโต “จริงเหรอ !!"
มารุตตอบทันที “Exactly !!"
น่านฟ้ายิ่งตื่นเต้น เมื่อรู้ว่านักข่าวที่อังกฤษเป็นอาชีพที่น่ายกย่อง
“เรื่องนี้ คุณชายควรให้คุณหญิงเป็นผู้ตัดสินใจเองจะดีกว่า" ร้อยดาวบอก
“น่านฟ้ายังเด็กเกินไป ที่จะตัดสินใจด้วยตัวเองได้" สิบทิศว่า
“หญิงโตแล้ว พี่ชายไม่มีสิทธิ์จะมาบังคับหญิงเหมือนเมื่อก่อน"
สิบทิศออกคำสั่ง “กลับบ้านเดี๋ยวนี้"

สิบทิศพูดจบก็เดินไป น่านฟ้าตามไปอย่างไม่พอใจ ร้อยดาวมองน่านฟ้าด้วยความเป็นห่วง


เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว

ร้อยดาวเอาจดหมายยื่นให้ดำรงซึ่งออกมาเดินเล่นบริเวณสวน

“จดหมายของคุณท่านค่ะ"
“ขอบใจ"
ร้อยดาวเอาศอกกระทุ้งให้มารุตยกมือไหว้ดำรง มารุตยอมทำตาม
“เห็นฉันเป็นหัวหลักหัวตอหรือไง ถึงเพิ่งจะมาไหว้เอาป่านนี้"
“หามิได้ค่ะ ดิฉันเห็นคุณท่านอยู่บนตึก เลยไม่กล้าพาเพื่อนขึ้นไปรบกวน" ร้อยดาวบอก
ดำรงเอ่ยถาม “ชื่ออะไรน่ะเรา"
มาร์คหน้าเหวอ เมื่อดำรงปราดสายตาคมกริบมายังเขา ร้อยดาวบุ้ยใบ้สายตาให้เขาตอบ
“ไม่ได้ยินหรือไง ฉันถามว่าชื่ออะไร"
“มะ… มาร์คครับ… ผมชื่อมาร์ค"
ร้อยดาวอธิบายต่อ “มาร์คเป็นเพื่อนสนิทของดิฉันตั้งแต่สมัยเรียนที่อังกฤษด้วยกันค่ะ"
“ลูกเต้าเหล่าใคร"
“มาร์คเป็นลูกชายท่านกงสุล"
“ฉันถามหล่อนรึ แม่ร้อยดาว"
“พ่อผม ดร.เมธี พิษณุ เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอนครับ"
“แล้วแม่ล่ะ" ดำรงถาม
มาร์คสลดลง “แม่เสียชีวิตตั้งแต่ผมยังจำความไม่ได้ครับท่าน"
ดำรงเห็นมาร์คหน้าม่อยก็ค่อยผ่อนเสียงลง
“ชอบพอกับแม่ร้อยดาวรึ ?"
ร้อยดาวอ้าปากค้าง มารุตตาโตเพราะแทบไม่เชื่อหู ดำรงมองหน้ามารุตอย่างรู้ทันเพราะเขาเต็มใจเปิดทางให้มารุตย่อมดีกว่าจะให้ไปดองกับเวฬุมาศ
“ไม่ปฏิเสธ แสดงว่าที่ฉันคิดเอาไว้ไม่ผิด… หนุ่มสาวสมัยนี้ลับๆล่อๆชอบกล ไม่รู้จักเข้าตามตรอกออกตามประตู ต้องรอให้ท้องโย้ก่อนนั่นแหละ เรื่องถึงจะแดง"
“มาร์คเป็นเพื่อนดิฉันค่ะ ไม่ใช่แฟน เอ่อ ดิฉันหมายถึงไม่ใช่คนรัก" ร้อยดาวออกตัว
“ถึงหล่อนจะบอกว่าเป็นแค่เพื่อน แต่ลองฝ่ายหนึ่งเป็นหญิง อีกฝ่ายหนึ่งเป็นชาย ยังไงก็ไม่เหมาะสมอยู่ดี"
มารุตหัวเราะแห้งๆ ทำให้ดำรงนึกชอบใจในความหน้าเป็นและไม่มีพิษไม่มีภัยของมารุต
ดำรงพูดต่อ “ถ้ารักใคร่ชอบพอกัน ก็รีบๆมาขอเอาไปเสีย ฉันเบื่อขี้หน้าม้าดีดกะโหลกอย่างแม่ร้อยดาวเต็มแก่ แต่อย่าให้ช้านักล่ะ เกิดใครตัดหน้าคว้าเอาไปก่อน ฉันไม่รู้ด้วยนะ"
มารุตหันไปยิ้มกับร้อยดาวด้วยความดีใจ ร้อยดาวทำหน้าไม่ถูก

ร้อยดาวเดินมาส่งมารุตที่รถ
“ไม่น่าเชื่อว่าคุณปู่ของยูจะนึกเอ็นดูไอถึงขนาดยอมยกหลานสาวให้"
“ยกให้เมื่อไหร่ไม่ทราบ"
“ก็เมื่อกี้ไง… ฟังดูก็รู้ว่าท่านอยากให้ไอกับยูเป็นคู่รักคู่เลิฟกันไปก่อนนะจ๊ะ ดาร์ลิ่ง จะรีบไปหาขันหมากมาสู่ขอ"
มารุตยิ้มทะเล้นก่อนเคลื่อนรถออกไป
ร้อยดาว บ่นไล่หลัง “ตาบ๊อง พูดเองเออเอง ขี้ตู่ชะมัด"

ร้อยดาวกำลังจะกลับเรือนนมแสง บึกเดินสวนมา พอร้อยดาวกะพริบตาก็เห็นใบหน้าของบึกเป็นหัวกะโหลก ร้อยดาวตกใจ พอลืมตาอีกทีทุกอย่างก็กลับคืนสู่ปกติ ร้อยดาวกะพริบตาอีกครั้งก็เห็นหน้าผากของปั้นและสมุนมีกากบาทอยู่ที่กลางหน้าผาก และมีผีหม่องกับผีดำตัวดำมะเมื่อมเดินตามมาอยู่ใกล้ๆ
ร้อยดาวร้อง “ระวัง!"
สิ้นคำเตือนของร้อยดาว ผีสองตนที่ตามมาก็หายวับไปพร้อมๆกับรอยกากบาทสีดำที่หน้าผาก
บึกถามยวนๆ “ระวังอะไรเหรอครับ คุณหนูร้อยดาว"
“นายกำลังจะมีภัยถึงชีวิตเหมือนนายหม่อง นายดำ เพื่อนของนาย"
บึกหัวเราะ “ไม่ยักกะรู้ว่าคุณหนูจะมีอำนาจวิเศษ ทำนายทายทักหยั่งรู้ชะตาชีวิตคนอื่นได้"
“ฉันไม่ได้ล้อนายเล่นนะ ! บอกฉันมา ทำไมคุณแม่เวียงแก้วถึงได้ผูกคอตาย"
บึกสะดุ้งเมื่อถูกถามถึงเวียงแก้วแต่ก็มีรีบปฏิเสธแบบมีพิรุธ
“ผมไม่รู้อะไรทั้งนั้น"
ปั้นพร้อมด้วยชิดกับเฉิ่มเดินเข้ามาพอดี
“ไอ้บึกมันไม่รู้เรื่องอะไรหรอกครับ ถ้าคุณหนูอยากรู้อะไร ก็มาถามกับกระผมนี่"
“ถ้าฉันถามนายปั้น นายปั้นจะพูดความจริงไหม" ร้อยดาวถาม
“มันก็ขึ้นอยู่กับว่า คุณหนูจะถามเรื่องอะไร"
“พวกนาย… นาย… นาย…แล้วก็นาย ทำอะไรไว้กับคุณแม่เวียงแก้ว"
“คุณหนูคงต้องไปถามคุณแม่ของคุณหนูเองแล้วกระมังครับ ว่าใช้ให้พวกกระผมทำอะไรให้" ปั้นพูดแบบมีเลศนัย
ร้อยดาวเจ็บใจ “จะบอกให้รู้ไว้ เวรกรรมที่พวกนายทำไว้ กำลังไล่ล่าเล่นงานพวกนายอยู่"
ปั้นกับพวกหัวเราะก๊าก
“งั้นหรือครับ ! ถ้าเวรกรรมมีจริง ป่านนี้คนบนโลกก็คงถูกไล่ล่า ตายกันหมดโลกแล้ว เพราะใครๆต่างก็มีความชั่วด้วยกันทั้งนั้น จริงไหมครับ คุณหนู ?"
พรรคพวกของปั้นเห็นด้วยจึงหัวเราะเยาะร้อยดาว ทุกคนเห็นเธอเป็นตัวตลก
“กระผมว่าคุณหนูเอาเวลาไปทำบุญกรวดน้ำให้ดวงวิญญาณคุณแม่เวียงแก้วของคุณหนูไปสู่สุคติจะดีกว่านะครับ ไปเว้ย พวกเรา"
ปั้นกับพวกเดินไป

ร้อยดาวกำมือแน่น ถึงแม้จะรู้อยู่เต็มอกแต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้


เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว

น่านฟ้าเปิดเพลงเอลวิสจากเครื่องเล่นแผ่นเสียงดังกระหึ่ม กระโดดโลดเต้นบนเตียงร้องตะโกนแข่งกับแผ่นเสียงอย่างระบายอารมณ์ ช้อยต้องเอามืออุดหูเพราะเสียงเพลงดังมาก

“คุณหญิงคะ เบาๆหน่อยเถอะค่ะ เดี๋ยวคุณชายจะเอ็ดเอา"
น่านฟ้าไม่สนใจ เธอยังคงเต้นแร้งเต้นกาอยู่บนเตียง
สิบทิศเดินเข้าห้องน่านฟ้าแล้วเดินไปปิดเครื่องเล่นแผ่นเสียง น่านฟ้าค้อนควับ
“ยิ่งนับวันยิ่งหัวแข็ง ชักจะเอาใหญ่แล้วนะเรา" สิบทิศว่า
“พี่ชายนั่นแหละ เผด็จการใหญ่แล้ว ไม่เคยฟังหญิงบ้างเลย คอยแต่จะขัดใจหญิงอยู่เรื่อย หญิงไม่อยากจะยุ่งกับพี่ชายแล้ว"
“ดี ! พี่จะได้ให้ท่านยายส่งคนมารับหญิงไปอยู่ที่กรุงเทพไวๆ"
“หญิงไม่ไปซะอย่าง พี่ชายจะทำอะไรหญิงได้"
“ทำได้หรือไม่ได้ ก็คอยดูแล้วกัน"
สิบทิศพูดจบก็เดินออกจากห้องไป
“หญิงจะฟ้องท่านป้า ว่าพี่ชายกลั่นแกล้ง รังแกหญิง" น่านฟ้าบอก
“ขิงก็รา ข่าก็แรง พอกันทั้งพี่ทั้งน้อง"
ช้อยได้แต่ส่ายหน้า อ่อนอกอ่อนใจ

สามสะใภ้นั่งเล่นไพ่นกกระจอกกันอยู่
สร้อยฟ้าเอ่ยขึ้น “น้องไม่เข้าใจเลยจริงๆ มีคนตายตั้งสองศพในบดินทร์ธร แต่ทำไมคุณพี่ถึงยังใจเย็นอยู่ได้ ไม่รู้ใครจะชะตาขาด เป็นเหยื่อรายต่อไป"
“ผีนังเวียงแก้ว มันต้องหลุดออกมาจากผ้ายันต์ผืนนั้นแล้วแน่ๆ ถึงได้ตามล่าคิดบัญชีไอ้หม่อง กับไอ้ดำ เราจะทำยังไงดีล่ะคะ" จงจิตกังวล
“อาจจะเป็นแค่อุบัติเหตุก็ได้ อย่าตีโพยตีพายไปหน่อยเลย" เต็มเดือนว่า
“แล้วรอยกากบาทปริศนาที่หน้าผากคนตายพวกนั้นล่ะ มันเหมือนถูกเอาปูนหมายหัวเอาไว้ชัดๆ ถ้าไม่ใช่มันแล้วจะเป็นใคร"
“อยากรู้กันนัก พวกเธอก็ไปดูที่เวียงร้อยดาวสิ แล้วมาบอกฉันด้วย"
“ไม่ยุติธรรม ! ทำไมคุณพี่ไม่ไปที่นั่นกับพวกเราด้วย"
“ฉันเป็นสะใภ้ใหญ่ของบดินทร์ธร มีสิทธิ์ที่จะสั่งใครในบ้านหลังนี้ให้ทำอะไรก็ได้" เต็มเดือนบอก
“แต่เรื่องนี้ เราสามคนสมรู้ร่วมคิดกันแต่ต้น ก็ต้องรับผิดชอบร่วมกันสิ จะเอาตัวรอดคนเดียวอย่างนี้ได้ยังไง"
“ก็ได้ ! ฉันไปเวียงร้อยดาวกับพวกเธอ ถ้า…"
“ถ้าอะไร ?"
“ถ้าพวกเธอคนใดคนหนึ่งชนะฉันเกมนี้ได้"
“ทำไมเราต้องยอมรับในเงื่อนไขของคุณพี่ด้วย"
“เพราะเธอสองคนไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะมาต่อรองกับฉัน"
เต็มเดือนหงายไพ่ในมือเป็นไพ่ “เฉ่า" คือไพ่เรียงลำดับ 4-5-6 จงจิตคว่ำไพ่ในมือหัวเสียที่แพ้เต็มเดือนก่อนจะหันไปมองสร้อยฟ้า สร้อยฟ้าค่อยๆหงายไพ่ในมืออกมา เป็นไพ่ “ผ่อง" คือมีไพ่ตองเหมือนกัน 3 ใบ เต็มเดือนถึงกับหน้าถอดสีเพราะไม่คิดว่าจะแพ้สร้อยฟ้า
“เห็นทีคุณพี่คงต้องไปกับพวกน้องแล้วล่ะค่ะ" สร้อยฟ้าบอก
สร้อยฟ้ายิ้มเย้ยเต็มเดือนอย่างผู้ชนะ

