Ads

วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

คำแถลงการณ์จาก YG กรณีภาพหลุด G-Dragon (Bigbang) และ มิซูฮาร่า กิโกะ

 


ภาพหลุด G-Dragon (Bigbang) และ มิซูฮาร่า กิโกะ

ภาพหลุด G-Dragon (Bigbang) และ มิซูฮาร่า กิโกะ

หลังจากที่เว็บไซต์ข่าวชื่อดังของเกาหลี Dispatch ได้ปล่อยภาพระหว่ง G-Dragon (Bigbang) และ มิซูฮาร่า กิโกะ เดทกันในตรอกแถวอิแทวอนพร้อมกับเพื่อน ๆ ของพวกเขา

ซึ่งในครั้งแรกนั้นได้มีสื่อโทรศัพท์เข้าไปถามกับทาง YG แล้วได้คำตอบว่า พวกเขากำลังตรวจสอบอยู่ ล่าสุดทาง YG Entertainment ก็ได้คำแถลงการณ์เกี่ยวกับกรณีนี้แล้ว

ตัวแทนของ YG Entertainment ได้ออกมาบอกว่า “เราเคารพในเรื่องส่วนตัวของศิลปินของพวกเรา เราไม่มีอะไรจะบอกกับคุณในตอนนี้”


Nero WaveEditor 12.0

ดาวน์โหลด Nero WaveEditor 12.0

วันที่: 3 April 2014 - อ่าน: 27904
หมวดหมู่: Nero WaveEditor เป็นโปรแกรมสำหรับใช้ตัดต่อไฟล์เสียงโดยเฉพาะ โปรแกรมนี้เคยเป็นโปรแกรมเสียเงินที่ทาง Nero เคยจัดอยู่ในชุดโปรแกรมด้านความบันเทิงของ Nero แต่ในตอนนี้ทาง Nero ก็ได้แยกโปรแกรมนี้มาแจกฟรีเรียบร้อยแล้ว โปรแกรมมีไว้สำหรับตัดต่อไฟล์เสียงซึ่งรองรับไฟล์ MP3 และ WAV โดยปกติแล้วผู้ใช้ทั่วไปมักจะใช้สำหรับตัดต่อไฟล์ MP3 เพื่อทำริงโทน แต่โปรแกรมมีความสามารถเยอะกว่านั้น เช่น ฟังก์ชั่นในการใส่ฟิลเตอร์เสียง, ฟังก์ชั่นในการมิกซ์เสียงจากหลายแชแนล, ฟังก์ชั่นการใส่เอฟเฟ็คเสียง เป็นต้น โปรแกรมมีการพล็อตกราฟแทนความดังของเสียง มีระบบเล่นเสียงที่ใช้งานอยู่หลากหลายรูปแบบ พร้อมทั้งระบบการเซฟเสียงที่แก้ไขเสร็จให้มีคุณภาพและนามสกุลที่ต้องการ

Screen Shot

DOWNLOAD NOW

แดนเซอร์สาวเด้งแบบนี้ ต้องตบรางวัลซะหน่อย

แดนเซอร์สาวเด้งแบบนี้ ต้องตบรางวัลซะหน่อย

เมื่อพี่ชายเขาถูกใจแดนเซอร์สาว งานนี้เลยต้องขอตบรางวัลให้กับแดนเซอร์สาวกันสักหน่อย ว่าแล้วเรามาชมลีลาการเด้งของ แดนเซอร์สาว เหล่านี้กันเลย ว่าแต่ตบรางวัลแบบนี้ พี่ชายคงชื่นใจหน้าดู เหอะๆ


YouTube Preview Image

คลิปหลุด คลิปหลุดดารา คลิปวีดีโอ xxx หนังโป้
แดนเซอร์สาวเด้งแบบนี้ ต้องตบรางวัลซะหน่อย

แดนเซอร์สาวเด้งแบบนี้ ต้องตบรางวัลซะหน่อย


GOT7 ถูกติดต่อให้ไปเป็นตัวแทนสินค้ามากกว่า 10 รายการแล้ว!!

 


 GOT7 (ก็อตเซเว่น)

GOT7 (ก็อตเซเว่น)

แค่เพิ่งจะเดบิวท์ออกมาได้ไม่นาน 7 หนุ่มวง GOT7 (ก็อตเซเว่น) บอยกรุ๊ปน้องใหม่ของสังกัด JYP Entertainment ก็ได้กลายเป็นที่ต้องการอย่างมากของตลาดวงการโฆษณาแล้ว!!

ตามคำกล่าวของคนวงในของวงการบันเทิงเกาหลี หนุ่มๆวง GOT7 ได้รับโทรศัพท์ติดต่อให้ไปเป็นตัวแทนสินค้าตั้งแต่ที่พวกเขา 'ก้าวขา’ ขึ้นเวทีเดบิวท์เลยทีเดียว ในปัจจุบันนี้พวกเขากำลังพิจารณาดูข้อเสนอที่มีให้เลือกแตกต่างกันมากกว่า 10 ตัวเลือก ซึ่งมีทั้งรองเท้า, เสื้อผ้า และชุดนักเรียน พวกเขายังได้รับข้อเสนอแม้แต่สินค้าประเภทแอลกอฮอล์อีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าถูกปฏิเสธไปเพราะสมาชิกในวง GOT7 นั้นยังอายุไม่ถึง!

พวกเขาได้รับข้อเสนอมาจากแบรนด์สินค้าที่เน้นในเรื่อง 'ความแข็งแรงแบบลูกผู้ชาย’ เพราะการแสดงที่ผสมผสานศิลปะการต่อสู้ของพวกเขา การแสดงอันน่าทึ่งของพวกเขานั้นทำให้ได้รับความสนใจอย่างมาก และพวกเขายังมียอดจำนวนผู้เข้าชมในแอคเค้าท์ Youtube มากกว่า 1 ล้านครั้งในระยะเวลาเพียงแค่ 2 วันเท่านั้นนับจากวันเดบิวท์

พรุ่งนี้ 20 มกราคม จะเป็นปล่อยอัลบั้มเดบิวท์แรกของพวกเขาอย่างเป็นทางการแล้ว … แฟนเพลงวงการ K-Pop ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง!


AA.8271503.1


อกเล็กชิดซ้าย ด่วน!!!!


BusinessCards MX 4.2

ดาวน์โหลด BusinessCards MX 4.2

วันที่: 27 April 2011 - อ่าน: 128135
หมวดหมู่: BusinessCards MX เป็นโปรแกรมออกแบบนามบัตรได้หลากหลายรูปแบบ โปรแกรมมีเทมเพลทนามบัตรให้เลือกใช้มากกว่า 750 แบบ ซึ่งเราสามารถนำมาใช้ได้ทันทีหรือจะนำมาปรับแต่งเพิ่มเติมก็ได้ หรือถ้าหากยังไม่พอใจก็สามารถออกแบบเองได้ โดยโปรแกรมจะมีเครื่องไม้เครื่องมือในการออกแบบนามบัตรให้ครบชุด โปรแกรมถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายแม้กระทั่งมือใหม่ที่ไม่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ นอกจากนั้นโปรแกรมยังสามารถเซฟนามบัตรต่างๆ ที่เราออกแบบไว้แล้วเพื่อนำกลับมาใช้งานได้ทีหลังได้อีกด้วย ซึ่งเหมาะกับการทำนามบัตรในบริษัทได้เป็นอย่างดี

Screen Shot

DOWNLOAD NOW

“สวนผึ้ง เมืองศิลปะ"

สวนผึ้ง เมืองศิลปะในทัศนะของผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี 

นายสุรพล แสวงศักดิ์

ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี 

สวนผึ้ง เมืองศิลปะเกิดขึ้นจากทั้งศิลปะที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้น ไม่ว่าจะเป็น บรรยากาศธรรมชาติ ที่โอบล้อมไปด้วยเทือกเขาตะนาวศรี ทะเลหมอก ธารน้ำร้อน น้ำตก และอีกส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากมนุษย์สร้างสรรค์ขึ้น ทั้งสิ่งปลูกสร้างที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ รีสอร์ทที่พักหลากหลายสไตล์รูปแบบไม่ซ้ำใคร และสิ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ ศิลปวัฒนธรรมชาวกะเหรี่ยง เช่น การแต่งกาย ที่อยู่อาศัย วิถีชีวิต ที่ยังคงสืบสานและอนุรักษ์มาจนถึงทุกวันนี้

จุดเด่นของอำเภอสวนผึ้งในความเหมือนและความแตกต่างจากแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดอื่นๆ

ที่มาของคำว่า ìอำเภอสวนผึ้งî นั้น เนื่องด้วยพื้นที่โดยทั่วไปประกอบด้วยป่าไม้ และมีต้นไม้ชนิดหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า ต้นผึ้ง ซึ่งเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ มีสีขาวนวล ไม่มีเปลือกกะเทาะหรือลอกให้เห็น และที่สำคัญคือจะมีผึ้งและมิ้มจำนวนมากชอบมาอาศัยทำรัง และหนึ่งต้นก็มีมากกว่า 200 รัง ทำให้ชาวบ้านกะเหรี่ยงมักมาตีรังผึ้ง เพื่อเก็บน้ำผึ้ง ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นน้ำหวานของป่ามายังชีพ จึงเป็นที่มาของชื่อ ìอำเภอสวนผึ้งî

อำเภอสวนผึ้งในปัจจุบันนั้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้กรุงเทพมหานครที่สุดที่นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับบรรยากาศและธรรมชาติที่สวยงามคล้ายคลึงกับทางภาคเหนือของประเทศไทย อีกทั้งยังเป็นสถานที่รวบรวมที่พักรีสอร์ทหลากหลายสไตล์มากที่สุดอีกด้วย ในฤดูหนาวอากาศจะหนาวไม่แพ้ภาคเหนือ

ความภูมิใจของชาวอำเภอสวนผึ้ง

มีต้นทุนทางการท่องเที่ยวที่เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่โดดเด่น และสวยงาม ทั้งป่าเขา น้ำตก ทะเลหมอก และน้ำพุร้อน อีกทั้งมีอัตลักษณ์ทางการท่องเที่ยวที่ทำให้หลายๆ คนรู้จัก อำเภอสวนผึ้ง คือการเลี้ยงแกะในทุ่งกว้าง สิ่งปลูกสร้างที่สวยงามแปลกตาในแหล่งท่องเที่ยว มีกิจกรรมเชิงนันทนาการที่สนุกสนาน ท้าทาย เช่น การล่องแก่งลำน้ำภาชี การขึ้นเขากระโจม ชมวิวที่ห้วยคอกหมู เป็นต้น และรีสอร์ทที่พักหลากหลายสไตล์รูปแบบสวยงาม

ทรัพยากรทางการท่องเที่ยวที่น่าสนใจของอำเภอสวนผึ้ง

สวนผึ้งมีวิวทิวทัศน์และบรรยากาศธรรมชาติของเทือกเขาตะนาวศรีที่สวยงาม โดยเมื่อเข้าสู่ฤดูหนาว อากาศของที่นี่จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับทางภาคเหนือของประเทศไทย ทั้งยังมีจุดชมทะเลหมอกที่สวยงามคือ เขากระโจม สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,030 เมตร และห้วยคอกหมู สูงจากระดับน้ำทะเล 800 เมตร สวนผึ้งทุกวันนี้มีความแตกต่างและหลากหลายของกิจกรรม ทั้งกิจกรรมเพื่อนันทนาการ หรือการถ่ายรูปในมุมมองสวยๆ ตามแหล่งท่องเที่ยว อาทิ เดอะซีนเนอรี่วินเทจฟาร์ม ตลาดน้ำสวนผึ้งเวเนโต้ บ้านหอมเทียน นิวแลนด์ สวนผึ้งออร์คิด น้ำตกเก้าชั้น เป็นต้น กิจกรรมแนวแอดเวนเจอร์ อาทิ การล่องแก่ง การพายเรือคายัค เส้นทางการขึ้นเขากระโจม การเดินป่าศึกษาธรรมชาติ เป็นต้น กิจกรรมเชิงสุขภาพ อาทิ การอาบน้ำแร่แช่น้ำอุ่น การนวดแผนไทย การปั่นจักรยาน เป็นต้น กิจกรรมเพื่อการเรียนรู้ อาทิ ฟาร์มตัวอย่างตามแนวพระราชดำริบ้านบ่อหวี อุทยานธรรมชาติวิทยา สวนป่าสิริกิติ์ เป็นต้น และยังมีรีสอร์ทสไตล์เก๋ๆ หลายรูปแบบให้เลือกพักตามความต้องการของนักท่องเที่ยวอีกด้วย

สินค้าเด่น และผลิตภัณฑ์ที่ควรติดมือกลับ เมื่อมาเยือนสวนผึ้ง

เทียนหอมจากบ้านหอมเทียน จุดเด่นคือ ได้รับการออกแบบให้มีลักษณะสวยงามแปลกตา สีสันสดใส และสามารถใช้งานได้จริงในหลายโอกาส

กล้วยไม้หลากสายพันธุ์ ซึ่งแต่ละพันธุ์มีหลากหลายสีสันให้ได้เดินชมกันอย่างใกล้ชิด แต่ละดอกสวยสดงดงาม บางสายพันธุ์สีสันแปลกตาน่าชม มีตั้งแต่ราคาหลักร้อยถึงหลักหมื่น

น้ำผึ้งแท้จากป่า

ขนุนอบกรอบ และกล้วยอบกรอบ

เห็ดโคน 

ข้อความที่อยากประชาสัมพันธ์ หรือฝากให้ผู้อ่านได้ทราบ

เมื่อเดินทางมาท่องเที่ยวอำเภอสวนผึ้ง นอกจากจะสนุกสนาน
ไปกับสถานที่ท่องเที่ยวมากมายแล้ว สวนผึ้งยังเป็นจุดหมาย
ปลายทางยอดนิยมที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกเดินทางมานอนเล่น พักผ่อนในรีสอร์ทสุดน่ารัก ดีไซน์สวย ที่สำคัญ สวนผึ้ง ยังเต็มไปด้วยร้านอาหารอร่อยๆ แบบพื้นบ้านรวมถึงร้านอาหารบรรยากาศน่านั่ง ให้ได้เลือกตามความต้องการ

จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทุกคนให้
เดินทางมาท่องเที่ยวยังอำเภอสวนผึ้ง เพื่อสัมผัสกับ สวนผึ้ง เมืองศิลปะ” 
เรียนรู้วิถีชีวิตชาวอำเภอสวนผึ้ง และดื่มด่ำกับความงดงามของธรรมชาติ 
แล้วคุณจะหลงรักอำเภอสวนผึ้งแห่งนี้

https://ssl.gstatic.com/ui/v1/icons/mail/images/cleardot.gif

 

ท่องเที่ยว ท่องเที่ยวทั่วไทย “สวนผึ้ง เมืองศิลปะ"

ลูกทาส เรื่องย่อละครลูกทาส

เรื่องย่อละครลูกทาส

 

ลูกทาส เรื่องย่อละครลูกทาส

ลูกทาส เรื่องย่อละครลูกทาส ลูกทาส ละครลูกทาส ลูกทาส ละครลูกทาสเรื่องย่อลูกทาสละครช่อง 3


ลูกทาส

ลูกทาส

บทประพันธ์โดย : รพีพร
บทโทรทัศน์โดย : เอกลิขิต
กำกับการแสดงโดย : อดุลย์ บุญบุตร
ควบคุมการผลิตโดย : ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์
ผลิตโดย : ค่ายทีวีซีน
ออกอากาศทาง : 25 กุมภาพันธ์ 2557