เต็มเดือนก้าวเท้าลงเรือเป็นคนแรก ตามด้วยจงจิต และสร้อยฟ้าที่ยังกล้าๆกลัวๆ
“ไปได้ !"
ชิดค่อยๆวาดเรือออกจากฝั่งเพื่อมุ่งหน้าสู่เวียงร้อยดาวที่ตั้งอยู่ในดงไม้กลางบึงบัว
ขณะที่เรือพายผ่านดอกบัวสีแดง เต็มเดือนก็เหงื่อแตกแล้วกลั้นใจจับกาบเรือแน่นเพราะเธอเห็นภาพหลอนเป็นศพของเวียงแก้วที่ถูกหีบถ่วงอยู่ใต้ผิวน้ำกำลังหายใจหอบถี่ๆ
จงจิตหวาดระแวง เหลียวซ้าย แลขวาตลอดเวลาเพราะกลัวผีเวียงแก้วจะโผล่มาจากน้ำ สร้อยฟ้าขบริมฝีปากแน่นก่อนจะจ้องไปยังเวียงร้อยดาวที่อยู่เบื้องหน้าทำให้หัวเรือเสยเข้ากับตลิ่ง สร้อยฟ้าหันไปพยักเพยิดกับเต็มเดือนให้ลงไปได้แล้ว สามสะใภ้ลงจากเรือมองไปยังเวียงร้อยดาวที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ทันใดนั้นอีกาก็บินพึ่บพั่บ

ประตูเวียงร้อยดาวเปิดแง้มออกโซ่กองอยู่ที่พื้น ทั้งสามมองแล้วจ้องหน้ากันเลิ่กลั่ก
“มีคนเข้าไปข้างใน" เต็มเดือนบอก
“มีแต่คนบ้าเท่านั้นแหละที่จะกล้าเข้าไปยุ่มย่ามในนั้น"
“ที่นี่ถูกปิดตายมาตั้ง 25 ปี บางทีกุญแจนี่มันอาจจะเก่าจนสนิมเขรอะแล้วก็ได้"
แม่กุญแจมีร่องรอยถูกหินทุบจนพัง เต็มเดือนหยิบขึ้นมาพิจารณา
“กุญแจนี่ไม่ได้พังเองแน่ๆ"
เต็มเดือนพูดจบก็ผลักประตูเข้าไปภายในอย่างร้อนรน

สะใภ้ทั้งสามย่างเท้าก้าวเข้ามาในเวียงร้อยดาว ฝูงค้างคาวก็บินฮือเฉียดหัวไป
สร้อยฟ้าด่าไล่หลัง “ตกใจหมด ค้างคาวเปรต"
หนูขี้เรื้อนวิ่งตัดหน้าจงจิตไปในระยะประชิด
จงจิตร้องลั่น “กรี๊ดด !!"
สร้อยฟ้ากระทืบหนูตัวนั้นไส้ทะลักคาอุ้งเท้าอย่างไม่กลัวเกรง
“ถ้าผีอีเวียงแก้วมันออกมาเมื่อไหร่ น้องจะกระทืบมันให้แหลกลาญเหมือนไอ้หนูเวรตัวนี้แหละ" สร้อยฟ้าว่า
จงจิตมองหน้าสร้อยฟ้าอย่างไม่รู้ว่าจะกลัวคนหรือผีมากกว่ากัน สร้อยฟ้าแสยะยิ้มแล้วเดินตามเต็มเดือนไป
“รอด้วยสิ !!" จงจิตว่า

สร้อยฟ้ากับจงจิตรีบวิ่งตามไป


 เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว

เต็มเดือนหยุดเดินแล้วแหงนมองขึ้นไปบนขื่อที่เวียงแก้วผูกคอตาย

สร้อยฟ้ากับจงจิตแหงนมองเช่นเดียวกันพอเห็นก็แทบไม่เชื่อสายตาที่เห็นผ้ายันต์ยังคงแปะอยู่เหนือเส้นเชือกที่ผูกคอตายตำแหน่งเดิม อย่างไม่มีผิดเพี้ยน
“ผ้ายันต์ยังอยู่ ?"
“ผีนังเวียงแก้ว ก็ยังถูกสะกดอยู่ในนี้น่ะสิ ค่อยโล่งอกไปที" จงจิตบอก
“แล้วที่พวกเราเห็นกันล่ะ อุปาทานหมู่กันหรือไง" สร้อยฟ้าว่า
เต็มเดือนจ้องมองผ้ายันต์ด้วยความแปลกใจ

เต็มเดือนสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างในผ้ายันต์ เธอเห็นลายอักขระซึ่งเป็นคนละอย่างกับผ้ายันต์ในตอนแรกนั่นคือตัวยันต์ถูกเขียนกลับหัว
“เดี๋ยวก่อน ! นี่มันไม่ใช่ผ้ายันต์ของพ่อปู่นี่ !"
สิ้นคำพูดของเต็มเดือน ผ้ายันต์ก็ละลายหายวับไปพร้อมกับเสียงหัวเราะลั่นของเวียงแก้ว พายุพัดหมุนติ้วรุนแรงจนฝุ่นฟุ้งตลบ
“ฮ่าๆ คุณเต็มเดือนยังเหนือชั้นไม่เคยเปลี่ยน"
เมฆดำทะมึนเคลื่อนตัวมาอย่างรวดเร็วคล้ายฝนจะตกหนัก ประตูเวียงร้อยดาวปิดปังขังทั้งสามคนเอาไว้
“อีผีบ้า แน่จริงมึงออกมาเผชิญหน้ากับกูสิ มัวหดหัวอยู่นั่น" สร้อยฟ้าท้าทาย
เสียงเวียงแก้วดังขึ้น “หากเป็นความประสงค์ของคุณสร้อยฟ้า ข้าเจ้าก็ไม่กล้าขัด"
เวียงแก้วปรากฏตัวขึ้นเป็นสิบร่าง ยืนล้อมรอบสามสะใภ้ที่ยืนหันหลังชนกันแล้วหัวเราะลั่นพร้อมกัน
“ข้าเจ้ายินดีจ้าดนัก ที่ให้เกียรติมาเยี่ยมเยือนถึงเวียงร้อยดาว ข้าเจ้าจักต้อนรับพวกคุณๆให้ประทับใจถึงขนาด"
“แก… แกจะทำอะไรพวกฉัน นังเวียงแก้ว" จงจิตว่า
“ข้าเจ้ายังไม่ทำอะไรพวกคุณหรอกเจ้า รอให้รอยมลทินของข้าเจ้าจะได้รับการลบล้างไถ่ถอนเมื่อไร ค่อยชำระแค้นกับพวกคุณทั้งสามก็ยังไม่สาย" เวียงแก้วบอก
“แกจะทำอะไรพวกฉัน อีผีบ้า !" สร้อยฟ้าด่า
“ใจเย็นๆ อดทนรออีกนิดเถอะนะเจ้า การอยู่รอความตายด้วยความหวาดกลัวนี่แหละ ทุกข์ทรมานซะยิ่งกว่าเสี้ยววินาทีที่ถูกฆ่าเสียอีก"
“คนอย่างฉันไม่เคยกลัวความตาย ต่อให้รู้ว่าต้องตายก็ไม่เคยร้องขอชีวิต ถ้าคิดว่าผีอย่างเธอแน่กว่าฉันก็เข้ามา อย่ามัวพล่ามให้เสียเวลาอยู่เลย" เต็มเดือนบอก
เวียงแก้วหัวเราะ “คุณเต็มเดือนช่างใจเด็ดสมกับเป็นสะใภ้ใหญ่ของบดินทร์ธรจริงๆ ดีล่ะ… ถ้าเช่นนั้นข้าเจ้าก็จะทำให้คุณเต็มเดือนได้รับรู้รสชาติของความกลัวตายว่าเป็นเช่นไร"
ผีเวียงแก้วย่างสามขุมเข้ามาจากทุกทิศทุกทางอย่างช้าๆ สามสะใภ้ถอยหลังกรูดจนตัวติดกัน และไม่รู้จะหนีไปทางไหน เต็มเดือนล้วงตะกรุดที่แขวนคออยู่ในเสื้อออกมาชูใส่เวียงแก้ว ประกายแสงจากตะกรุดเจิดจ้าแผดเผาร่างของเวียงแก้ว
เวียงแก้วร้องลั่น “กรี๊ดด!!"
ร่างของเวียงแก้วหายวับไปพร้อมกับลมพายุที่ซาลงจนสงบ เต็มเดือนยกตะกรุดขึ้นจบอาราธนา ก่อนคล้องที่คอไว้ดังเดิม สร้อยฟ้ากับจงจิตเหงื่อแตกแล้วจ้องตะกรุดที่คอเต็มเดือนตาเป็นมันเพราะอยากได้

ชิดพายเรือกลับมาส่งสามสะใภ้ที่ฝั่ง
“เรื่องวันนี้ ปิดปากให้สนิท อย่าให้ใครรู้ โดยเฉพาะคนของคุณพ่อ"
“ขอรับ คุณเต็มเดือน"
เต็มเดือนโยนถุงเงินให้ชิดก่อนเดินไปพร้อมกับสร้อยฟ้าและจงจิต ร้อยดาวที่แอบอยู่หลังต้นไม้ เห็นว่าสะใภ้ทั้งสามไปเวียงร้อยดาวมา
เต็มเดือนจะเดินเข้าห้อง ร้อยดาวมาขวางที่หน้าประตู
“วันนี้คุณไปเวียงร้อยดาวมาหรือคะ" ร้อยดาวถาม
เต็มเดือนชะงักนิดหนึ่ง “ใช่จ้ะ ทำไมหรือจ๊ะ"
“พวกคุณไปทำอะไรที่นั่น"
“มีเรื่องบางอย่างที่ฉันต้องจัดการให้สิ้นซาก"
“จัดการ ? จัดการอะไรหรือคะ ?"
เต็มเดือนอารมณ์ขึ้นจนกลายเป็นคนละคน
“เธอไม่มีสิทธิ์จะมาคาดคั้น ซักไซ้เหมือนฉันเป็นนักโทษแบบนี้"
ร้อยดาวตกใจ เต็มเดือนรู้สึกตัวจึงกลับมายิ้มให้เป็นปกติ
“ก็แค่มดปลวก ที่น่ารำคาญน่ะจ้ะ ต้องหาทางกำจัดให้สิ้นซาก ไม่มีอะไรหรอก ลืมมันไปซะ"
เต็มเดือนลูบหัวร้อยดาวเบาๆ ก่อนเดินเข้าห้อง ร้อยดาวยังคงสงสัยว่าเต็มเดือนกับสร้อยฟ้าและจงจิตไปทำอะไรที่เวียงร้อยดาว

ปั้นหน้าตื่นเมื่อจงจิตเล่าเรื่องให้ฟัง
“อะไรนะ ! คุณไปที่เวียงร้อยดาวนั่นมาเหรอ"
“ใช่ ! ถึงได้เห็นกับตาว่าผ้ายันต์ของพ่อปู่หายไปไหนไม่รู้" จงจิตบอก “มิน่าล่ะ ผีนังเวียงแก้วมันถึงได้ออกมาอาละวาด"
“แต่บุกไปถึงที่นั่น มันอันตรายเกินไป รู้ไหม ว่าผมเป็นห่วงคุณมากแค่ไหน อย่างน้อย ก็น่าจะให้ผมไปด้วย มีอะไรผมจะได้ปกป้องคุณ"
ปั้นเอื้อมไปจับแขนจงจิตด้วยความเป็นห่วง จงจิตขยับหนีด้วยความรังเกียจ
“ปกป้องเหรอ ? ลำพังตัวแกเองยังแทบเอาตัวไม่รอด แล้วจะปกป้องอะไรฉันได้ ฉันไม่มีวันฝากชีวิตฉันไว้กับแกหรอก"
“ถึงยังไงคุณก็เป็นเมียผม !"
“หุบปากเดี๋ยวนี้นะ จะพูดจะจาอะไร ระวังปากเสียบ้าง"
“หมู่นี้ผมเห็นลูก… เอ่อ… คุณหนูดารกา ดูเศร้าๆไป"
“จะเรื่องอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะหลงลูกชายทนายทวีปหัวปักหัวปำตราบใดที่นังร้อยดาวยังลอยหน้าอยู่ที่บดินทร์ธร ไม่มีวันที่นายปรมัตถ์จะเห็นยัยดาอยู่ในสายตา"
“ทำไมคุณถึงไม่ช่วยลูก ?" ปั้นถาม
“ช่วยเหรอ ? แกจะให้ฉันช่วยอะไร ทุกวันนี้แค่เรื่องรับมือกับผีนังเวียงแก้ว ฉันก็ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว ไม่มีเวลามานั่งคิดเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้ง ถ้าแกอยากจะช่วยยัยดานัก ก็ช่วยเองสิ อย่ามายุ่งกับฉัน"
จงจิตพูดจบก็เดินขึ้นตึกไปอย่างอารมณ์เสีย รถของปรมัตถ์เคลื่อนเข้ามาจอดที่หน้าตึกพอดี ปั้น เห็นทวีปกับปรมัตถ์ที่มีท่าทางรีบร้อนเดินขึ้นตึกไป

ปั้นครุ่นคิดเพื่อหาทางช่วยเหลือดารกาให้สมหวังกับปรมัตถ์


 เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว

กระถินบีบนวดให้วีระวิทย์อย่างยั่วยวน

วีระวิทย์มองรูปร่างกระถินแล้วยิ้มกริ่มก่อนจะเอื้อมมือไปลูบไล้ที่แขนกระถินแล้วไล่ลงมาเรื่อยๆ สร้อยฟ้าเข้าห้องมาเห็นก็ไม่พอใจจนตาลุกที่กระถินให้ท่าลูกชายของเธอ
สร้อยฟ้าสั่ง “ออกไป !"
กระถินอิดออด “แต่ว่า…"
“แกจะออกไปดีๆ หรือต้องรอให้เจ็บตัวก่อน ถึงจะออกไปได้"
“โธ่…แม่ นังกระถินมันนวดกำลังได้ที่ แม่ก็จะไล่มันไปซะแล้ว"
“จ้องลูกฉันตาเป็นมัน นึกว่าฉันรู้ไม่ทันเหรอว่าแกคอยให้ท่าตาวิทย์" สร้อยฟ้าเอานิ้วชี้ที่หัวกระถิน “คนอย่างแก ชาตินี้มันก็เป็นได้แค่ขี้ข้า อย่าเผยอให้มันมากนัก แล้วจะหาว่าฉันไม่เตือน ไสหัวไปได้แล้ว"
กระถินมองสร้อยฟ้าอย่างไม่สบอารมณ์ เธอพยายามข่มใจก่อนออกจากห้องไป ดาราเรศเดินสวนกับกระถินเข้ามา
“อารมณ์ไม่ดีอย่างนี้ แสดงว่าเสียไพ่ป้าเต็มเดือนอีกแล้วล่ะสิใช่ไหมคะ คุณแม่ ?"
“ไม่ใช่เรื่องของเด็ก ! จะไปไหนก็ไป อย่ามายั่วโมโห"
“ว๊า… ว่าจะเข้ามาส่งข่าวสักหน่อย ถ้าแม่ไม่อยากรู้ เรศไปก็ได้"
“เดี๋ยว ! มีอะไรก็ว่ามา ?"
“เมื่อกี้ เรศเห็นทนายทวีปกับนายปรมัตถ์เข้าไปคุยในห้องคุณปู่ท่าทางรีบร้อน เหมือนจะมีธุระสำคัญ"
“หรือว่า คุณปู่จะเขียนพินัยกรรมยกสมบัติให้เรา แม่"
“จริงสิ ! ช่วงนี้คุณปู่ยิ่งป่วยออดๆแอดๆอยู่ด้วย ลูกแม่จะได้เป็นเจ้าของบดินทร์ธรอย่างเป็นทางการเสียที"
นมแสงเดินเข้ามา
“คุณท่านให้คุณวีระวิทย์ กับคุณสร้อยฟ้าไปพบที่โถงกลางค่ะ"
สร้อยฟ้ากับวีระวิทย์หันไปยิ้มให้กันจนดาราเรศอดหมั่นไส้พี่ชายไม่ได้