-

เรื่องย่อลูกทาส

พุทธศักราช 2428 ณ บ้านของ พระยาไชยากร ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่กระทรวงมหาดไทย กิ่ง ทาสเก่าแก่ของคุณหญิงไชยากร ภรรยาของพระยาไชยากรผู้ล่วงลับไปแล้ว ได้เห็นเอกสารราชการ บ่งบอกการให้ลูกทาสที่เกิดปีมะโรงสัมฤทธิศก จะได้ความเป็นไท กิ่งดีใจมากเพราะ แก้ว ลูกชายของตนจะได้อิสรภาพไม่ต้องเป็นทาสอีกต่อไป

กิ่ง แก้ว เป็นทาสเพียงสองคนในบ้าน ที่อ่านออกเขียนได้ เพราะกิ่งเคยถูกบังคับให้เรียนหนังสือเป็นเพื่อนคุณหญิงไชยากรตั้งแต่เด็ก พอกิ่งมีลูก เลยสอนแก้วให้รู้หนังสือ จนแก้วเห็นความสำคัญของการศึกษา และอยากจะมีความรู้มากขึ้น เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

แก้วแอบหลงรัก คุณน้ำทิพย์ ลูกสาวคนเดียวของพระยาไชยากร คุณน้ำทิพย์เป็นคนสวย จิตใจดี พูดจาไพเราะแม้แต่กับทาสที่ต่ำต้อย คุณน้ำทิพย์ก็ยังให้ความเมตตาเสมอต้นเสมอปลาย ทุกเช้า แก้วมีหน้าที่ช่วยคุณน้ำทิพย์เก็บดอกไม้ เพื่อร้อยมาลัยบูชาพระ ทั้งคู่เลยพูดคุยกันบ่อยๆ แก้วเป็นคนช่างพูด ฉลาด ทำให้คุณน้ำทิพย์แอบชอบแก้วเงียบๆอยู่เช่นกัน แต่ด้วยความแตกต่างทางชนชั้น และความเป็นหญิง คุณน้ำทิพย์เลยไม่สามารถแสดงออกอะไรได้มาก

อีกทั้ง คุณมาโนช ลูกพี่ลูกน้องของคุณน้ำทิพย์ ซึ่งได้อาศัยอยู่เรือนเดียวกัน ได้หมายปองอยากแต่งงานกับคุณน้ำทิพย์มานานแล้ว แต่คุณน้ำทิพย์ไม่ชอบมาโนช เพราะเป็นคนเกเร โหดร้าย แล้วยังมักมากในกามคุณ เรียกทาสสาวๆไปบำเรออยู่บ่อยๆ แต่ติดที่มาโนชเป็นหลานรักของพระยาไชยากรพ่อของตน คุณน้ำทิพย์เลยทำอะไรได้ไม่มาก ได้แต่บ่ายเบี่ยง ว่าหากมาโนชได้เป็นคุณหลวงเมื่อไหร่ แล้วค่อยมาคุยเรื่องการแต่งงาน ทำให้มาโนชอยากเป็นคุณหลวงเร็วๆ พยายามวิ่งเต้นต่างๆนาๆ แต่เพราะเป็นคนไร้ความสามารถ จึงไม่ก้าวหน้าในหน้าที่การงานเท่าที่ควร ดีแต่ว่าร่ำรวย คนอื่นจึงเกรงใจ ไม่กล้าทำอะไรมาโนชมากนัก

วันหนึ่ง พระนิติธรรมลือชา ผู้พิพากษาหนุ่มซึ่งเรียนจบจากประเทศอังกฤษ ได้มาปลูกเรือนแพอยู่ฝั่งตรงข้ามเรือนของพระยาไชยากร เพราะพระนิติธรรมเบื่อหน่ายปัญหาทางบ้าน เนื่องจาก พระยาเดชารณภพ ผู้เป็นพ่อ ซึ่งเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เป็นคนติดเหล้า เจ้าอารมณ์มาก เวลาไม่กินเหล้า จะเป็นคนดีน่านับถือ แต่พอเมาก็เปลี่ยนเป็นคนละคน ทั้งดุร้าย ใช้กำลังทุบตี คุณหญิงลออ ภรรยา ซึ่งยังเป็นน้าแท้ๆของพระนิติธรรมอยู่บ่อยๆ จนพระนิติธรรมทนไม่ไหว ต้องแยกบ้านออกมา

พระยาไชยากรเห็นว่ามีผู้พิพากษามาอยู่ใกล้ๆ ก็หวังผูกมิตรเพื่อจะได้มีเส้นสายมากขึ้น เลยใช้ให้มาโนชเอาของขวัญมาให้ แต่พระนิติธรรมกลับปฏิเสธเพราะกลัวถูกครหา ทำให้พระยาไชยากรเสียหน้าจนผูกใจเจ็บ ยิ่งฐานะของพระนิติธรรมอยู่ระดับกลางๆ ไม่รวยเหมือนบ้านตน ก็เลยหาเรื่องดูถูกต่างๆนาๆ แต่แก้วกลับนิยมชมชอบในความซื่อสัตย์ของพระนิติธรรมมาก พอมีโอกาสก็แวะเวียนมารับใช้ ฝากเนื้อฝากตัวอยู่บ่อยๆ

พระนิติธรรมเอ็นดูแก้ว ที่เป็นทาสแต่มีความใฝ่รู้ เลยให้แก้วเป็นคนคัดลอกสำนวนคดีความต่างๆ ซึ่งแก้วก็ตั้งใจทำงานอย่างดี แม้ว่าตนต้องทำงานที่บ้านพระยาไชยากรอยู่แล้ว แต่ก็ยังขวนขวายมาช่วยงานพระนิติธรรม ทำให้พระนิติธรรมคอยสอนกฎหมาย อธิบายคดีความต่างๆ เพิ่มพูนความรู้ให้แก้วมากขึ้นเรื่อยๆ และยังทำให้แก้วได้รู้จักกับ กัลยา หรือ คุณแดง น้องสาวคนเล็กของพระนิติธรรม ซึ่งทนปัญหาที่บ้านไม่ไหว ต้องหลบมาอยู่กับพี่ชายเช่นกัน

คุณแดงแอบชอบแก้วอยู่เงียบๆ ยิ่งรู้จากพี่ ว่าเมื่อไหร่ที่แก้วอายุครบยี่สิบเอ็ด ก็จะเป็นไทไม่ต้องเป็นทาสอีก แถมแก้วยังมีความตั้งใจจะรับราชการ คุณแดงจึงหวังลึกๆว่าวันหนึ่งแก้วจะก้าวหน้าเป็นใหญ่เป็นโตทัดเทียมกับตน ความรักที่ตนมีกับแก้วจะได้ไม่ต้องปิดบังอีก โดยที่คุณแดงไม่รู้ ว่าผู้หญิงคนเดียวที่อยู่ในใจแก้วคือคุณน้ำทิพย์ แถมแก้วยังมี บุญเจิม ทาสสาวคนสวย น้องสาวของ บุญมี หัวหน้าทาสและลูกน้องคนสนิทของมาโนชมาหลงรักแก้วอยู่ก่อนแล้ว

บุญเจิมหลงรักแก้วอย่างคลั่งไคล้ คอยช่วยเหลือแก้วต่างๆนาๆ แต่แก้วก็เห็นบุญเจิมเป็นเพียงแค่น้อง เลยยิ่งทำให้บุญเจิมอยากเอาชนะแก้วมากขึ้น จนกระทั่ง เรื่องที่อีกสองปีลูกทาสที่เกิดปีมะโรงจะเป็นไท รู้ถึงหูพระยาไชยากรจนมีการสอบสวนกันขึ้น ทุกคนซัดทอดไปที่กิ่งแม่ของแก้ว จนกิ่งถูกโบยเพราะพระยาไชยากรไม่ต้องการปล่อยพวกทาสไป และพร่ำสอนพวกทาส ว่าทาสโง่ถึงเป็นไทก็ต้องอดตายเพราะไม่มีความรู้ สู้อยู่รับใช้ตนต่อไปไม่ได้ และยังสั่งห้ามไม่ให้ทาสทุกคนไปมาหาสู่บ้านพระนิติธรรมอีก เพราะกลัวพระนิติธรรมบอกความจริงแล้วทาสจะกระด้างกระเดื่อง