วีระวิทย์ค่อยๆเอารูปถ่ายที่อยู่ในซองสีน้ำตาลออกมา เขาถึงกับหน้าถอดสีที่เห็นรูปตัวเองในบ่อนเสี่ยไฮ้ รูปตัวเองกำลังเล่นไพ่ รูปตัวเองมั่วผู้หญิง
“หลักฐานมัดตัวแน่นขนาดนี้ แกมีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม ?" ดำรงว่า
สร้อยฟ้าฉวยรูปไปดูแล้วจ้องวีระวิทย์ตาเขียว เธอตกใจที่ลูกชายทำตัวเหลวไหล
“ก็แค่งานปาร์ตี้เล็กๆหลังสอบเสร็จ คุณปู่จ้องจับผิดอะไรนักหนา"
ดาราเรศพูดเบาๆกับวีระวิทย์ “ปาร์ตี้มั่วผู้หญิง กินเหล้า เข้าบ่อนน่ะเหรอ"
วีระวิทย์ถลึงตาใส่ดาราเรศ ดาราเรศยิ้มเยาะ
“อย่านึกว่าฉันไม่รู้ แกขาดเรียนจนหมดสิทธิ์สอบไปตั้งนานแล้ว ยังจะกล้าโกหกอีกเหรอ" ดำรงว่า
วีระวิทย์หน้าซีด เขาเห็นท่าจวนตัวก็หันไปส่งสายตาขอร้องให้แม่ช่วยพูด
สร้อยฟ้าถาม “จริงหรือเปล่า ตาวิทย์ ?"
วีระวิทย์หลบสายตาสร้อยฟ้าเพราะไม่กล้าตอบ
“เรื่องของตาวิทย์ ขนาดดิฉันเป็นแม่แท้ๆยังไม่รู้เรื่อง คุณพ่อวันๆอยู่แต่ในห้องกลับทราบไปหมดเสียทุกเรื่องได้อย่างไร ถ้าไม่ใช่เพราะอ้ายพวกปากไวแถวนี้มันคาบข่าวมาบอก"
สร้อยฟ้าปรายตาคมกริบไปทางทวีปที่นั่งก้มหน้านิ่ง
“แกใช่มั้ย ไอ้แก่ !!! ปากมากนักนะมึง ! แก่ไม่อยู่ส่วนแก่ อยากตายนักใช่มั้ย ห๊า" วีระวิทย์โกรธ
“อย่าคะ ! คุณวีระวิทย์"
วีระวิทย์ปราดเข้าไปจะบีบคอทวีป ปรมัตถ์รีบล็อคตัววีระวิทย์เอาไว้ จนเกิดเสียงเอะอะดังลั่น เต็มเดือน จงจิต ดารกา ร้อยดาว กระถิน ได้ยินเสียงเอะอะก็เข้ามาดูเหตุการณ์ที่มุมต่างๆ ดำรงกระแทกไม้เท้าดังลั่นทั้งบดินทร์ธร
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ ! ไอ้วีระวิทย์ ! ฉันเป็นคนสั่งให้ทวีปคอยสืบเรื่องของแกเอง" ดำรงพูดกับสร้อยฟ้า “ถ้าหล่อนยังนับถือว่าฉันเป็นพ่อผัว ช่วยลากลูกตัวออกไปสงบสติอารมณ์ซะ อย่าให้อาละวาดเป็นหมาบ้าแบบนี้"
สร้อยฟ้าสั่ง “ตาวิทย์ นั่งลง !!"
วีระวิทย์สะบัดแขนออกจากปรมัตถ์แล้วกระแทกตัวบนเก้าอี้อย่างหัวเสีย
ดำรงพูดต่อ “นี่ถ้าเจ้าปกรณ์พ่อแกไม่หายหัวไปตายที่ไหนก็ไม่รู้ มันคงปลื้มใจน่าดูที่เห็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนยืนด่าคนเก่าคนแก่ประจำตระกูลที่มันเคยยกมือไหว้เช้าไหว้เย็นเหยงๆ" ดำรงพูดกับสร้อยฟ้า “หัดสั่งสอนลูกชายหล่อนมั่งนะ แม่สร้อยฟ้า อย่าให้แสดงกิริยาอย่างพวกกุ๊ยชั้นต่ำข้างถนน"
จงจิตที่ยืนยิ้มชอบใจอยู่มุมหนึ่ง
“ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ"
เต็มเดือนเข้ามาแตะแขนดำรงเบาๆ
“ใจเย็นๆก่อนค่ะคุณพ่อ สุขภาพของคุณพ่อช่วงนี้ยิ่งไม่ค่อยจะดีอยู่ เต็มเกรงว่า…"
ดำรงยกมือห้ามเต็มเดือนก่อนชี้หน้าวีระวิทย์แล้วประกาศก้องให้ทุกคนได้ยินพร้อมๆกัน
“ฟังให้ดีนะ ! ถ้าแกยังขืนทำตัวอันธพาลอย่างนี้ อย่าหวังเลยว่าฉันจะยกมรดกให้แกสักชิ้น ถ้าเลือดเจ้าปกรณ์มันหาดีไม่ได้ ฉันจะให้ทวีปร่างพินัยกรรมยกสมบัติพัสถาน รวมทั้งบ้านบดินทร์ธรหลังนี้ให้ลูกนอกไส้อย่างแม่ดาหลาเสียให้รู้แล้วรู้รอด"
ดาหลาที่นั่งอยู่ใกล้ถึงกับสะดุ้งเพราะไม่อยากจะเชื่อหูเช่นเดียวกับสามสะใภ้
“คุณพ่อจะทำอย่างนั้นไม่ได้นะคะ นังดาหลามันเป็นแค่เด็กเก็บมาเลี้ยง มีสิทธิ์อะไร"
“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ สมบัติของฉัน ถ้าฉันจะยกให้ซะอย่าง ใครก็ขวางฉันไม่ได้"

สามสะใภ้ต่างจ้องดาหลาอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ


 เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว

ดาหลาประคองดำรงนั่งลงที่เก้าอี้

“ดิฉันไม่อาจรับความเมตตาของคุณท่านไว้ได้ค่ะ"
“เดี๋ยวนี้หล่อนปีกกล้าขาแข็ง กล้าขัดคำสั่งฉันแล้วรึ แม่ดาหลาตลอดเวลายี่สิบปีมานี่ เธอก็ดูแลคนแก่ไร้ค่าอย่างฉันไม่ต่างจากลูกหลานแท้ๆ ถ้าไม่ยกบ้านหลังนี้ให้หล่อน ฉันตายไปสักคน เขาเฉดหัวไล่ขึ้นมา แล้วหล่อนจะไปอยู่ที่ไหน"
ดาหลานั่งก้มหน้า น้ำตาไหล ก่อนจะกราบเท้าดำรงตัวสั่น เธอตื้นตันจนพูดอะไรไม่ออก เต็มเดือนเข้าห้องดำรงมา
เต็มเดือนพูดกับดาหลา “ออกไปก่อน ฉันมีธุระสำคัญจะคุยกับคุณพ่อ"
ดาหลารับคำแล้วเดินออกจากห้องดำรงไป เต็มเดือนรินชาดอกยี่โถจากในกาลงในถ้วย
“ดื่มชาอุ่นๆก่อนนะคะ คุณพ่อ"
เต็มเดือนยื่นถ้วยชาส่งให้พร้อมรอยยิ้ม ดำรงมองอย่างไม่วางใจก่อนตัดสินใจรับขึ้นมาทำทีจิบ เต็มเดือนวางใจแล้วหันไปปัดที่หลับที่นอนแสร้งเอาใจดำรง
“คุณพ่อตัดสินใจดีแล้วหรือคะ เรื่องที่จะยกบ้านบดินทร์ธรนี้ให้แม่ดาหลา"
“ไม่ใช่แค่บดินทร์ธร แต่หมายถึงทรัพย์สินที่เป็นของฉันทั้งหมด"
“ถึงแม้ว่าแม่ดาหลาจะดูแลคุณพ่อเป็นอย่างดีในฐานะพยาบาลส่วนตัว แต่ก็เป็นเพียงเด็กที่เก็บมาเลี้ยง ไม่ได้เกี่ยวดองกับคุณพี่ปกรณ์แม้แต่น้อย เต็มเกรงว่าทำอย่างนี้จะเป็นที่ครหาเอาได้"
“คิดว่ามีใครบ้างล่ะ ที่ทำตัวให้ฉันเห็นว่าเหมาะสมคู่ควรกับการเป็นเจ้าของบดินทร์ธรหลังนี้ หล่อนงั้นสิ แม่เต็มเดือน"
เต็มเดือนชะงักที่ถูกถามแทงใจดำ
“เรื่องนี้เต็มคงไม่กล้าออกความเห็นหรอกค่ะ สุดแท้แต่คุณพ่อเห็นสมควรจะดีกว่า"
เต็มเดือนกำผ้าปูที่นอนแน่น

สร้อยฟ้าดึงหูวีระวิทย์เข้ามาในห้อง วีระวิทย์ร้องลั่น
“โอ๊ย… แม่ เบาๆสิครับ ผมเจ็บ"
“สมบัติของคุณปู่อยู่ในกำมือเราแท้ๆ ! อุตส่าห์เป็นหลานชายคนเดียวที่จะสืบสกุลบดินทร์ธร แทนที่จะทำตัวดีๆ คุณปู่จะได้รัก ยกมรดกให้ ดันทำตัวเหลวแหลก ปล่อยให้คางคกขึ้นวออย่างนังดาหลาชุบมือเปิบเสียได้"
“จะไปยากอะไรล่ะคะ คุณแม่ ถ้าคุณปู่ยกสมบัติรวมทั้งบ้านบดินทร์ธรหลังนี้ให้นังดาหลาจริง ก็ให้พี่วีระวิทย์รวบหัวรวบหาง จับมันทำเมียซะก็สิ้นเรื่อง"
วีระวิทย์ ตาเป็นประกาย “ความคิดแกเข้าท่าดีนี่ ได้ทั้งเมีย ได้ทั้งสมบัติ"
“ถูกของยัยเรศ…เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหนเสีย"
สร้อยฟ้าคิดแผนการในใจที่จะให้วีระวิทย์จับดาหลา

จงจิตตบโต๊ะปังอย่างไม่พอใจ
“คุณพ่อนะคุณพ่อ แทนที่จะยกสมบัติให้หลานตัวเอง กลับยกให้ลูกบุญธรรมอย่างนังดาหลา ทำอย่างนี้มันเห็นขี้ดีกว่าไส้ชัดๆ" จงจิตว่า
“คุณท่านอาจจะโกรธคุณวีระวิทย์ จนพลั้งปากออกมาก็ได้" ปั้นบอก
“นังดาหลามันคอยเลียแข้งเลียขาคุณพ่ออย่างกับอะไรดี มีหรือคุณพ่อจะไม่ใจอ่อน บอกให้ยัยดารู้จักประจบประแจงเสียบ้าง คุณปู่จะได้เมตตา แต่ก็ทำหูทวนลม เคยฟังเสียที่ไหน"
“อย่าบังคับลูกให้มันมากนัก หัดทำตัวเป็นแม่ที่ดีเสียบ้าง คุณหนูเห็นจะได้เอาเป็นเยี่ยงอย่าง"
“อีลูกคนนี้ สอนยังไงก็ไม่ขึ้นหรอก เลือด “พ่อ" มันแรงซะขนาดนั้น"
จงจิตพูดจบก็เข้าห้องปิดประตูใส่หน้าปั้นปังใหญ่

ร้อยดาวนั่งเล่นคุยกับปรมัตถ์
“คุณหนูไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือครับ ที่คุณปู่ของคุณหนูจะยกมรดกของท่านให้คนอื่น" ปรมัตถ์ถาม
“ดาหลาเป็นคนอื่นคนไกลที่ไหนกัน ฉันกลับดีใจเสียอีก ที่คุณท่านไม่ทอดทิ้งดาหลา"
“ใครๆก็อยากได้ใคร่มีด้วยกันทั้งนั้น จะมีสักกี่คนบนโลกนี้ที่คิดอย่างคุณหนู"
“อะไรที่ไม่ใช่ของของเรา มันก็ไม่ใช่ของของเราวันยันค่ำ จะไปดิ้นรนกระเสือกกระสนทำไมให้เหนื่อยเปล่าๆ… โลกเราก็เหมือนสะพาน เราแค่เดินผ่าน แล้วก็จากไป ยึดถือสิ่งใดเราก็ทุกข์กับสิ่งนั้น จริงมั้ย"
ร้อยดาวหันไปยิ้มกับปรมัตถ์ ปรมัตถ์ยิ้มตอบเพราะชื่นชมในแนวคิดของร้อยดาว ดารกาเดินมา เห็นร้อยดาวยิ้มให้ปรมัตถ์ก็หน้าบึ้ง
“พี่ปรมัตถ์คะ ดามีธุระสำคัญ จะคุยด้วย “สองต่อสอง" เท่านั้น"
ร้อยดาวรู้ตัวก่อนจะลุกออกไป
“คุณหนูมีธุระอะไรกับผมหรือครับ ?"
“ดามีเรื่องจะสารภาพกับพี่ปรมัตถ์"
ปรมัตถ์ตั้งใจฟัง เมื่อเห็นท่าทีที่จริงจังของดารกา
“ดารักพี่ปรมัตถ์ค่ะ รักมากด้วย ชีวิตดาขาดพี่ปรมัตถ์ไม่ได้ดาไม่รู้จะต้องทำยังไงให้พี่ปรมัตถ์รู้ว่าดารักพี่มากแค่ไหน พี่เปรียบเสมือนลมหายใจของดานะคะ" ดารกาบอก
ปรมัตถ์อึ้งเมื่อดารกาเผยความในใจจนหมดเปลือก
“แล้วพี่ปรมัตถ์ล่ะคะ คิดยังไงกับดา รักดาบ้างไหมคะ ?"
“เอ่อ..ผม… รักคุณหนู…. เหมือนน้องสาวเท่านั้นจริงๆครับผมไม่ได้คิดเกินเลยกับคุณหนูเลยแม้แต่น้อย คุณหนูได้โปรดตัดใจจากผมเถอะครับ ยังมีผู้ชายดีๆอีกตั้งมากมายที่คู่ควรกับคุณหนู"

ดารกาฟังแล้วก็น้ำตาคลอเบาจนอยากจะร้องไห้ แต่ก็ร้องไม่ออก ปั้นซึ่งแอบดูอยู่ได้ยินลูกสาวบอกรักผู้ชายก่อนก็ไม่ค่อยพอใจ


เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว

 

ดารกาเดินเหม่อลอยเหมือนคนไม่มีหัวใจเพราะคำพูดของปรมัตถ์ยังก้องอยู่ในหัว

“ผมไม่ได้คิดเกินเลยกับคุณหนูเลยแม้แต่น้อย คุณหนูได้โปรดตัดใจจากผมเถอะครับ"
ปั้นเข้ามาเรียกขัดจังหวะ
“คุณหนูครับ"
ดารกาหยุดเหมือนหุ่นยนต์ที่ไร้ชีวิตชีวา
“เรื่องที่คุณหนูพูดกับนายปรมัตถ์" ปั้นพูด
“แกได้ยินเหรอ ? ได้ยินว่ายังไง ?"
“ผู้หญิงบอกรักผู้ชายก่อน ผมเกรงว่าจะไม่เหมาะ คุณหนูจะเป็นฝ่ายเสียหายเอานะครับ"
ดารกาโกรธจัดจึงตบหน้าปั้นที่แก้มขวาฉาดใหญ่
“นี่ ! โทษฐานที่แกแอบฟังฉันคุยกับพี่ปรมัตถ์"
ดารกาตบหน้าปั้นที่แก้มซ้ายอีกฉาด
“ส่วนนี่ ! โทษฐานที่แกกล้าสั่งสอนฉัน จำเอาไว้ ! อย่าสะเออะมายุ่งเรื่องของฉันอีก"
ดารกาพูดจบก็สะบัดก้นไป ปั้นกำหมัดแน่น
“ไอ้ปรมัตถ์ !"
ปั้นแววตาเป็นเดือดเป็นแค้นที่ปรมัตถ์ไม่เห็นดารกาลูกสาวตัวเองอยู่ในสายตา

ดาราเรศเห็นดารกาวิ่งร้องไห้เข้ามา
“เจ็บหนัก เพราะไปรักเขาข้างเดียว ฉันล่ะเห็นใจเธอจริงๆถ้าไม่มีนังร้อยดาวเข้ามาเป็นมารหัวใจ ป่านนี้เธอกับนายปรมัตถ์ก็คงลงเอย ร่วมหอลงโรงกันไปแล้ว"
“ตอนนี้ คงสะใจเธอแล้วใช่มั้ย ดาราเรศ" ดารกาบอก
“ใครบอกว่าฉันสะใจเธอ ฉันเห็นใจเธอต่างหาก" ดาราเรศว่า
“ทำไมต้องมาเห็นอกเห็นใจฉันด้วย"
“ฉันไม่ได้คิดจะแย่งนายปรมัตถ์กับเธอ เธอจึงไม่ใช่ศัตรูของฉันในเมื่อเราสองคนมีศัตรูคนเดียวกัน ถึงเวลาแล้วที่เธอ จะต้องร่วมมือกับฉัน ตกลงมั้ย"
“เธอจะให้ฉันทำอะไร"
“กำจัดนังร้อยดาว !"
ดารกาคล้อยตามดาราเรศ เธอเห็นร้อยดาวเป็นศัตรูหัวใจที่ต้องหาทางกำจัด

ร้อยดาวยืนมองรอยกากบาทปริศนาทั้ง 6 บนเพดานที่โถงกลาง เธอครุ่นคิดปะติดปะต่อเรื่องราว
ร้อยดาวนึกถึงภาพในอดีตที่ปั้นกับพวกทั้ง 5 แย่งกันรุมข่มขืนเวียงแก้ว
นึกถึงตอนที่บังหนั่นเล่าให้ฟัง
“ไอ้พวกเดนนรก 6 คน ที่มันทำเลวระยำกับคุณแม่ของคุณหนูน่ะสิครับ… ต่อให้พวกมันลอยนวล หนีรอดเงื้อมือของกฎหมายไปได้ แต่กฎแห่งกรรมก็กำลังตามไล่ล่าชีวิตพวกมันอยู่แล้วล่ะครับ"
นึกถึงตอนหม่องตกลงมาคอหักตาย มีกากบาทที่หน้าผาก
นึกถึงศพดำมีรอยกากบาทที่หน้าผาก
ร้อยดาวแหงนมองรอยกากบาทบทเพดานอีกครั้งเพราะเริ่มเข้าเค้า
“ใช่แล้ว ! รอยกากบาทรูปดาวนายพรานทั้ง 6 รอย ต้องหมายถึงการไล่ล่า 6 คนนั้นแน่ๆ"
นมแสงเดินเข้ามาทางด้านหลัง ร้อยดาวหันมาเจอก็ตกใจ
“ห้องนี้ เพิ่งจะมีคนงานตาย 2 คนติดๆ คุณหนูไม่ควรอยู่ในนี้ คนเดียวตอนกลางค่ำกลางคืน"
“นายหม่อง นายดำ ที่ตายกับพวกอีก 4 คน รุมข่มขืนคุณแม่เวียงแก้ว จนต้องผูกคอตายหนีความอัปยศใช่มั้ย นม ?"
นมแสงตกใจที่ร้อยดาวถามเรื่องนี้ขึ้นมา
“คุณหนูทราบเรื่องนี้ได้ยังไงกันคะ ใครบอก ?"
ร้อยดาวคาดคั้น “แล้วมันใช่มั้ยล่ะ ? บอกฉันมาสิ"
นมแสงอึกๆอักๆ ไม่กล้าตอบร้อยดาว
“ฉันไม่เข้าใจเลย คุณแม่เวียงแก้วถูกกระทำอย่างป่าเถื่อน หนำซ้ำยังถูกใส่ร้ายป้ายสีจนเป็นผู้หญิงสกปรก จนจบชีวิตอย่างเป็นปริศนาที่เวียงร้อยดาว ทำไมคนในบดินทร์ธรถึงพากันปกปิด นิ่งเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีใครหาทางทำอะไรสักอย่าง หรือต้องรอให้คุณแม่เวียงแก้วลุกขึ้นมาถามหาความเป็นธรรมด้วยตัวเอง"
“เรื่องมันผ่านไปแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไปเถอะค่ะ ถึงยังไงคนตายก็ไม่อาจฟื้นคืนมาได้ คุณเวียงแก้วไปสู่สุคติแล้ว คุณหนูไม่ควรพูดถึงเรื่องนี้อีก จะทำให้ดวงวิญญาณคุณแม่ไม่สบายใจ"
“ตราบใดที่คนที่ทำผิดยังลอยนวลอยู่ในบดินทร์ธรแทนที่จะอยู่ในคุกในตะราง บางที ดวงวิญญาณของคุณแม่อาจกำลังวนเวียนอยู่ เพื่อรอการแก้แค้นก็ได้"
“ร้อยดาวพูดจบก็เดินออกจากโถงกลางไป"

บึกตักน้ำในโอ่งอาบซู่ๆ สระผมอยู่ในห้องน้ำสังกะสีสำหรับคนงาน ทันใดนั้นก็มีเสียงก้อนหินปาสังกะสีห้องน้ำอย่างแรงดังปังจนบึกตกใจ
“เฮ้ย !!! ใครวะ !… อย่าให้กูจับได้นะมึง"
บึกกวาดตามองพอไม่เห็นใครก็สระผมต่อ ผมเวียงแก้วยาวสยายแล้วค่อยๆยาวลงมาจากเบื้องบน จนปรกหน้าปรกตาบึก บึกผิดสังเกตที่มีผมแปลกปลอมยาวผิดปกติจึงลืมตาขึ้น แล้วแหงนขึ้นไปมองก็เห็นผีเวียงแก้วห้อยหัวลงมา
“เฮ้ย ! ผะ… ผี ! ผี"
บึกตาเบิกโพลงอ้าปากค้าง
“มึงจำกูได้หรือไม่ ไอ้คนชั่ว !!"
“คุณเวียงแก้ว !"
“ดี ที่มึงยังไม่ลืมชื่อกู จะได้ไปบอกยมบาลในนรกถูก" เวียงแก้วหัวเราะ “แล้วมึงยังจำตราบาปที่พวกมึงทำไว้กับกูได้มั้ย"
บึกยกมือไหว้ตัวสั่น “อย่าทำอะไรผมเลย ผมกลัวแล้ว"
“ครั้งหนึ่งกูก็เคยวิงวอนขอร้องมึงอย่างนี้" เวียงแก้วตวาด “แล้วมึงฟังกูมั้ย !"

บึกฉวยผ้าขาวม้าวิ่งลนลาน ล้มลุกคลุกคลานออกมาจากห้องน้ำด้วยความกลัวสุดขีด


เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว

บึกวิ่งหกล้มหกลุกหนีเวียงแก้วออกมาภายนอกแล้วยกมือไหว้ปลกๆ ร้อยดาวจับที่บ่าบึก บึกนึกว่าผีจึงหลับตาแหกปากร้องลั่น

“กลัวแล้ว !!! ผมผิดไปแล้ว ไว้ชีวิตผมเถอะ คุณเวียงแก้ว"
“นายบึก ฉันเอง !" ร้อยดาวบอก
“คุณหนู… คุณหนูร้อยดาว ช่วยผมด้วย… ช่วยด้วย…"
“ช่วยอะไร ? นายหนีใครมา ?"
“ผี… ผีคุณเวียงแก้ว คุณแม่ของคุณหนู จะมาเอาชีวิตผม"
บึกคุกเข่ายกมือไหว้ปลกๆ ขอชีวิตกับร้อยดาว
“ผมผิดไปแล้ว ผมกับพวกรุมข่มขืนคุณเวียงแก้วเอง…คุณหนูช่วยผมด้วย ถ้าผมรอด ผมจะ…บวช ! บวชไม่สึก อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้คุณเวียงแก้วหมดเลย"
ทันใดนั้น เสียงเวียงแก้วหัวเราะเย็นยะเยือกก็ดังกึกก้องไปทั่ว
“กุศลจากคนชั่วอย่างมึง กูไม่ต้องการ กูต้องการชีวิตมึงเท่านั้น"
“คุณแม่เวียงแก้วคะ อย่าทำเขาเลย ไว้ชีวิตเขาเถอะ"
“สัตว์นรกอย่างมัน จะไว้ชีวิตทำไมให้หนักแผ่นดิน ฮ่า….ฮ่า…. ฮ่า"
บึกมองอย่างหวาดๆ ไม่รู้ว่าเวียงแก้วอยู่ทางไหนกันแน่ บึกเห็นผมของเวียงแก้วค่อยๆ ยาวลงมาจากบนต้นไม้แล้วรัดที่คอของบึก เขาจะร้องก็ร้องไม่ออกในขณะที่ห้อยต่องแต่งไปมา
เวียงแก้วร้องกล่อมเสียงเย็นยะเยือก “เอ่….เอ๊…"
ร้อยดาวกราดตามองหาเวียงแก้วแล้วก็เอะใจที่บึกเงียบไป ร้อยดาวเห็นร่างบึกถูกผมยาวสยายของเวียงแก้วรัดคอห้อยอยู่บนต้นไม้ ผีเวียงแก้วในชุดดำนั่งห้อยขา บึกดิ้นพราดๆ เพราะหายใจไม่ออกอยู่บนต้นไม้ใหญ่
“คุณแม่ อย่า !!!! ปล่อยเขา !"
“ลูกอยากให้แม่ปล่อยมันเหรอ ได้"
ผมที่รัดคอบึกอยู่ค่อยๆ คลายออกทำให้ร่างบึกร่วงหล่นมา บึกถูกกิ่งไม้แหลมที่โผล่จากพื้นทิ่มท้องทะลุจนตายอย่างน่าสยดสยอง
“นายบึก !!"
เวียงแก้วหัวเราะลั่น “ฮ่าๆๆๆๆ"
เวียงแก้วหัวเราะลั่นก่อนค่อยๆเลือนหายไป ร้อยดาวตาเบิกโพลงเมื่อเห็นบึกตายต่อหน้าต่อตา