แต่แก้วอยากมีความรู้มากขึ้น เลยยอมเสี่ยงแอบว่ายน้ำข้ามคลองไปตอนดึกๆเพื่อไปช่วยพระนิติธรรมทำงานเหมือนเดิม โดยมีบุญเจิมคอยให้ความช่วยเหลือ ทำให้มาโนชอดเขม่นแก้วไม่ได้ เพราะตนหมายมั่นปั้นมือจะให้บุญเจิมมาบำเรอตนอยู่นานแล้ว แต่บุญเจิมไม่ยอมเพราะรักแก้ว บุญมีพี่ชายจึงบังคับให้น้องยอมเป็นเมียมาโนช บุญเจิมเสียใจที่พี่ทำกับตน เลยคิดจะตกเป็นของแก้วก่อน ก่อนที่จะยอมบำเรอมาโนช

แก้วไม่ได้คิดอะไรกับบุญเจิม แต่ก็อดสงสารบุญเจิมไม่ได้ เลยหลอกบุญเจิมว่าถ้ามีอะไรกัน แล้วมีลูก ลูกก็ต้องเป็นลูกทาสเหมือนพวกตน แต่ถ้าตนพ้นจากการเป็นทาสเมื่อไหร่ ลูกก็จะได้เป็นไทเช่นกัน แก้วเลยขอให้บุญเจิมอดทน และออกอุบายให้บุญเจิมไปหาคุณน้ำทิพย์และเล่าเรื่องที่มาโนชกับบุญมีจะบังคับตนให้บำเรอมาโนช คุณน้ำทิพย์เกลียดเรื่องพวกนี้มาก เลยให้บุญเจิมมานอนที่ห้องของตน มาโนชไม่กล้าขัดใจคุณน้ำทิพย์ เลยต้องยอมสละบุญเจิมด้วยความเสียดาย

ด้วยอารมณ์หงุดหงิด มาโนชเลยไปคว้า อ่อน ทาสสาวแม่ลูกอ่อนมาบำเรอตนแทน ทำให้ ใบ สามีของอ่อนผูกใจเจ็บ แถมอ่อนยังชอบที่ได้เป็นเมียทาสของมาโนช เพราะได้เงินทองใช้ไม่ขาดมือ และได้กร่างใส่พวกทาสด้วยกันอีกต่างหาก มาโนชผูกใจเจ็บเรื่องบุญเจิม เลยหาเรื่องแก้ว ด้วยการให้บุญมี เข้ม พลอย ทาสคู่ใจทั้งสามไปดักจับแก้ว ตอนที่กลับมาจากเรือนพระนิติธรรม แก้วจึงถูกโบยจนเจ็บหนัก โทษฐานที่ขัดคำสั่งของพระยาไชยากรผู้เป็นนาย

คุณน้ำทิพย์สงสารแก้ว จึงแอบเอายาให้บุญเจิมไปทาให้แก้ว จนแก้วอาการดีขึ้น พอค่อยยังชั่ว แก้วก็แอบไปหาพระนิติธรรมเพื่อหาความรู้อีก พระนิติธรรมชอบนิสัยแก้ว และยิ่งรู้ว่าคุณน้ำทิพย์คอยช่วยแก้ว ก็รู้สึกสนใจที่คนโหดเหี้ยมอย่างพระยาไชยากรมีลูกสาวจิตใจดีแบบนี้ พระนิติธรรมรู้ว่าคุณน้ำทิพย์ชอบไปทำบุญ เลยไปดักเจอ พอเห็นหน้าคุณน้ำทิพย์ครั้งแรก พระนิติธรรมก็ตกหลุมรักทันที จนถึงขนาดเขียนจดหมายรักฝากแก้วไปให้คุณน้ำทิพย์

แก้วเจ็บปวดมากที่ต้องรับจดหมายมา แต่บุญคุณของพระนิติธรรมมีมากกว่า และตนก็สำนึกว่าไม่คู่ควรกับคุณน้ำทิพย์ จึงยอมเอาจดหมายไปให้คุณน้ำทิพย์ แต่แทนที่คุณน้ำทิพย์จะดีใจ ที่มีผู้พิพากษาหนุ่มหล่อมาชอบ คุณน้ำทิพย์กลับเสียใจที่แก้วเอาจดหมายรักของคนอื่นมาให้ตน คุณน้ำทิพย์จึงพูดจาประชดประชันแก้วหลายอย่าง แก้วกำลังน้อยใจเลยเถียง ทำให้คุณน้ำทิพย์บันดาลโทสะเหวี่ยงพานหมากใส่แก้ว แก้วก็ไม่ยอมหลบจนถูกพานหมากฟาดเข้าที่หัว จนหัวแตก คุณน้ำทิพย์เสียใจเลยไม่พูดกับแก้วอีก และตัดสินใจเขียนจดหมายตอบกลับพระนิติธรรมไป พระนิติธรรมดีใจที่คุณน้ำทิพย์มีใจตอบตน โดยไม่รู้ว่าเบื้องหลังเป็นความเจ็บปวดของแก้ว และคุณน้ำทิพย์อย่างมาก

พระยาไชยากรมีเพื่อนสนิทเป็นพระภิกษุอยู่วัดนามบัญญัติ เลยมักจะแวะไปทำบุญบ่อยๆ จนรู้จักกับ แม่น้อม เศรษฐีนีเจ้าของร้านทำธูปหอม แม่น้อมอายุสี่สิบแล้ว แต่ยังสวยมาก และมีลูกสาวสวยไม่แพ้กัน ชื่อ แม่นิ่ม อายุเพียงยี่สิบ พระยาไชยากรจึงแวะเวียนมาหาสองแม่ลูกอยู่ตลอด เอาของมาฝาก ทำทีเหมือนจะจีบแม่น้อม จนแม่น้อมตายใจ ประกอบกับตนเป็นแม่ม่ายผัวตายมาหลายปี ถ้าแต่งงานใหม่กับพระยาก็ได้เป็นคุณหญิง แม่น้อมเลยเต็มใจรับพระยาไชยากรเต็มที่ แต่พระยาไชยากรกลับมาสู่ขอแม่นิ่มลูกสาวแทน ทำให้แม่น้อมเสียใจ แต่เห็นว่าลูกมีใจให้พระยาไชยากรก็เลยไม่ว่าอะไร แต่ก็กลับถูกพระยาไชยากรหลอกซ้ำ โดยพระยาไชยากรเพียงแต่รับแม่นิ่มเป็นเมียน้อย ไม่ได้แต่งงาน ไม่ให้ตำแหน่งคุณหญิง แถมยังเช่าบ้านให้อยู่ ไม่ยอมให้ไปอยู่ที่เรือน แม่น้อมโกรธมากมาเอาเรื่องถึงบ้านเช่า แต่กลับถูกรพะยาไชยากรยิงปืนขู่จนต้องหนีตายออกมา แม่น้อมผูกใจเจ็บ เลยส่งคนไปดักทำร้าย แต่กลับเป็นบุญมี เข้ม รับเคราะห์แทน พระยาไชยากร ไม่มีทาสขับรถม้าให้ เลยให้แก้วมาขับรถแทนร่วมกับ คอก ทาสหนุ่มอีกคน

แก้วขับรถม้ามาส่งพระยาไชยากรที่บ้านแม่นิ่มทุกวัน จนคุ้นเคยกับแม่นิ่มซึ่งกำลังตั้งท้อง แม่นิ่มคิดถึงแม่มาก แต่แม่โกรธพระยาไชยากรจนไม่ยอมเหยียบบ้านตน แก้วสงสารจึงอาสาไปบอกแม่น้อม และพรรณนาความลำบากใจของแม่นิ่มยกใหญ่ แม่น้อมร้องไห้คิดถึงลูกเช่นกัน จึงยอมลดทิฐิแอบมาหาลูกในวันที่พระยาไชยากรไม่มา ทำให้สองแม่ลูกปรับความเข้าใจกันได้

มาโนชกำลังจะได้เป็นขุน เลยขอหมั้นน้ำทิพย์ไว้ก่อน แต่ก็เกิดเหตุ เมื่อมาโนชเรียกอ่อนมาบำเรอ ทำให้ใบทนไม่ไหว ฆ่าอ่อนตายแล้วตามเอาดาบบุกขึ้นไปจะฆ่ามาโนช แต่บุญมี เข้ม พลอยช่วยเอาไว้ได้ พระยาไชยากรไต่สวนเรื่องที่เกิดขึ้น โดยทาสทุกคนถูกมาโนชข่มขู่จนไม่กล้าบอกความจริง มีแต่แก้ว บุญเจิม คุณน้ำทิพย์ เป็นพยานให้ ว่ามาโนชมักมากจนเกิดเรื่อง พระยาไชยากรอับอาย เลยไม่เอาเรื่องใบ แต่ก็ขู่ใบไม่ให้เล่าเรื่องนี้ให้ตุลาการฟัง โดยแลกกับการสัญญาว่าจะเลี้ยงลูกของใบต่อไป ใบยอมทำตามเพราะห่วงลูก เลยไม่ได้ลดหย่อนผ่อนโทษจากการถูกมาโนชสวมเขา จนต้องถูกประหาร

แก้วสะเทือนใจมากกับความไม่เป็นธรรม เลยมุ่งมั่นว่าตนเป็นไทได้เมื่อไหร่ จะเป็นตุลาการผู้พิพากษาให้ได้ เพื่อช่วยคนให้ได้รับความเป็นธรรมมากกว่านี้ แต่ความฝันของแก้วก็เกือบต้องพังลง เมื่อแก้วหลงกลพระยาไชยากรจนถูกจับได้ว่าแอบไปหาพระนิติธรรมที่เรือนอีก พระยาไชยากรเลยเฆี่ยนแก้วปางตาย แถมขังคุกเอาไว้ คุณน้ำทิพย์สงสารแก้วมาก เลยแอบไปหาในคุกพร้อมกับเอายาไปให้

แก้วรู้ตัวว่าอาจจะไม่รอด เลยสารภาพความรักที่ตนมีต่อคุณน้ำทิพย์ คุณน้ำทิพย์ก็หักห้ามใจไม่อยู่ จนยอมรับว่าตนก็รักแก้วเช่นกัน ทั้งคู่กอดกันด้วยความรักอยู่ในคุก โดยไม่รู้ว่าบุญเจิมแอบเห็น บุญเจิมเสียใจสุดๆจนเอาเรื่องนี้ไปบอกพี่ชาย บุญมีอยากได้รางวัล เลยเอาเรื่องนี้ไปบอกพระยาไชยากร พระยาไชยากรเรียกลูกสาวมาสอบสวน คุณน้ำทิพย์ยอมรับว่าตนรักแก้ว ทำให้พระยาไชยากรโกรธสุดขีดจนตบหน้าคุณน้ำทิพย์ไป แล้วสั่งให้บุญมีไปลอบฆ่าแก้วในคุก

บุญเจิมรู้ความลับเข้า ก็ห่วงแก้วที่ต้องมาตายเพราะตน เลยขอร้องพี่ไม่ให้ฆ่าแก้ว แต่บุญมีไม่ยอม เพราะหวังว่าจะได้รางวัลจากมาโนชอีกต่อนึง ทันทีที่มาโนชกลับจากราชการ เพราะมาโนชเกลียดแก้วเป็นทุนอยู่แล้ว บุญเจิมไม่มีทางเลือก พอตกดึกเลยแอบไปช่วยแก้ว บุญเจิมรู้ว่าเข้มแอบชอบตนมานานแล้ว เลยยอมมีอะไรกับเข้ม จนเข้มเผลอ บุญเจิมเลยขโมยกุญแจคุก ไปช่วยแก้วหนีออกไปได้

บุญมีรู้เรื่องก็โกรธสุดๆ ทำร้ายน้องแล้วยังคิดจะตามล่าแก้ว บุญเจิมไม่ยอมให้พี่ไป พยายามขวางเลยพลั้งมือแทงพี่ชายจนตาย คอกมาเห็นเหตุการณ์เข้าก็ตกใจ กลัวบุญเจิมถูกจับ เลยพาบุญเจิมหนีไป ตอนเช้า พระยาไชยากรรู้เรื่องทั้งหมดก็เจ็บใจที่ฆ่าแก้วไม่ได้ แถมบุญมียังมาตายซะอีก มาโนชกลับมาจากราชการ พอรู้เรื่องก็ออกอุบายให้พระยาไชยากรใส่ร้ายว่าแก้วเป็นคนฆ่า ตำรวจจะได้ตามจับแก้ว พระยาไชยากรเห็นด้วย เลยแจ้งความว่าแก้วเป็นคนฆ่าบุญมี แถมยังจับกิ่งขังคุกไว้แทนแก้ว โดยที่ไม่ยอมฟังคำห้ามปรามของคุณน้ำทิพย์แม้แต่น้อย

แก้วหนีไปขอความช่วยเหลือจากพระนิติธรรม พระนิติธรรมเลยให้คุณแดงพาแก้วไปหลบ เพราะรู้ว่าแก้วถูกใส่ร้าย คุณแดงดีต่อแก้วมาก และยิ่งอยู่ใกล้กัน คุณแดงก็ยิ่งรักแก้วมากขึ้นทุกที จนวันหนึ่งคุณแดงไม่สบาย แก้วคอยดูแล คุณแดงเลยสารภาพว่าตนรักแก้ว แก้วกระอักกระอ่วน เพราะไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนเนรคุณ และยังรักปักใจกับคุณน้ำทิพย์อยู่ เลยตอบปฏิเสธคุณแดงไป พระนิติธรรมแอบได้ยินเข้าก็ชื่นชมว่าแก้วเป็นคนดี ไม่กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา

แต่แก้วเองไม่สามารถทนสภาพนี้ต่อไปได้ เลยหนีไปขอความช่วยเหลือจากแม่นิ่ม แม่นิ่มนึกถึงน้ำใจที่แก้วมีให้ เลยเขียนจดหมายฝากแม่น้อมแม่ของตนมา ให้รับแก้วมาอยู่ด้วย โดยเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า “รอด" แก้วทำงานอย่างขยันขันแข็งอยู่ในร้านธูป จนเป็นที่ชื่นชมของทุกคน ขณะที่ คุณแดงอาการทรุดลงเพราะห่วงแก้ว พระนิติธรรมเลยบอกว่าแก้วยังไม่พ้นสภาพทาส เลยไม่กล้าอาจเอื้อม แต่ถ้าแก้วเป็นไทเมื่อไหร่ และรับราชการจนก้าวหน้า ตนก็จะไม่ขัดขวาง คุณแดงมีความหวัง เลยมีกำลังใจต่อสู้จนหายป่วย