ร้อยดาวเดินเข้ามาในห้องด้วยใบหน้าซีดเผือดเพราะยังตกใจที่เห็นบึกตายสยองต่อหน้า เวียงแก้วปรากฏขึ้นบนเตียงในชุดขาวนั่งอยู่บนเตียง ใบหน้ายิ้มแย้มต่างจากเมื่อครู่สิ้นเชิง
“มานอนกับแม่นี่เถอะลูก แม่จะกล่อม" เวียงแก้วบอก
“ทำไมแม่ต้องฆ่านายบึกด้วย" ร้อยดาวถาม
“เพราะมันสมควรตาย"
“แสดงว่าที่นายหม่อง นายดำต้องตาย แม่ก็เป็นคนทำใช่ไหมคะ"
เวียงแก้วหน้านิ่งไม่ตอบ
ร้อยดาว ส่ายศีรษะช้าๆ “หยุดเถอะค่ะ หนูขอร้อง อย่าทำร้ายใครอีกเลยนะคะ ปล่อยให้เวรกรรมตามสนองพวกเขาเองจะดีกว่า"
“นี่ลูกยังไม่เข้าใจอีกหรือร้อยดาว… ที่แม่พยายามทำให้ลูกได้เห็นความทรมานขื่นขม เพราะอยากให้ลูกรับรู้ถึงทุกข์ระทมที่แม่ต้องจมปลัก แม่ทำไปเพราะอยากให้ลูกลุกขึ้นมาช่วยคลี่คลาย มิใช่นิ่งดูดาย หาว่าแม่ใจไม้ไส้ระกำทำร้ายผู้คน แล้วทีพวกมันทำกับแม่ล่ะ"
“หนูรู้ค่ะ ว่าคุณแม่ต้องพบกับความชอกช้ำอะไรมาบ้าง แต่หนูไม่อยากให้คุณแม่ต้องก่อกรรมทำบาปด้วยการล้างแค้นเข่นฆ่าคนพวกนั้น"
“แล้วจะให้แม่ทำยังไง ! ปล่อยให้มันลอยนวล เสวยสุข โดยไม่ต้องรับโทษทัณฑ์ใช่ไหม ลูกเห็นแม่เป็นอะไร ร้อยดาว… เป็นแม่ของลูกอยู่หรือเปล่า ถึงได้ไม่รู้สึกรู้สมที่เห็นพวกมันทำกับแม่เยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน"
“แต่คุณแม่จันทร์ฉายสอนว่า สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ไม่มีใครหนีผลกรรมที่ตัวเองทำเอาไว้พ้น"
เวียงแก้วหายวับจากบนเตียง แล้วปรากฏตัวต่อหน้าร้อยดาวในระยะประชิดก่อนจะตะคอกใส่หน้า
“เธอนี่มันลูกฉัน หรือลูกแม่จันทร์ฉายกันแน่ !!"
เวียงแก้วพูดด้วยความกราดเกรี้ยวก่อนหายวับไปกับตา
ร้อยดาว เรียก “คุณแม่คะ อย่าเพิ่งเข้าใจหนูผิด คุณแม่"
ร้อยดาวถึงกับเข่าอ่อน ทรุดลงนั่งกับเก้าอี้แล้วกุมขมับ ร้อยดาวเหลือบมองกรอบรูปของเวียงแก้วจากที่ใบหน้ายิ้มน้อยๆ กลายเป็นหน้าบึ้งเปี่ยมด้วยความโกรธแค้น ร้อยดาวสลัดศีรษะแล้วหันไปมองรูปนั้นอีกทีรูปกลับคืนเป็นปกติ
ร้อยดาวพูดกับรูป “อย่าจองเวรจองกรรมใครอีกเลยนะคะ คุณแม่"
ทันใดนั้น เสียงปกรณ์ร้องโหยหวนเหมือนถูกผีเวียงแก้วทรมานอย่างหนักก็ดังขึ้น แต่คราวนี้ดังกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาจนร้อยดาวปวดแก้วหูคล้ายมีคนตะโกนอยู่ข้างๆ
“เสียงนั่น !"
ร้อยดาวหันออกไปทางหน้าต่าง เธอได้ยินเสียงดังมาจากเวียงร้อยดาวที่ตั้งอยู่ไกลลิบๆ

ร้อยดาวก้าวฉับๆ ผ่านดงไม้มุ่งไปยังเวียงร้อยดาวอย่างรีบร้อน เสียงร้องโหยหวนของปกรณ์ยังคงดังลั่นเป็นระยะๆ ร้อยดาวกึ่งเดินกึ่งวิ่งจากไป

ร้อยดาวก้าวมาหยุดที่ริมบึงบัว เสียงร้องของปกรณ์ดังโหยหวนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเงียบลง
“ต้องมีใครอยู่ที่เวียงร้อยดาวแน่ๆ !!"
ร้อยดาวเห็นเรือที่สามสะใภ้ใช้ไปยังเวียงร้อยดาวจอดเสยตลิ่งอยู่ ร้อยดาวหมายจะพายไปยังเวียงร้อยดาวให้รู้ดำรู้แดง คนๆ หนึ่งค่อยๆย่องมาทางด้านหลังร้อยดาว เขาเอาไม้ฟาดที่ท้ายทอยของร้อยดาวอย่างแรงจนสลบไป ร้อยดาวหมดสติหน้าแนบกับพื้นหญ้าริมตลิ่ง ร้อยดาวถูกลากลงเรือไป

ร้อยดาวนอนหมดสติอยู่บนเรือ ไอ้โม่งชุดดำพายเรือออกไปยังกลางบึง ไอ้โม่งเอาร่างร้อยดาวทิ้งโครมลงไปในน้ำ ร่างร้อยดาวจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ ความเย็นของน้ำทำให้ร้อยดาวรู้สึกตัวจนลืมตาขึ้นมา ร้อยดาวพบว่าตัวเองอยู่ใต้น้ำก็ตกใจ เธอพยายามตะเกียกตะกายขึ้นไป
สายบัวพันแข้งพันขาร้อยดาวเต็มไปหมด ร่างของเวียงแก้วถูกถ่วงด้วยหีบเหล็กขนาดใหญ่อยู่ใต้น้ำ
ทันใดนั้นร่างของเวียงแก้วก็ลืมตาโพลงขึ้นจนร้อยดาวตกใจ
“ยังตายไม่ได้ ! กลับไป !!! กลับไป" เวียงแก้วว่า

ร้อยดาวเห็นศพแม่แล้วก็ตกใจจนแทบช็อค


เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว

นมแสงเห็นประตูห้องร้อยดาวเปิดอ้าอยู่ก็แปลกใจจึงผลักเข้าไป

“คุณหนูคะ… คุณหนู"
นมแสงกราดสายตาแต่ก็ไม่เห็นร้อยดาวอยู่ในห้อง
นมแสงบ่น “น่าตีจริงๆ ดึกดื่นป่านนี้ ยังออกไปไหนอีกนะ"
นมแสงใจคอไม่ค่อยดีที่ร้อยดาวหายตัวไปกลางดึกแบบนี้

ร้อยดาวตกตะลึงกับภาพศพเวียงแก้วที่ถูกหีบเหล็กถ่วงน้ำตรงหน้า เท้าร้อยดาวถูกสายบัวรกเรื้อพันขายุ่งเหยิงไปหมดทำให้ตะเกียกตะกายขึ้นจากน้ำไม่ได้
ร้อยดาวคิดในใจ “แม่จ๋า… ช่วยหนูด้วย"
ร้อยดาวดิ้นทุรนทุรายจนกระทั่งขาดอากาศก่อนหมดสติไปใต้น้ำ
“ยังไม่ถึงเวลา ใครหน้าไหนก็จะเอาชีวิตลูกแม่ไม่ได้"
ร้อยดาวค่อยๆจมดิ่งลงไปในอ้อมกอดของเวียงแก้ว

นมแสงถือตะเกียงออกตามหาร้อยดาว หลายคัท หลายมุมจนทั่วแต่ก็ไม่พบ
นมแสงเรียก “คุณหนูคะ คุณหนู ! อยู่แถวนี้หรือเปล่าคะ" นมแสงเป็นห่วง
นมแสงเริ่มใจคอไม่ดีจึงยกมือไหว้อธิษฐานกับเวียงแก้ว
“ถ้าคุณยังอยู่ ช่วยคุ้มครองคุณหนูให้แคล้วคลาดปลอดภัย อย่าได้เป็นอะไรไปเลย เจ้าประคู๊ณ" นมแสงยกมือไหว้
ทันใดนั้นลมเย็นวูบหนึ่งพัดมาจนต้นไม้ไหวแกรกกราก นมแสงขนลุกซู่ เวียงแก้วตัวเปียกโชกกระซิบที่ข้างหูนมแสง
“ทางนี้…"
นมแสงหันขวับไปยกตะเกียงส่องแต่ก็ไม่เห็นใคร นอกจากลมพัดใบไม้แห้งม้วนตัวลอยไป นมแสงถือตะเกียงหลุดไปตามความรู้สึกลึกลับ

นมแสงเดินตามมาจนกระทั่งถึงบึงบัว เธอเห็นร่างร้อยดาวนอนคว่ำหน้าอยู่ที่ริมตลิ่ง นมแสงค่อยๆเข้าไปดูอย่างกล้าๆกลัวๆ ว่าคนหรือผี
“นั่นใครน่ะ ?"
นมแสงยกตะเกียงขึ้นส่อง พอเห็นร่างนั้นชัดๆ ก็ตกใจสุดขีด
“คุณหนู !"
ร้อยดาวที่เนื้อตัวเปียกโชกไปหมดนอนหมดสติอยู่ที่ริมบึงบัว

ปั้นถอดไอ้โม่งที่คลุมหน้าอยู่
“ต่อไปนี้ ลูกพ่อจะได้หมดเสี้ยนหนามเสียที อโหสิกรรมให้กระผมด้วยนะครับ คุณหนูร้อยดาว.."
ผีเวียงแก้วยืนจ้องมองปั้นด้วยความเคียดแค้น ปั้นหันมาเจอเวียงแก้วในระยะประชิดก็สะดุ้งเฮือก
เวียงแก้วตวาด “มึงจะจองเวรกูใช่มั้ย ไอ้ปั้น !!"
“คุณเวียงแก้ว !"
“ย่ำยีกูเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานจนตายไม่พอ ยังตามจองล้างจองผลาญเลือดเนื้อเชื้อไขกูอีก เห็นทีกูคงต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม"
“จะทำอะไร ?" ปั้นถาม
เวียงแก้วย่างสามขุมเข้ามาหาปั้น ปั้นถอยหนีลนลานหลังชิดต้นไม้ใหญ่
“คืนนี้กูจะเอาชีวิตคนชั่วอย่างมึงก่อนที่มึงจะได้ชีวิตลูกกู ไอ้ปั้น"
มือเวียงแก้วที่เล็บยาวดำสนิทเอื้อมมาช้าๆจะบีบคอปั้น ปั้นเหงื่อเม็ดโตผุดเต็มหน้า ใจเต้นไม่เป็นส่ำ “เบี้ยแก้" ที่คล้องคอปั้นส่องรัศมีสว่างวาบปกป้องเป็นไฟแผดเผามือเวียงแก้ว
เวียงแก้วร้องลั่น “กรี๊ดดด"
ผีเวียงแก้วกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดก่อนหายตัวไป
“เบี้ยแก้ของพ่อปู่… สาธุ !!"
ปั้นเอาเบี้ยแก้ที่คล้องคออยู่ยกขึ้นมาจบด้วยความศรัทธา

นมแสงหน้าตาตื่นเมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับร้อยดาว
“คุณพระช่วย !!! แล้วคุณหนูเป็นอะไรหรือเปล่าคะ เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า"
ร้อยดาวที่มีผ้าขนหนูห่มที่ไหล่ให้ร่างกายอบอุ่นกำลังดื่มน้ำอุ่นที่นมแสงเอามาให้
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ แค่ยังมึนๆหัวอยู่นิดหน่อย เดี๋ยวก็หาย" ร้อยดาวว่า
“แล้วคุณหนูเห็นหน้าไอ้คนร้ายหรือเปล่าคะ ว่ามันเป็นใคร" นมแสงถาม
ร้อยดาว ส่ายหน้า “ฉันหมดสติไปก่อนน่ะ เหตุการณ์มันเกิดขึ้นไวมาก ไวจนฉันตั้งตัวไม่ติด"
“มีคนลอบทำร้ายคุณหนู ดิฉันจะไปเรียนคุณท่าน"
“อย่าเพิ่งจ้ะ นม ฉันขอร้อง ช่วยปิดเรื่องนี้เป็นความลับ"
“ทำไมล่ะคะ ? คุณหนูกำลังตกอยู่ในอันตรายนะคะ"
“การนิ่งเฉยถือเป็นการโต้ตอบอย่างหนึ่งที่เอาชนะได้ยาก คนร้ายต้องเป็นใครสักคนที่อยู่ในบ้านหลังนี้ ฉันอยากจับให้ได้คาหนังคาเขา ก่อนที่คนร้ายจะไหวตัว"

ร้อยดาวครุ่นคิดว่าคนที่ลอบทำร้ายตนเป็นใครกันแน่


เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว

เช้าวันใหม่ ทุกคนกำลังรับประทานอาหารเช้าพร้อมกันที่ห้องอาหาร

ร้อยดาวลอบสังเกตอากัปกิริยาแต่ละคนว่าใครที่เป็นคนทำร้ายเธอ ดาหลาเหลือบเห็นร้อยดาวจ้องมายังตนแปลกๆ ร้อยดาวรีบเบนสายตาไปทางอื่น สร้อยฟ้ากับจงจิตชำเลืองดาหลาอย่างหมั่นไส้ ขณะที่วีระวิทย์จ้องดาหลาหูตาแพรวพราว ดาหลารู้สึกอึดอัด เธอค่อยๆรวบช้อน
สร้อยฟ้าพูด “พอรู้ว่าบุญหล่นทับ คุณพ่อจะยกมรดกก้อนโตให้ ก็อิ่มอกอิ่มใจจนกลืนอะไรแทบไม่ลงสินะ แม่ดาหลา"
“คุณแม่พูดดักคออย่างนี้ ไม่กลัวทายาทจากแดนไกล ที่อุตส่าห์ถ่อข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงนี่ ฟังแล้วจะแสลงหูเอาบ้างหรือคะ"
ร้อยดาวนิ่งเพราะไม่อยากต่อปากต่อคำกับดาราเรศ
“เป็นคนนอกซะเปล่า" ดารกาว่า “แต่กลับได้สมบัติพัสถานของคุณปู่ ใครรู้เข้า จะหาว่าเป็นแค่ขี้ข้า แต่ไม่เจียมกะลาหัว"
“อยากเป็นสะใภ้บดินทร์ธรไหมล่ะ จะได้ลบคำครหา ? ฉันยอมเสียสละแต่งงานกับเธอก็ได้นะ" วีรวิทย์ส่งตาหวานเยิ้ม
“แม่ดาหลามีหัวคิดพอที่จะเลือกผัวดีๆสักคนได้ คงไม่ต้องหวังพึ่งแกมาช่วยผลาญสมบัติฉัน ให้มันฉิบหายไวขึ้นหรอก เจ้าวีระวิทย์" ดำรงว่า
“ไม่รู้จะแก่งแย่งกันไปทำไม สมบัตินอกกาย ตายแล้วก็เอาไปไม่ได้" เต็มเดือนบอก
“แหม… คุณพี่ช่างน้ำใจประเสริฐ ! เช่นนั้น คุณพี่ก็สละสิทธิ์ ออกจากกองมรดกสิคะ จะได้ไม่ต้องมีสมบัติเป็นเครื่องก่อกิเลส" จงจิตบอก
เต็มเดือนปรายสายตาคมกริบไปยังจงจิตที่ดักคอ
“คุณปู่เห็นหลานแท้ๆอย่างเธอ เหมาะสม “น้อย" กว่าเด็กกำพร้าที่เก็บมาเลี้ยงอย่างแม่ดาหลา เสียใจด้วยจริงๆนะ ร้อยดาว" ดาราเรศบอก
“ดิฉันจะเสียใจหรือไม่ โปรดอย่าใช้ความรู้สึกส่วนตัวมาตัดสินคนอื่นเลยนะคะ ไม่แน่ว่า… คนที่เป็นฝ่ายเสียใจจนแทบกรีดร้องออกมาอาจเป็นคุณ ไม่ใช่ดิฉัน" ร้อยดาวบอก
ร้อยดาวตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนที่อยู่บนโต๊ะอาหาร ดาราเรศอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ แต่สร้อยฟ้าส่งสายตาปรามเอาไว้
“เลิกอิจฉาตาร้อนแม่ดาหลากันเสียที ! สมบัติที่มียังไม่พออีกหรือไง ระวังจะอกแตกตาย ก่อนได้ใช้สมบัติ"
ดาหลามองร้อยดาวอย่างไม่ค่อยสบายใจ