พระนิติธรรมได้เลื่อนเป็น “พระยานิติธรรมธาดา" มีอนาคตไกลมาก และยิ่งแสดงท่าทีรักชอบน้ำทิพย์อย่างเปิดเผย แม้พระยาไชยากรจะไม่ชอบหน้า และรังเกียจว่าจนกว่าตน แต่ศักดิ์พระยาก็เสมอกัน แถมหนุ่มแน่นกว่า อนาคตน่าจะได้ดีกว่านี้ เลยกระอักกระอ่วน พูดอะไรไม่ออก มาโนชเองก็กลัวว่าจะเสียคุณน้ำทิพย์ไป เลยให้พ่อมาขอหมั้นคุณน้ำทิพย์ไว้ก่อน คุณน้ำทิพย์ไม่พอใจ แต่ก็ขัดพ่อไม่ได้เลยต้องยอม พระยานิติธรรมรู้ข่าว ก็พยายามห้ามปราม แต่คุณน้ำทิพย์กลับสารภาพว่าตนไม่เคยรักพระยานิติธรรมมาก่อน คนที่ตนรักคือแก้วเท่านั้น ทำให้พระยานิติธรรมเสียใจมาก แต่ก็ยอมรับอย่างลูกผู้ชาย

แก้วทำงานอยู่ที่ร้านธูปจนเป็นที่รักของทุกคน โดยแก้วสนิทกับ ตุ๊กตา เด็กสาวหน้าตาสะสวยคนหนึ่งแบบพี่น้อง ตุ๊กตาเป็นคนอาภัพ กำพร้าพ่อแม่ ต้องมาอาศัยญาติอยู่ พอตุ๊กตาโตเป็นสาว ญาติก็คิดจะปล้ำ แต่แก้วช่วยเอาไว้ได้ทัน เลยพาตุ๊กตาหนีมาขออยู่กับพระยานิติธรรม ตุ๊กตาเห็นหน้าพระยานิติธรรมครั้งแรก ก็ตกหลุมรักทันทีแม้อายุจะห่างกันถึงยี่สิบปี โดยตุ๊กตาทำงานรับใช้พระยานิติธรรมและคุณแดงอย่างดี เพื่อทดแทนบุญคุณ ในขณะที่พระยานิติธรรมกำลังอกหัก เลยเคว้ง และตุ๊กตาก็เป็นคน สวย น่ารัก ช่างเอาใจ ทำให้ทั้งคู่มีความสัมพันธ์กันในที่สุด

ฝ่ายบุญเจิมหนีมากับคอก ต้องลำบากลำบนเอาตัวรอด แต่คอกก็ดูแลบุญเจิมอย่างดี จนเกิดเป็นความผูกพัน บุญเจิมเสียใจที่ฆ่าพี่ชาย และต้องเสียความบริสุทธิ์ให้กับเข้มไป จนไม่มีหน้าพบแก้วอีกแล้ว คอกอยู่ใกล้บุญเจิมทุกวัน ก็เริ่มหลงในความสวยของบุญเจิม จนในที่สุด ทั้งคู่ก็กลายเป็นสามีภรรยากัน จนกระทั่งบุญเจิมรู้ว่าแก้วถูกใส่ร้ายว่าฆ่าบุญมี และกำลังถูกตามล่าตัว บุญเจิมเลยไปสารภาพกับตำรวจว่าตนเป็นคนทำ แก้วไม่เกี่ยว ตุลาการเลยตัดสินให้แก้วพ้นผิด และจำคุกบุญเจิมยี่สิบปี

คอกเสียใจมาก เลยหนีกระเซอะกระเซิงจนมาพบแก้วโดยบังเอิญ แก้วชวนคอกมาอยู่ด้วยกัน และสัญญาว่าบุญเจิมออกจากคุกเมื่อไหร่ จะดูแลบุญเจิมอย่างดี ขณะนั้นเอง ก็ถึงปีที่แก้วพ้นจากทาสตามที่รัชกาลที่ 5 ประกาศไว้ แก้วไปสักว่าพ้นจากทาส และไปบวช โดยมีคอกขอตามเป็นลูกศิษย์ แก้วตั้งใจบวชสามพรรษาให้ได้เปรียญห้าประโยค จะได้เอาไปรับราชการต่อไปได้ แต่แก้วก็ได้ข่าวว่ากิ่งโดนขังมานานจนเจ็บหนัก เลยรีบไปเยี่ยมแม่เพื่อให้แม่ได้เห็นผ้าเหลืองเป็นครั้งสุดท้าย

กิ่งดีใจที่ลูกเป็นไท และได้บวช ก่อนจะสิ้นใจอย่างสงบ โดยมีคุณน้ำทิพย์กับคุณแดงคอยให้ความช่วยเหลือดูแลกิ่งมาตลอด ทั้งสองสาวรู้ว่าต่างฝ่ายต่างเป็นศัตรูหัวใจ แต่ก็ไม่ได้ลุกขึ้นมาแย่งชิงอะไรกัน แถมต่อมา คุณแดงป่วยเป็นวัณโรค คุณน้ำทิพย์ก็ยังช่วยดูแลอย่างดี แต่คุณแดงร่างกายอ่อนแออยู่แล้วเลยเจ็บหนักขึ้นเรื่อยๆ ก่อนตาย คุณแดงขอพบพระแก้วและขอให้พระแก้วบวชไม่สึก แต่พระแก้วบ่ายเบี่ยง คุณแดงเลยรู้ว่าพระแก้วไม่มีใจให้ตน แต่มีใจให้คุณน้ำทิพย์ คุณแดงเสียใจสุดๆแต่ก็อวยพรให้คุณน้ำทิพย์ก่อนจะขาดใจตายไป

ในขณะที่พระยาไชยากรก็ไม่เลิกจองเวร กราบบังคมทูลขอให้มีการพลิกคดีขึ้นใหม่ โดนยืนยันว่าแก้วเป็นคนฆ่าบุญมีให้ได้ ในหลวงทรงสวบสวนคดีใหม่ จนรู้ว่าพระยาไชยากรฝีนพระบรมราชโองการ ไม่ยอมให้ลูกทาสที่เกิดปีมะโรง ไปสักพ้นจาการเป็นทาส เลยมีรับสั่งไม่ให้พลิกคดี และเอาโทษพระยาไชยากรจนต้องออกจากราชการ พระยาไชยากรช็อกกับเรื่องนี้มาก ที่ตนต้องเสื่อมวาสนา แม้จะยังร่ำรวยแต่ก็ไม่มีอำนาจอีกต่อไป จนคิดแค้นแก้วสุดๆ มาโนชเลยสั่งให้เข้ม พลอย ไปลอบฆ่าแก้วทั้งผ้าเหลือง โดยไม่กลัวบาปกรรม เข้มเผากุฏิพระแก้ว และให้พลอยดักพุ่งฉมวกฆ่าพระแก้ว แต่คอกเข้ามาบังไว้เลยโดนฉมวกจนตาย พลอยกับเข้มตกใจเลยรีบหนีไป

แก้วจำเป็นต้องสึกทั้งๆที่ยังไม่ได้เรียนตามที่ตนตั้งใจ พระยานิติธรรมเลยพาแก้วไปฝากทำงานที่กระทรวงยุติธรรม เป็นข้าราชการชั้นผู้น้อย แต่ก็ทำให้แก้วได้เรียนรู้งานกฎหมายมากขึ้น ในขณะที่ตุ๊กตาตั้งท้องกับพระยานิติธรรม พระยานิติธรรมอายที่จะแต่งงานและยกย่องตุ๊กตาเป็นคุณหญิง แต่ก็รักตุ๊กตากับลูกมากจนไม่รู้จะทำยังไง แก้วจึงบอกให้พระยานิติธรรมทำแบบพระยาไชยากร ด้วยการเช่าบ้านให้ตุ๊กตาอยู่ไปก่อน แม้ตุ๊กตาจะเสียใจมาก แต่ความรักที่มีต่อพระยานิติธรรมเลยทำให้ทนได้ทุกอย่าง