ดาราเรศยังเจ็บใจร้อยดาวไม่หาย
“เห็นพิษสงนังร้อยดาวหรือยังคะ คุณแม่ ! มันกล้าฉีกหน้าเรศต่อหน้าคนอื่น ถ้าไม่ติดที่คุณปู่นั่งอยู่ด้วย เรศคงเข้าไปจิกหัวมัน กระชากมาตบสั่งสอนให้รู้สำนึก"
“แกดันเปิดช่องให้มันเล่นงานเอง ช่วยไม่ได้ !" วีระวิทย์ว่า
สายตาวีระวิทย์จ้องเขม็งไปยังร่องอกกระถินที่กำลังถูพื้นอยู่อย่างยั่วยวน
“ทำเป็นมารยา ตีหน้าซื่อตาใส แค่อ้าปากฉันก็เห็นลิ้นไก่ ว่ามันก็อยากได้มรดกจนตั่วสั่น… รอบจัดเหมือนแม่มันไม่มีผิด" สร้อยฟ้าว่า
“เกิดคุณปู่หลงกล นึกเวทนานังร้อยดาวขึ้นมา สั่งให้ย้ายจากเรือนอีแก่นมแสงขึ้นมาอยู่บนตึก แล้วไล่เราสามแม่ลูกให้ลงไปอยู่เรือนคนใช้แทน พวกเราไม่แย่กันเหรอ"
“แค่ให้อีนั่นมากินข้าวร่วมโต๊ะเดียวกัน แม่ก็กลัวติดเสนียดจากมันจะแย่อยู่แล้ว โอ๊ยยย… นี่ฉันจะจัดการยังไงดีเนี่ย ไหนจะนังร้อยดาว ไหนจะนังดาหลา มารจริงๆ"
สร้อยฟ้าหงุดหงิดเพราะยังคิดหาวิธีไม่ออก เธอเหลือบเห็นวีระวิทย์กำลังแอบล้วงควักกระถินอยู่
“อีกระถิน !"
กระถินสะดุ้งสุดตัว
“ไปถูให้มันไกลๆลูกกูหน่อยได้มั้ย"
กระถินหิ้วกระป๋องน้ำหน้าหงิกเพราะอารมณ์ค้างแล้วเดินไป ดาราเรศเข้ามานั่งใกล้ๆสร้อยฟ้า ตาเป็นประกาย
“เรศคิดแผนบางอย่างออกแล้วค่ะ คุณแม่"
สร้อยฟ้ากับวีระวิทย์หันมามองดาราเรศเป็นตาเดียวกัน
“นังกระถิน ! ฉันมีงานให้แกทำ"
พูดจบดาราเรศก็ยิ้มอย่างมาดมั่นเพราะมีแผนการร้ายในใจ

ดาหลายกถาดสำรับกับข้าวของดำรงหลังจากกินเสร็จแล้วจะเอาไปไว้ที่โรงครัว กระถินซึ่งแอบมองอยู่ที่มุมหนึ่งแสยะยิ้มเย็นเยี่ยงงูพิษ ดาหลาสวมเท้าลงไปในรองเท้าพลันก็ต้องสะดุ้ง
“โอ๊ยย !!"
ดาหลามีสีหน้าเจ็บปวดขณะชักเท้าออกมา เลือดของเธอแดงฉานเต็มเท้า กระถินปราดเข้ามาแล้วแสร้งทำหน้าตาตื่น
“เท้าเธอ ! ตายแล้ว !!! เลือดทั้งนั้นเลย"
กระถินหยิบเอาเศษแก้วเปื้อนเลือดออกมาจากรองเท้าของดาหลา
“เศษแก้ว ! ทำไมมาอยู่ในรองเท้าของคุณได้ล่ะ"
ดาหลาเจ็บ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน"
“ต้องมีคนแกล้งแน่ๆ"
ดาหลาประหลาดใจว่ากระถินหมายถึงใคร
“ใครจะแกล้งฉัน ?"
“ลองคิดดูสิ ว่าใคร…ที่คุณกำลังเป็นศัตรูด้วย ? ใคร…ที่คุณกำลังแย่งทุกอย่างที่น่าจะเป็นของของเขาไป ? ใคร…ที่รู้สึกว่าคุณเกินหน้าเกินตา จนต้องกลั่นแกล้งด้วยวิธีสกปรกอย่างนี้ ? ถ้าไม่ใช่…" กระถินกระซิบเบาๆที่หูดาหลา “คุณหนูร้อยดาว !"
“เป็นไปไม่ได้ ! คุณหนูเธอไม่ทำเรื่องแบบนี้แน่"
“ยิ่งแสนดีเท่าไร เบื้องลึกก็อาจยิ่งเลวร้ายเท่านั้น… อย่าให้ฉันพูดดีกว่า พูดไปคุณก็ไม่เชื่อเปล่าๆ"
“พูดออกมาเถอะ… เธอรู้อะไร"
“เมื่อกี้ฉันเห็นคุณหนูร้อยดาวมาทำอะไรลับๆล่อๆกับรองเท้าคุณ ถ้าไม่ใช่ฝีมือเธอ แล้วจะเป็นใคร ?"
ดาหลาเริ่มหูเบาและคล้อยตาม
“ไม่น่าเชื่อ… คุณหนูจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร"
“ความสะใจยังไงล่ะ นี่แหละน๊า… ที่เขาบอกว่าแรงริษยามันไม่เข้าใครออกใคร คุณแย่งทุกอย่างของคุณหนูร้อยดาวไป ถ้าไม่มีคุณสักคน คุณท่านจะยกสมบัติให้ใคร ถ้าไม่ใช่หลานรักที่พลัดพรากจากกันมานานเกือบ 25 ปี จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ ฉันแค่เตือนคุณด้วยความหวังดี"

ดาหลาเริ่มคล้อยตามลมปากของกระถิน กระถินยิ้มนิดๆที่มุมปากเมื่อเป็นไปตามแผนของดาราเรศ


เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว

ร้อยดาวนั่งจดบันทึกลงในไดอารี่ของพ่อ

“ใครบางคนกำลังมุ่งร้ายหมายเอาชีวิตหนู จะด้วยจุดประสงค์อะไร ยังไม่ทราบแน่ชัด หากคุณแม่เวียงแก้วไม่ช่วยไว้ หนูคงจมน้ำที่บึงบัวตายไปแล้ว…ไม่มีใครในบ้านบดินทร์ธรน่าไว้วางใจเลยแม้แต่คนเดียว.."
ดาราเรศเดินเข้ามาด้วยสายตาเปล่งประกายความอยากรู้
“ทำอะไร ?"
ร้อยดาวรีบปิดสมุดไดอารี่แล้วสอดใส่กระเป๋าหนังสีน้ำตาลทันที ดาราเรศยืนกอดอกจ้องร้อยดาวอย่างจับผิด
ร้อยดาว ตอบสั้นๆ “เขียนไดอารี่…"
“ระบายความอัดอั้นตันใจที่เธอเหมือนฝุ่นผงที่ลอยไปลอยมาในอากาศ ไม่มีใครเห็นเธออยู่ในสายตา แม้กระทั่ง…คุณปู่น่ะหรือ?"
“คุณดาราเรศให้เกียรติมาถึงที่นี่ คงไม่ได้มาถามฉันเรื่องแค่นี้มีธุระอะไรกับฉันก็ว่ามา ไม่ต้องอ้อมค้อม"
“คุณปู่ออกปากจะยกสมบัติพัสถาน รวมทั้งบ้านบดินทร์ธรหลังนี้ให้แม่ดาหลา แล้วเธอล่ะ เธอได้อะไรจากคุณปู่ อย่างน้อยบ้านหลังนี้ก็น่าจะเป็นของเธอ"
“เปิดพินัยกรรมคุณพ่อดิลกแล้ว ฉันก็จะบินกลับไปอยู่ที่อังกฤษคุณปู่จะยกบ้านหลังนี้ให้ใคร จึงไม่มีความหมายสำหรับฉัน"
“อย่างน้อยเราก็เป็นพี่น้องพ่อเดียวกัน ดาหลาเป็นแค่ขี้ข้าที่ขยับฐานะเป็นลูกบุญธรรม มีสิทธิ์อะไรจะได้สมบัติที่ควรจะเป็นของทายาทอย่างเธอ ฉันเตือน เพราะเป็นห่วงเธอนะ ร้อยดาว"
“อย่าห่วงฉันเลยค่ะ เป็นห่วงคนที่อยู่ทางนี้จะดีกว่า ว่าแต่คุณเถอะ ถ้าคุณปู่ยกบ้านหลังนี้ให้ดาหลาแล้ว คุณจะยังอยู่ที่นี่หรือเปล่า ?"
ดาราเรศข่ม “ฉันก็ย้ายไปอยู่ที่เวฬุมาศกับคุณชายสิบทิศน่ะสิ ไม่รู้เหรอ ว่าคุณชายสิบทิศ “รักฉัน" มากแค่ไหน อีกไม่นานบดินทร์ธรกับเวฬุมาศก็จะเป็นทองแผ่นเดียวกัน"
ดาราเรศหมายจะยั่วร้อยดาวแต่ร้อยดาวกลับยิ้มอย่างจริงใจ
“ดีจริง ! อีกหน่อยฉันก็คงต้องเรียกคุณว่า…" ร้อยดาวคิด “หม่อม" เวฬุมาศใหญ่โตโออ่ากว่าบดินทร์ธรตั้งหลายเท่า คุณท่านตัดสินใจถูกแล้วที่ยกบ้านหลังนี้ให้ดาหลา เพราะดูเหมาะสมมากกว่าคุณ"
ดาราเรศเป็นฝ่ายยั๊วะเสียเองเมื่อเจอร้อยดาวย้อนศรจี้ใจดำ

สิบทิศกำลังง่วนกับการค้นหาตำราทางพฤกษศาตร์ภาษาอังกฤษอยู่ เขาไล่สารบัญแล้วเปิดไปยังหน้าที่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับยี่โถ ในหนังสือเป็นรูปดอกยี่โถ และโครงสร้างโมเลกุลของคาร์ดิแอกไกลโคไซด์
สิบทิศอ่าน “ยี่โถมีส่วนประกอบของ “คาร์ดิแอกไกลโคไซด์"ออกฤทธิ์ต่อการเพิ่มแรงบีบของหัวใจ อาจส่งผลต่อการเต้นที่ผิดปกติของหัวใจหรือหยุดเต้นจนเสียชีวิตได้…"
เขานึกถึงตอนที่ดำรงชวนให้สิบทิศกินน้ำชา สิบทิศรับถ้วยน้ำชา ยกขึ้นมาดม รู้สึกแปลกๆ
“ชาดอกยี่โถ ลองชิมดูสิ" ดำรงบอก
สิบทิศรู้สาเหตุอาการป่วยของดำรงแล้วก็ถึงบางอ้อ
“มิน่าล่ะ อาการท่านถึงยังไม่ดีขึ้นสักที เพราะสารที่อยู่ในชายี่โถ ชีพจรถึงได้เต้นไม่เป็นจังหวะ… ทำให้ทรุดลงอย่างรวดเร็ว ของอันตรายแบบนี้ ใครให้กินเข้าไปได้ยังไง"
ช้อยเดินเข้ามาหา
“คุณชายอยู่นี่เอง ช้อยตามหาแทบแย่"
สิบทิศละสายตาจาหนังสือแล้วหันมามองช้อย
“มีอะไร ? น่านฟ้าก่อเรื่องอีกแล้วหรือ ?"
“เปล่าหรอกเจ้าค่ะ…. ท่านหญิงรัตนากรมีรับสั่งให้คุณชายเฝ้าเจ้าค่ะ"
สิบทิศสงสัยว่ารัตนากรมีเรื่องอะไร

กรอบรูปครอบครัววิรุฬ เป็นรูปอาภาขณะอุ้มสิบทิศตอนแบเบาะ รัตนากรที่หยิบกรอบรูปนั้นขึ้นมาดู
“เมื่อไหร่ชายจะมีหลานตัวเล็กๆให้ป้าอุ้มเสียที"
รัตนากรรำพึงเพราะรู้ดีว่าตัวเองเป็นมะเร็งลำไส้คงอยู่ต่อไปได้ไม่นาน
“ชีวิตคนเรามันไม่แน่นอน ป้าอยากเห็นชายแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝา ใช้ชีวิตคู่อย่างมีความสุขกับคนที่ชายรัก ก่อนป้าจะตายจาก"
“แต่หลานยังไม่พร้อม" สิบทิศว่า
“ยังไม่พร้อมหรือไม่คิดจะเปิดใจให้ใครกันแน่… คนเราเกิดมาคนเดียว ก็ตายคนเดียว แต่การได้ร่วมหอลงโรงกับใครสักคน สร้างครอบครัวที่อบอุ่นคือความสุขของชีวิต"
“ท่านพ่อก็แต่งงานอยู่กินใช้ชีวิตคู่กับท่านแม่ ตั้งแต่หลานจำความได้ ยังไม่เคยเห็นท่านพ่อมีความสุขเลยสักครั้ง"
“ชีวิตคู่ คือการอยู่ด้วยความเข้าใจของคนสองคน ไม่ใช่ความจำทนต้องอยู่ด้วยกัน วิรุฬไม่เคยได้รู้จักชีวิตคู่อย่างจริงใจ สุดท้ายจึงไม่มีความสุขอะไรให้ต้องจดจำ"
“ทุกวันนี้หลานยังไม่เจอคนที่ถูกใจ หรือต่อให้เจอ ก็ไม่รู้ ว่าคนคนนั้นคือคนที่ใช่หรือเปล่า"
รัตนากรหัวเราะเบาๆ “ไม่เห็นจะยาก… คนที่ยามไม่เห็นหน้าก็คิดถึง ยามเห็นเขาอยู่กับคนอื่นก็เจ็บจี๊ดที่ใจ นั่นแหละ… คนที่ใช่สำหรับเราชายเจอคนๆนั้นบ้างแล้วหรือยัง ? ถ้ายัง… ป้าจะช่วยหาให้"
สิบทิศมีภาพร้อยดาวผุดวาบขึ้นมาในหัวทันที

น่านฟ้าหน้าตาตื่นเมื่อรู้เรื่องจากร้อยดาว
“อะไรนะคะ !!! พี่ร้อยดาวถูกลอบทำร้าย"
ร้อยดาวรีบจุ๊ปากเพราะกลัวใครจะมาได้ยินเข้า
“ชู่วส์… เบาๆสิคะ คุณหญิง ! เดี๋ยวใครได้ยินเข้าจะเป็นเรื่อง"
“แล้วพี่ร้อยดาวคิดว่าใครเข้าข่ายผู้ต้องสงสัยบ้างคะ ?"
“คนร้ายอาจจะใครสักคนที่พัวพันกับคดีการตายของคุณแม่เวียงแก้วก็เป็นได้"
น่านฟ้าดีดนิ้ว “เข้าเค้า ! พอรู้ว่าพี่ร้อยดาวกำลังสืบหาเบาะแสสาเหตุการตายที่แท้จริง ก็เลยลอบทำร้าย เพื่อปิดปาก"
น่านฟ้าเดินไปเดินมาพลางคิดจับต้นชนปลายเหมือนนักสืบ
“ฟังจากที่เล่ามา… พี่ร้อยดาวถูกตีด้วยของแข็งจนหมดสติ ขณะกำลังจะไปที่เวียงร้อยดาว… หรือว่าคนร้ายต้องการขัดขวาง ไม่อยากให้พี่ไปที่นั่น เพราะมีเงื่อนงำหรือร่องรอยอะไรบางอย่าง"
“เรากลับไปหาหลักฐานที่เวียงร้อยดาวกันอีกนะคะ"
น่านฟ้ารู้สึกหนาวๆร้อนๆ
“จะดีเหรอ… หญิงว่าที่นั่นมันดูวังเวงพิลึก แถมยังมีผีอีกต่างหาก"
“ถ้าคุณหญิงไม่ไป ก็คอยอยู่ที่นี่ ดิฉันจะไปเอง"
มารุตเข้ามาได้ยินเข้าพอดีก็รีบเข้ามาร่วมวงด้วย
“จะไปไหนกัน ท่าทางน่าสนุก ขอไอไปด้วยคนได้ไหม ?"
พอเห็นหน้ามารุตน่านฟ้าก็ถึงกับเบ้ปาก
“เห็นหน้านายทีไร ฉันสังหรณ์ใจ ว่าจะต้องเกิดเรื่องทุกที"
มารุตทำหน้าทะเล้นใส่น่านฟ้าเพราะยิ่งรู้ว่าเธอไม่ชอบหน้าก็ยิ่งแกล้ง
“เหรอ…. ? ยูต่างหากล่ะ ที่เป็นตัวดึงดูดพลังความโชคร้าย เจอคราวก่อนก็เล่นซะไอเดินเสียศูนย์ไปหลายวัน"
“เอาอีกทีมั้ยล่ะ !"

น่านฟ้าเงื้อทำท่าจะเตะซ้ำอีกดอก มารุตรีบเอามือกุมเป้าตัวเอง ร้อยดาวได้แต่ส่ายหน้า ปวดหัวกับคู่นี้จริงๆ


เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว

ปั้นมารายงานสามสะใภ้เรื่องที่ตนถูกผีเวียงแก้วหลอกเมื่อคืน

“เคราะห์ยังดี ! ถ้าไม่ได้เบี้ยแก้ของพ่อปู่ช่วยไว้ เมื่อคืนนี้ ผมคงถูกผีคุณเวียงแก้วหักคอตายไปแล้ว"
“มันกำลังเล่นเกมล่าพวกเราชัดๆ ไอ้หม่อง ไอ้ดำ ไอ้บึกสังเวยชีวิตผีนังเวียงแก้วไปแล้วสามศพ แล้วใครล่ะจะเป็นเหยื่อรายต่อไป" จงจิตบอก
“เราจะเป็นฝ่ายตั้งรับ รอให้ผีอีเวียงแก้วมันมาคิดบัญชีอยู่ท่าเดียวอย่างนี้ไม่ได้นะคะ คุณพี่" สร้อยฟ้าว่า
“ผีเวียงแก้วทำอะไรฉันกับนายปั้นไม่ได้ เพราะเครื่องรางที่พ่อปู่ให้ไว้คุ้มครอง แสดงว่าอาคมของพ่อปู่ยังขลังอยู่" เต็มเดือนบอก
“กุญแจล่ามเวียงร้อยดาวเอาไว้ถูกทำลายจนพัง ต้องมีใครเข้าไปทำอะไรผ้ายันต์สะกดวิญญาณแน่ๆ ผีนังเวียงแก้วถึงออกมาอาละวาด"
“อย่าให้รู้เชียวนะว่าเป็นฝีมือใคร จับได้ แม่จะตบให้ฟันร่วงเชียว"
เต็มเดือนพูดกับปั้น “ส่งคนไปตามพ่อปู่มาพบฉัน ! ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหาสุดหล้าฟ้าเขียว ก็ต้องตามพ่อปู่มาพบฉันที่นี่ให้ได้… ไปได้แล้ว"
ปั้นรับคำสั่งแล้วรีบเดินออกไป เต็มเดือนยังคงยิ้มอย่างมั่นใจว่าจะจัดการเวียงแก้วได้แตกต่างจากสร้อยฟ้า และจงจิต

ร้อยดาวเดินนำหน้ามารุตกับน่านฟ้ามาเปิดประตูดังแอ๊ด ทั้งสองเดินเข้ามาภายในเวียงร้อยดาวที่มีบรรยากาศน่าขนหัวลุก ร้อยดาวเดินนำหน้าอย่างคุ้นเคย ทิ้งให้น่านฟ้าอยู่กับมารุตแค่สองคน
“นี่น่ะเหรอ เวียงร้อยดาว ! ดัดแปลงอีกสักหน่อย ไอว่าเปิดเป็นบ้านผีสิง เก็บค่าตั๋วได้สบาย" มารุตว่า
“ปากดี… อยากเป็นผีรอบปฐมฤกษ์หรือไง"
เสียงตุ๊กแกตัวเขื่องเกาะอยู่ที่ข้างฝาร้องตั๊บแก..
น่านฟ้าปากคอสั่น “สะ…เสียง…นั่น…"
มารุตพูดข่ม แต่ตัวเองก็กลัว “ก็แค่ตุ๊กแก กลัวเป็นเด็กๆไปได้"
น่านฟ้าค้อนควับใส่มารุตเพราะไม่พอใจที่ถูกหาว่าเป็นเด็ก ทันใดนั้น ตุ๊กแกตกลงมาเกาะที่บ่าของมารุตแล้วเกาะแน่น
“เฮ้ยย !!!!! ไป ! ไป ! ชิ้ว"
มารุตร้องดังลั่นพร้อมกับสะบัดตุ๊กแกออกจากบ่าชนิดกลัวยิ่งกว่าน่านฟ้าเสียอีก ตุ๊กแกตกพื้น คลานหนีไป มารุตหลบอยู่หลังน่านฟ้าแบบยังขยะแขยงไม่หาย
“ไหนว่าไม่กลัวไง นายมาร์คปากมาก ! ร้องดังกว่าฉันอีก"
มารุตยิ้มแหยหัวเราะแหะๆ
“นึกว่าจะแน่ ที่แท้ปอดแหกยิ่งกว่าฉันซะอีก"
น่านฟ้าเบ้ปากแล้วเดินจากไป

ร้อยดาวสังเกตเห็นพรมที่ปูพื้นไม้บริเวณใต้บันไดไม่เรียบเสมอกัน น่านฟ้ากับมารุตเดินตามมา
“มีอะไรเหรอคะ พี่ร้อยดาว ?" น่านฟ้าถาม
“ดูพรมตรงพื้นใต้บันไดนี่สิ ทำไมถึงได้ไม่เรียบเสมอกับที่อื่น" ร้อยดาวบอก
ร้อยดาวแย้มพรมออกเล็กน้อยก็เห็นแม่กุญแจล็อคบานพับสายยูอยู่ใต้พรม
“ก็แค่แม่กุญแจสนิมเขรอะ นึกว่าเจอเบาะแสอะไรเสียอีก" มารุตว่า
ร้อยดาวเลิกพรมผืนนั้นขึ้นเผยให้เห็นว่ามีประตูลับซ่อนอยู่
“ประตูลับลงไปห้องใต้ดิน !" น่านฟ้าตกใจ
ร้อยดาวเอาแท่งเหล็กแป๊บแทนชะแลงงัดแม่กุญแจแต่ก็ไม่ออก
“ยืนทื่อเป็นหุ่นไล่กาอยู่ได้ เป็นผู้ชายซะเปล่า มาช่วยพี่ร้อยดาวสิ"
มารุตออกแรงเอาเหล็กงัดบานพับแม่กุญแจออกทั้งแผงจนเหงื่อตก
มารุตปาดเหงื่อ “ฟู่ว…. กว่าจะออก"
ร้อยดาวค่อยๆเปิดประตูลับขึ้นมาทำให้เห็นบันไดผุพังทอดยาวลงไปเบื้องล่าง
มารุตตาค้าง “โอ้ มายกอต !!! ไอกำลังฝันไปใช่มั้ย"
“ต้องมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ในนี้แน่ๆ"
ร้อยดาวทำท่าจะลงบันได แต่มารุตจับแขนห้ามเอาไว้
“เดี๋ยว !!! บันไดนี่ถูกปลวกกินจวนจะพังแหล่ไม่พังแหล่ ดูจากสภาพแล้ว ไอว่าไม่น่ารอด"
“นั่นสิคะ พี่ร้อยดาวอย่าลงไปเลยนะคะ น่ากลัวออก" น่านฟ้าว่า
“อย่าห้ามดิฉันเลยนะคะ กุญแจดอกสำคัญที่จะไขปริศนาการตายของคุณแม่เวียงแก้ว อาจจะซ่อนอยู่ในห้องใต้ดินนี่ก็ได้"
“งั้นให้ gentleman อย่างไอเสี่ยงตายลงไปดูลาดเลาก่อน แล้วยูค่อยตามลงไป O.K. ?"
“จะลงไปได้ยังไง ยูตัวใหญ่กว่าไอตั้งเยอะ อยู่เป็นเพื่อนคุณหญิงบนนี้แหละ ดีแล้ว"
มารุตเป็นห่วงร้อยดาวแต่ก็จนด้วยเหตุผล
“ระวังตัวด้วยนะ…"
ร้อยดาวแตะมือมารุตทำนองบอกว่าไม่เป็นไร แล้วเธอก็ค่อยๆลงบันไดไม้สูงชันด้วยความระมัดระวัง มารุตกับน่านฟ้ามองตามด้วยความเป็นห่วง ร้อยดาวค่อยๆเหยียบย่างลงบันขั้นบันไดผุๆ ดังแอ๊ดอ๊าด
“กลับขึ้นมาเถอะค่ะ"
ร้อยดาวลงบันไดไปได้ครึ่งทางก็หันกลับมายิ้มระรื่น
“Don’t Worry !!! อย่าห่วงเลยค่ะ"
ทันใดนั้น บันไดก็หักผลั๊วะ ร้อยดาวร่วงลงไปทันที
“อ๊ายย !!"
มารุตกับน่านฟ้าร้องออกมาพร้อมกัน “ด้า / พี่ร้อยดาว"
มารุตกับน่านฟ้าใจหายวูบ

ร้อยดาวตกลงมาก้นกระแทกพื้นเต็มเปา
“Shit ! อูย"
มารุตตะโกนลงมาจากข้างบน
“เฮ้ ! You all right ?"
“พี่ร้อยดาวเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ?" น่านฟ้าถาม
ร้อยดาวลุกขึ้นเอามือปัดฝุ่นปัดหยากไย่ ที่เกาะตามเนื้อตัว
“ก้นกบระบมแค่นี้ สบายมาก"
มารุตตะโกนลงมาจากข้างบน
“รอเดี๋ยว ไอจะรีบหาทางช่วยยูขึ้นมานะ"
มารุตหันมาว่าน่านฟ้าที่ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก
“ยืนทื่อเป็นหุ่นไล่กาอยู่ได้ ไปสิ"
“ไปไหน ?" น่านฟ้าถาม
“เอ้า ! ก็แยกย้ายกันไปหาอะไรมาช่วยเพื่อนไอน่ะสิ รู้จักทำตัวให้เป็นประโยชน์ซะบ้าง"

น่านฟ้าหมั่นไส้มารุตเต็มแก่แต่ก็เดินตามมารุตไป


เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว

มาร์คเอาเชือกที่ใช้ผูกเรือขมวดเป็นปมสำหรับให้ไต่ลงไป น่านฟ้าเข้ามาถามด้วยความสงสัย

“ทำอะไรของนาย ?"
“ผูกเงื่อน ทำบันไดเชือก ! ไม่เคยเรียนลูกเสือหรือไง หัดกินปลาบ้างนะ เผื่อจะได้ฉลาดขึ้น"
“ทำไมไม่ใช้นั่น ?"
น่านฟ้าชี้ไปยังบันไดไม้ไผ่ที่วางพิงอยู่ใกล้ๆ มารุตหน้าแตกละเอียด

ร้อยดาวมองไปรอบๆห้องใต้ดินที่เปียกชื้นและอับทึบซึ่งมีกลิ่นเหม็นสาบสางโชยมา หนูวิ่งกันขวั่กไขว่ไม่ต่างจากเหตุการณ์ที่ร้อยดาวพบตอนอยู่ห้องใต้หลังคา เสียงลากโซ่ดังแกรกกรากดังอยู่ในเงามืด ร้อยดาวค่อยๆเดินเข้าไปต้นเสียงช้าๆ ด้วยความอยากรู้ เสียงโซ่ดังใกล้ขึ้นมาเรื่อยๆ
เงาตะคุ่มๆของปกรณ์กำลังหันหลังกินอะไรบางอย่างอยู่อย่างตะกละตะกราม
ร้อยดาว ถาม “นั่นใครน่ะ ?"
ปกรณ์หันมาในสภาพผมเผ้ากระเซอะกระเซิงโดยเขากำลังกินหนูอยู่ เลือดแดงฉานเปรอะที่ปาก แลดูน่ากลัว ร้อยดาวตกใจจนผงะ ปกรณ์เหวี่ยงซากหนูลงกับพื้นแล้วเดินลากโซ่ที่ล่ามเท้าดังแกรกกรากเข้ามาหาร้อยดาว
ปกรณ์ร้อง “ช่วยด้วย !"
ร้อยดาวสะดุดของที่อยู่ในห้องใต้ดินจนล้มลง เธอคลานถอยหลังด้วยความลนลานและหวาดกลัว ปกรณ์เดินใกล้เข้ามาแล้วตะครุบที่บ่าของร้อยดาว
“ได้โปรดเถอะ… ช่วยฉันที ทรมานเหลือเกิน"
ร้อยดาวกลัวจนปากสั่น “คะ…คุณ…เป็นใคร ?"
ร้อยดาวเห็นปกรณ์ในสภาพกระเซอะกระเซิงสลับกับปกรณ์ในสภาพปกติแล้วก็พร่าเบลอมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งไม่เห็นหน้า เธอได้ยินแต่เสียงปกรณ์ดังก้องสะท้อนไปมาในหัว
“ช่วยด้วย ! ช่วยพาฉันออกไปจากขุมนรกนี่ที !"
ร้อยดาวรู้สึกปวดศีรษะจนแทบจะระเบิดแล้วดวงตาของเธอก็มืดสนิท ร้อยดาวสิ้นสติสัมปชัญญะ