พระยาไชยากรหมดอำนาจวาสนาก็คิดมากจนล้มป่วย คุณน้ำทิพย์ดูแลพ่อไม่ไหว เพราะทาสออกไปหลายคน เลยไปขอให้แม่นิ่มย้ายมาอยู่ที่เรือน แม่นิ่มดูแลพระยาไชยากรอย่างดี และนอบน้อมกับคุณน้ำทิพย์มาก จนคุณน้ำทิพย์ก็สนิทใจที่จะรับแม่นิ่มเป็นแม่เลี้ยงของตน แม้อายุจะห่างกันไม่กี่ปี ในขณะที่มาโนชไม่เห็นหัวพระยาไชยากรมากขึ้นทุกที และไม่คิดจะแต่งงานกับคุณน้ำทิพย์อีก เพราะหมดประโยชน์ แต่ก็ยังหลงในความสวยของคุณน้ำทิพย์ เลยคิดจะฉุดมาข่มขืนและเลี้ยงเป็นเมียน้อยต่อไป

มาโนชต้องเสียเงินปิดปากพลอย เข้ม ที่หนีคดีฆ่าคอก จนรำคาญมากขึ้นทุกที เลยจ้างพวกอั้งยี่ไปฆ่าพลอย เข้ม พลอยตาย แต่เข้มหนีไปได้ เลยคิดจะล้างแค้นด้วยการไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้แก้วฟัง แก้วให้เข้มตามสืบจนรู้ว่ามาโนชคิดจะหลอกคุณน้ำทิพย์ไปข่มขืน แก้วเลยซ้อนแผนจนมาโนชถูกจับ มาโนชพยายามหนีจนตกตึกตาย สมกับเวรกรรมที่ทำมาตลอด และทำให้พระยาไชยากรตาสว่าง ไม่บังคับให้คุณน้ำทิพย์แต่งงานอีก

ต่อมา พระองค์เจ้าระพีพัฒนศักดิ์ ได้ขึ้นเป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม และได้ทรงเปิดโรงเรียนสอนกฎหมายขึ้น แก้วเข้าไปเรียนจนจบเนติบัณฑิตและได้เป็นผู้พิพากษาสมใจ โดยได้บรรดาศักดิ์เป็น “หลวงรัตนอรรถชัย" พระยานิติธรรมก็ได้เลื่อนเป็นถึง “เจ้าพระยานิติธรรมธาดา" เช่นกัน แก้วในวัย 30 เลยมาขอเจ้าพระยานิติธรรมให้เป็นเถ้าแก่ไปสู่ขอคุณน้ำทิพย์ให้ตน พระยาไชยากรหมดสิ้นวาสนาแล้ว เลยไม่มีทางบ่ายเบี่ยง แถมเจ้าพระยานิติธรรมยังยื่นข้อเสนอจะรับพระยาไชยากรกลับมารับราชการอีกครั้ง พระยาไชยากรจึงตกลงทันที แม้จะเจ็บใจที่ต้องรับลูกทาสในเรือนเป็นเขยก็ตาม

คุณน้ำทิพย์ได้สมหวังกับแก้ว แต่รู้สึกว่าแม่นิ่ม กับ ตุ๊กตา ยังคงไม่ได้รับความเป็นธรรมอยู่ เพราะถึงแม้จะเลิกทาสไปแล้ว แต่ผู้หญิงที่ตกเป็นเบี้ยล่างผู้ชาย ไม่มีกฎหมายใดยกเลิกได้ ยิ่งถ้าผู้หญิงคนนั้นรักผู้ชายด้วยแล้ว ก็จะยอมเป็นทาสรักของชายโดยไม่ปริปากบ่น คุณน้ำทิพย์จึงขอให้พ่อกับเจ้าพระยานิติธรรมยกย่องแม่นิ่ม ตุ๊กตา ให้สมเกียรติ ซึ่งทั้งคู่ก็ยอมตกลงโดยดี

แก้วทำตามที่สัญญากับคอก พอบุญเจิมพ้นโทษก่อนกำหนด ก็รับบุญเจิมมาดูแล แต่บุญเจิมรู้สึกผิดและท้อแท้กับการตายของคอก จึงตัดสินใจบวชชีตลอดชีวิต

แก้ว คุณน้ำทิพย์ ในวัยชรากว่าหกสิบ ยังคงเอาพวงมาลัยมาสักการะพระบรมรูปรัชกาลที่ 5 ตลอดทุกปี ในวันที่ 23 ตุลาคม ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทำให้ทาสได้เป็นไท เป็นคนเสมอกับคนอื่น

 

ลูกทาส นักแสดงลูกทาส

เคน ภูภูมิ รับบท แก้ว
เบลล่า ราณี เป็น คุณน้ำทิพย์
บุญเจิม รับบทโดย กมลเนตร เรืองศรี
ไม้ วฤทธิ์ ศิริสันธนะ รับบม มาโนช
ศรราม เทพพิทักษ์ รับบท พระนิติธรรมลือชา
นย โชติกา รับบทเป็น แม่นิ่ม
บุ๋ม ปนัดดา รับบทเป็น “แม่น้อม”


ลูกทาส ตอนแรก 25 ก.พ. 57

ลูกทาส ตอนแรก 25 ก.พ. 57


ลูกทาส-teaser
Fitting-ลูกทาส


เรื่องย่อลูกทาส

เรื่องย่อลูกทาส


เรื่องย่อลูกทาส

เรื่องย่อลูกทาส


เรื่องย่อลูกทาส

เรื่องย่อลูกทาส


เรื่องย่อลูกทาส

เรื่องย่อลูกทาส


เรื่องย่อลูกทาส

เรื่องย่อลูกทาส


เรื่องย่อลูกทาส

เรื่องย่อลูกทาส


เรื่องย่อลูกทาส

เรื่องย่อลูกทาส


เรื่องย่อลูกทาส

เรื่องย่อลูกทาส


เรื่องย่อลูกทาส

เรื่องย่อลูกทาส

 

คลิปตัวอย่างลูกทาส, ลูกทาส, ลูกทาส เคน, ลูกทาส เบลล่า, ลูกทาส เคน-เบลล่า

-

คลิปย้อนหลังลูกทาสทุกตอน

สองสาวเซ็กซี่จาก ZOO Magazine กระโดดโชว์แบบ Slowmotion

สองสาวเซ็กซี่จาก ZOO Magazine กระโดดโชว์แบบ Slowmotion


YouTube Preview Image

สองสาวเซ็กซี่จาก ZOO Magazine พวกเทอไม่ธรรมดาจริงๆ แถมยังมาในชุดบิกินี่โชว์เต้นแบบช้าๆ ให้เห็นความใหญ่และความเด้งแบบชัดเจน งานนี้เอาใจไปเลยโดนสุดๆ ใหญ่ ขาว เด้งมาก

คลิปหลุด คลิปหลุดดารา คลิปวีดีโอ xxx หนังโป้
สองสาวเซ็กซี่จาก ZOO Magazine กระโดดโชว์แบบ Slowmotion

สองสาวเซ็กซี่จาก ZOO Magazine กระโดดโชว์แบบ Slowmotion

clip sexy สาวสวย เซ็กซี่

อ่านละครออนไลน์ คุ้มนางครวญ ออนไลน์ ตอนที่ 2

อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครคุ้มนางครวญ ออนไลน์ ตอนที่ 2


คุ้มนางครวญ

คุ้มนางครวญ

คุ้มนางครวญ ตอนที่ 2

อีเว้นท์เปิดสปา ดำเนินไป บนเวทีขนาดเล็กจิ๋ว ทีมงานสร้างบรรยากาศ โดยเล่นแสงเงาเต็มที่ มีม่านบางสีทองอยู่มุมนั้นมุมนี้ ด้านหลังมีโฟมตัดเป็นเสาและช่องประตูโค้งแบบอาหรับ มีไม้เลื้อยพลาสติก ออกดอกบานสะพรั่งตามจุดต่างๆ