ร้อยดาวค่อยๆลืมตาขึ้นมาเห็นนมแสง มารุต และน่านฟ้า
“คุณหนูของนมรู้สึกตัวแล้ว"
ร้อยดาวค่อยๆยันกายลุกขึ้นมากวาดตามองไปรอบๆ เพื่อพยายามแยกว่าความจริงหรือความฝัน
“พอไอปีนบันไดลงไปช่วย ก็เห็นยูเป็นลมหมดสติ เลยพากลับมาที่นี่" มารุตเล่า
“หญิงได้ยินเสียงพี่ร้อยดาวร้องเหมือนตกใจอะไรบางอย่าง" น่านฟ้าบอก
ร้อยดาว ฉันเห็น…ใครก็ไม่รู้ ถูกล่ามโซ่ขังไว้ในห้องใต้ดิน…
ร้อยดาวนึกถึงตอนที่เธอเห็นปกรณ์ในภาพกระเซอะกระเซิงตัดสลับกับปกรณ์ในสภาพปกติ
ร้อยดาว เปรยออกมา “หน้าคล้ายๆ… คุณพ่อปกรณ์"
“เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ คุณปกรณ์ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปตั้งยี่สิบกว่าปีแล้ว หลังจากที่คุณดิลกกับคุณจันทร์ฉายพาคุณหนูไปอยู่ที่อังกฤษได้ไม่นาน" นมแสงบอก
“ยืนยันได้ ! นอกจากยู ไอไม่เห็นใครอยู่ในห้องใต้ดินนั่นสักคน" มารุตบอก
น่านฟ้าพยักหน้าหงึกหงักเพื่อเป็นพยานด้วยอีกคน
“แล้วเสียงร้องที่ฉันได้ยิน กับภาพผู้ชายคนนั้นล่ะ ?" ร้อยดาวถาม
มารุตกับน่านฟ้าส่ายหน้าไม่รู้เรื่อง ร้อยดาวรู้สึกสับสนไปหมด

มารุตมาส่งน่านฟ้าที่เวฬุมาศ
“หรือว่า สิ่งที่พี่ร้อยดาวเห็นจะไม่ใช่คน ? แต่เป็นภาพลวงตา อาถรรพ์ลี้ลับของเวียงร้อยดาว" น่านฟ้าบอก
“ประสาท ! อ่านนิยายสยองขวัญมากเกินไปหรือเปล่า" มารุตว่า
“จะบอกอะไรให้นะ ฉันเองก็เคยถูกผีหลอกที่นั่นเหมือนกัน แต่ที่ฉันเห็น เป็นผีผู้หญิงชุดขาว ผมยาวสยาย นึกถึงทีไร ขนลุกทุกที"
“ผีเผอโลกนี้มีที่ไหน"
“แล้วไอ้ที่พี่ร้อยดาวเห็นล่ะ เรียกว่าอะไร"
“อาจเป็นผลข้างเคียงจากการผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาก็ได้"
“พี่ร้อยดาวเคยผ่าตัดเปลี่ยนดวงตาด้วยเหรอ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนหรือว่า… หมอเอาดวงตาของคนตายมาเปลี่ยนให้ พี่ร้อยดาวก็เลยมองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็น"
“ก็เพราะมัวแต่คิดแบบนี้ ถึงได้เป็นพวกล้าหลัง ไดโนเสาร์เต่าล้านปี"
“นายว่าใคร ห๊า"
มารุตทำหน้าทะเล้น ยักไหล่ แต่ไม่ตอบ น่านฟ้าขัดใจ หมั่นไส้จึงผลักอกมารุตแล้วเดินเข้าตึกไป มารุตอดขำไม่ได้ เขารู้สึกสนุกที่ได้กวนประสาทน่านฟ้า

น่านฟ้าค่อยๆย่องเข้ามาข้างในเพราะกลัวใครจะมาเห็นเข้า สิบทิศหน้าถมึงทึงรออยู่ก่อนแล้ว
สิบทิศเสียงดัง “ไปไหนมา !"
น่านฟ้าสะดุ้ง “ไป…ไปเดินเล่นมาค่ะ"
“ที่ไหน !"
“ก็แถวๆนี้…"
“ไปบดินทร์ธรมาใช่มั้ย ?"
น่านฟ้าอึกๆอักๆ และหน้าถอดสี
“พี่ถาม ทำไมไม่ตอบ !" สิบทิศเรียก “ช้อย !!"
ช้อยเดินเข้ามาพร้อมกับกระเป๋าสัมภาระสำหรับเดินทางของน่านฟ้า
“พี่ให้ช้อยจัดกระเป๋าเดินทางไว้ให้แล้ว พรุ่งนี้ พี่จะพาหญิงไปส่งที่ตำหนักท่านยายที่กรุงเทพแต่เช้า"
น่านฟ้าตกใจ “พี่ชาย !!! พี่ชายจะทำอะไร ทำไมไม่ถามหญิงสักคำ ว่าหญิงอยากไปอยู่ที่นั่นมั้ย"
“ไม่จำเป็น ! พี่ตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับหญิงแล้ว"
“หญิงควรมีสิทธิ์ตัดสินใจเลือกทางเดินของตัวเองบ้าง"
“เรายังเด็กเกินกว่าที่จะรู้ว่าสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจลงไป ผิดหรือถูก"
“ไม่ว่าสิ่งที่ตามมาจะดีกว่าเดิมหรือแย่กว่าเก่า หญิงก็พร้อมที่จะยอมรับผลจากการตัดสินใจที่หญิงเป็นคนเลือกเอง"
“ป่วยการที่จะชักแม่น้ำทั้งห้ามาอธิบาย ไปเตรียมตัวซะ พรุ่งนี้เราต้องออกเดินทางกันแต่เช้า"
น่านฟ้าน้ำตารื้น “พี่ชายไม่มีเหตุผล ! ถ้าท่านพ่อกับท่านแม่ยังอยู่ พี่ชายคงไม่บ้าอำนาจขนาดนี้"
น่านฟ้าพูดจบก็ร้องไห้แล้วเดินกลับขึ้นห้องตัวเอง
สิบทิศเรียก “น่านฟ้า !"
ช้อยมองตามน่านฟ้าด้วยความเป็นห่วงก่อนจะหันมามองสิบทิศทำนองว่าจะเอายังไงดี

สิบทิศยังคงนิ่งเฉยและนึกตำหนิน่านฟ้าที่เอาแต่ใจตัวเอง


เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว

น่านฟ้าวิ่งร้องไห้เข้าห้องมา ก่อนจะปิดประตูลงกลอน

น่านฟ้าเอาหลังพิงประตูแล้วทรุดลงร้องไห้ด้วยความน้อยใจสิบทิศ เธอมองรูปภาพที่ผนังซึ่งเป็นรูป “นกน้อยโบยบิน" น่านฟ้านั่งนิ่งคิดถึงอิสรภาพของตนเอง เธออยากออกไปผจญโลกกว้างบ้าง

ร้อยดาวจับมือนมแสงแล้วถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“นม ! คุณพ่อปกรณ์ของฉันเสียชีวิตเพราะอะไร ?"
“คุณหนูจะอยากรู้ไปทำไมคะ" นมแสงถาม
“สิ่งที่ฉันเห็น อาจกำลังต้องการบอกอะไรบางอย่างกับฉันนมต้องเล่าให้ฉันฟัง ! อย่างละเอียด"
นมแสงหนักใจที่ต้องเล่าเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนั้นให้ร้อยดาวฟัง
“คืนนั้น ขณะที่คุณปกรณ์นั่งรถกลับจากกรุงเทพ.."
นมแสงเล่าเรื่องราวในอดีตในร้อยดาวฟัง

ภาพเหตุการณ์ในอดีต รถยนต์ของปกรณ์ขับรถฝ่าสายฝนที่โหมกระหน่ำลงมา ฟ้าแลบน่ากลัว
นมแสงเล่า “ขณะนั้นฝนเทลงมาอย่างหนัก รถยนต์ของคุณปกรณ์เสียหลักพลิกคว่ำ พุ่งชนราวสะพานตกลงไปในแม่น้ำ"
คนขับรถกับปกรณ์ตกใจจึงหักพวงมาลัยหลบทันที
รถยนต์ของปกรณ์พลิกคว่ำ พุ่งชนราวสะพานอย่างแรง ตามด้วยเสียงน้ำกระจาย

ร้อยดาวนั่งฟังนมแสงเล่าอย่างตั้งใจ
“หลังเกิดเหตุ หน่วยกู้ภัยส่งนักประดาน้ำช่วยกันงมหาด้วยความยากลำบาก เนื่องจากกระแสน้ำขณะนั้นไหลเชี่ยวมาก จนกระทั่งพบรถยนต์ของคุณปกรณ์ในสภาพพังยับเยิน คนขับรถติดอยู่ข้างใน ตายคาที่"
“แล้วคุณพ่อปกรณ์ล่ะ ?"ร้อยดาวถาม
นมแสงส่ายหน้าอย่างหมดหวัง ตาของเธอแดงคล้ายจะร้องไห้
“ตำรวจสันนิษฐานว่า ศพถูกกระแสน้ำพัดไปไกลแล้ว โธ่… คุณปกรณ์ของนม ไม่น่าเลย… เวรกรรมแท้ๆ จะนำร่างขึ้นจากน้ำมาสวดบำเพ็ญกุศล แต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่พบ"
นมแสงถึงกับปล่อยโฮออกมา
“ไม่พบศพงั้นเหรอ ?"
ร้อยดาวคาใจที่หาศพปกรณ์ไม่พบ

ร้อยดาวแอบเอากุญแจเข้ามาไขเปิดประตูเข้าไปในห้องเก็บของ เธอพยายามรื้อหากรอบรูปปกรณ์ที่เคยแขวนแล้วตกลงมาแตกจนพบ ร้อยดาวหยิบกรอบรูปของปกรณ์ขึ้นมาพิจารณาใบหน้าปกรณ์ชัดๆ ภาพชายลึกลับที่ถูกล่ามโซ่ขังไว้ที่ห้องใต้ดินแวบขึ้นมาในหัวของเธอ
“เป็นคนเดียวกันจริงๆด้วย !!"
ใครบางคนยืนอยู่ข้างหลังร้อยดาว ร้อยดาวตกใจจึงหันกลับมา พอรู้ว่าเป็นดาหลาเธอก็ค่อยโล่งอก
“เธอนั่นเอง….ดาหลา !"
ดาหลาระแวง “คุณหนูเข้ามาทำอะไรในห้องนี้"
“ฉันแค่…" ร้อยดาวยิ้ม “ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ"
ดาหลารู้สึกกลัวร้อยดาวที่ทำตัวมีลับลมคมใน ร้อยดาวเห็นที่เท้าของดาหลามีผ้าพันแผลพันอยู่
“เท้าเธอ ไปโดนอะไรมาเหรอจ๊ะ ?"
ดาหลามองร้อยดาวอย่างไม่วางใจเพราะเข้าใจผิดคิดว่าร้อยดาวแกล้งถามจึงไม่ยอมตอบ
ดาหลาพูดห้วนๆ “คุณท่านให้หา"
ดาหลาพูดจบก็รีบเดินไปเพราะไม่อยากอยู่ใกล้ร้อยดาว ร้อยดาวมองตามปฏิกิริยาของดาหลาที่เปลี่ยนไปอย่างงุนงง

ร้อยดาวนั่งสงบเสงี่ยมต่อหน้าดำรง
“มีคนมารายงานฉันว่า เห็นหล่อนพาเพื่อนสองคน เข้าไปยุ่มย่ามที่เวียงร้อยดาว เป็นความจริงหรือเปล่า ?" ดำรงถาม
ร้อยดาวหลบสายตา “จริงค่ะ"
“ฉันห้ามหล่อนแล้วใช่มั้ย ว่าอย่าสอดรู้ไม่เข้าเรื่อง"
“ดิฉันแค่อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณแม่เวียงแก้วที่นั่นกันแน่"
“เท่านี้ ยังรู้ความบัดสีของแม่หล่อนไม่พออีกหรือ ถึงต้องวิ่งแร่ไปหาหลักฐานมาประจานแม่ตัวว่าชั่วช้าขนาดไหน"
“ดิฉันไม่เชื่อ ว่าคุณแม่เวียงแก้วจะฆ่าตัวตาย เพื่อหนีอายที่ถูกจับได้ว่า" ร้อยดาวชะงักนิดหนึ่ง “คบชู้ !"
ดำรงกระแทกไม้เท้าปังใหญ่ด้วยความขัดใจเมื่อได้ยินร้อยดาวพูด
“โอหัง ! หล่อนคิดว่าแม่เวียงแก้วของหล่อนถูกใส่ร้ายป้ายสีให้มีราคีงั้นสิ ? จริงเท็จเป็นอย่างไร ทำไมฉันจะไม่รู้ หลักฐานพยานก็เห็นอยู่… นึกว่าฉันโง่นักหรือไง แม่ร้อยดาว !!"
“ดิฉันไม่กล้าล่วงเกินคุณท่านค่ะ แต่หลักฐานบางอย่างที่ดิฉันพบทำให้อดคิดไม่ได้ว่า การตายของคุณแม่เวียงแก้วน่าจะมีเงื่อนงำ"
“หลักฐาน ? หลักฐานอะไร ?"

ดำรงจ้องหน้าร้อยดาวอย่างสงสัยเพราะเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง  อ่านต่อ เวียงร้อยดาวตอนที่ 7

 

 

 

ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก http://www.manager.co.th/

 

 บทละครเวียงร้อยดาว, ละครเวียงร้อยดาว, อ่านละครออนไลน์, อ่านละครออนไลน์ เวียงร้อยดาว, อ่านเวียงร้อยดาวออนไลน์, เวียงร้อยดาว, เวียงร้อยดาวย้อนหลัง, เวียงร้อยดาวออนไลน์

 

 

คลิปย้อนหลังเวียงร้อยดาวทุกตอน

 


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น