นอกจากนี้ยังมีตะเกียงกำยานจุดควันกรุ่น ที่พื้นมีควันน้ำแข็งแห้งลอยอบอวลอยู่ บรรยากาศยิ่งเข้มขลัง
ตรงหน้าเวทีมีนักข่าวสายบันเทิงโขยงหนึ่ง กับนักข่าวสายธุรกิจอีก 2-3 คน ถัดไปด้านหลังสื่อ บนเก้าอี้มีประธานไฮซ้อเจ้าของสปายิ้มแก้มปริ นั่งอยู่กับบรรดาไฮโซ ไฮซ้อ เก้าอี้ด้านหลังคือบรรดาชาวบ้านร้านตลาดในโรงหนังที่ถูกเกณฑ์มานั่งให้เต็มเข้าไว้
เบิร์ดดูอยู่กับช่างคุมไฟและช่างเสียง มีช่างผมและช่างแต่งหน้าดูอยู่ด้วย คิวเพลงแรกเป็นดนตรีแนวอาหรับเซ็กซี่ สองแดนเซอร์ที่มาหมอบอยู่ในกลุ่มดรายไอซ์ลุกพรวดมาเต้น กรายมือกรายแขนยกเท้าหมุนตัวตามทำนองเพลง
เจ้าของสินค้า แขกผู้มีเกียรติและไม่มีเกียรติ ตลอดจนบรรดานักข่าว ดูกันอย่างเซ็งๆ มีแต่เบิร์ดที่ยิ้มกริ่มปลาบปลื้มสุดขีด
เพลงท่อนแรกจบลง เปลี่ยนเป็นเพลงอาหรับทำนองช้าไพเราะ เป็นการเปิดตัวแพทกับพิมพ์ดาว ที่ถือ คนโทแก้วเจียระไนเดินกรายตัวสวนกันไปสวนกันมา
บรรดาคนดูซุบซิบเม้าท์มอยไปมาว่าชุด แพท โป้เกินไปบ้าง ใจถึงบ้าง สวยดีบ้าง บรรดานักข่าวค่อยสนใจมากขึ้น ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอกันวุ่นวาย เบิร์ดปลาบปลื้ม
จนมาถึงคิวต่อไป แพทกับพิมพ์ดาวไปยืนโพสกรีดกรายมือไปยังม่านบางด้านหลังที่จัดแสงให้เห็นตรีภพอยู่หลังม่านเป็นเงาดำ ม่านแหวกออก เผยให้เห็นตรีภพในชุดมหาราชายืนหล่อขรึมอยู่
บรรดาไฮโซ ไฮซ้อ หมู่มวลคนดู ตลอดจนนักข่าว ปรบมือ เป่าปากกันกราว ตรีภพก้าวมาอย่างเท่ 2 นางแดนเซอร์พลันลุกไป มีอ่างอาบน้ำแก้วขนาดใหญ่อยู่กลางเวที 2 แดนเซอร์โปรยกลีบดอกไม้ลงอ่าง
เบิร์ดให้สัญญาณทีมงานหลายคน เดินเอาน้ำหอมที่เป็นซิกเนเจอร์ของสปา เดินไปฉีดฟูดๆ ให้คนดูเคลิบเคลิ้ม แต่มีบางคนสำลัก บางคนอุดจมูก ท่าทีน่าขัน
ตรีภพไปยืนกางแขน แพทและพิมพ์ดาวช่วยกันถอดเสื้อคลุมผ้าโพกออก จนเห็นตรีภพใส่กางเกงพองเนื้อบาง ท่อนบนมีเสื้อกั๊กอาหรับตัวเล็ก เผยให้เห็นแผงอกแกร่งล่ำ
บรรดาไฮโซ คนดูลืมตัวคิดว่าดูโชว์ชิปเพนเดล ปากร้องตะโกน
“ถอดเลย…ถอดเลย ถอดอีก…ถอดอีก"

เบิร์ดยิ้มร่าปรบมือดีใจ ตรีภพทำหน้าอึ้งๆ แพททำท่าเคลิบเคลิ้มสุดขีด พิมพ์ดาวออกอาการหมั่นไส้เป็นทบทวี
2 แดนเซอร์มาหมอบราบ ทำอาการเชื้อเชิญตรีภพลงอ่าง ตรีภพก้าวลงไปแช่ตัวในอ่าง ใบหน้าแหงนเงยดูมีความสุข
แพทเดินไปคว้าคนโทแก้วเดินกรีดกรายมาข้างอ่าง นักข่าวถ่ายรูปถ่ายวิดีโอกันพรึบพรับ เบิร์ดนั้นฟินกว่าใครอื่น
จังหวะนี้เอง พิมพ์ดาวคว้าคนโทแก้วขึ้นมา ดวงตาวาววับ เดินกรีดกรายมาข้างอ่าง ตรีภพหรี่ตาดู พิมพ์ดาวยกคนโทแก้วขึ้น พลันทำหน้าร้าย บรรจงยกคนโทเทลงไปบนหัวตรีภพ
บรรดาไฮโซไฮซ้อ คนดู นักข่าวอึ้ง แต่ก็นึกว่ามีอยู่ในสคริปท์
แต่เบิร์ดตาเหลือก
“ว้าย แม่มึง ฉิบหายแล้ว
หัวตรีภพเปียกลู่ กลีบกุหลาบหลายกลีบแปะอยู่บนหัว ตรีภพสะอึกอึ้ง แหงนดู เห็นพิมพ์ดาวสะใจ
แพทกับ 2 แดนเซอร์รู้ว่าไม่มีในบท พากันถอยมากอดกัน
ตรีภพตาวาวแล้วยื่นมือไปตวัดคว้าร่างพิมพ์ดาวลงมาในอ่างด้วยกัน พิมพ์ดาวเซหงายลงในอ่าง น้ำกระฉอกกระจาย มวลน้ำชนาดใหญ่กระฉอกรด ไฮโซไฮซ้อแถวหน้า บ้างผมเปียกลู่ บ้างขนตาหลุด
เบิร์ดเรอเอิ้กซวนเซไป
ตรีภพคว้าตัวพิมพ์ดาวไว้ พิมพ์ดาวดิ้น แต่ตรีภพรัดแน่น
“คุณ! ปล่อยนะ"
“เดอะ โชว์ มัสท์ โก ออน"
ตรีภพบอกเสียงเข้ม พิมพ์ดาวได้สติว่าตนกำลังทำงานพังจึงนั่งลงโดยดี ตรีภพพลันลุกขึ้นดึงพิมพ์ดาวขึ้นมาด้วยในวงแขน ชุดของพิมพ์ดาวและตรีภพเปียกน้ำแนบเนื้อ เป็นชุดสุดเซ็กซี่
บรรดาคนดู ไฮโซไฮซ้อ กรี๊ดกร๊าด เกี๊ยวก๊าว นักข่าว หมู่มวลคนดู ถ่ายรูป ถ่ายคลิปกันวุ่น ตรีภพดึงพิมพ์ดาวให้หน้าแหงนเงยขึ้นแล้วก้มลงจูบ แต่ไม่ได้จูบจริง
พิมพ์ดาวตกใจ “คุณ"

ตรีภพบอก “อยู่นิ่งๆ"


คุ้มนางครวญ

คุ้มนางครวญ

กลายเป็นภาพตรีภพและพิมพ์ดาวคล้ายตระกองกอดกัน แพทและ 2 แดนเซอร์ได้สติรีบถลามาหา แพทเข้าไปคุกเข่าเกาะอ่าง 2 นางแดนเซอร์ทำหมอบราบอยู่กับพื้นเวที

เบิร์ดซึ่งใกล้จะเป็นลม เพราะทุกอย่างบนเวที ไม่มีในสคริปท์ ร้องสั่งคนคุมแสงสุดเสียง
“ดับไฟ!"
ไฟดับวูบลง คนดูฮือฮาปรบมือกันกราว ยาวเหยียด ด้วยความชื่นชมโสมนัส

ในห้องแต่งตัวยามนี้ บรรยากาศมาคุสุดๆ ตรีภพ พิมพ์ดาว และเบิร์ดยืนประจันหน้ากันอยู่ มีแพท ช่างหน้า ช่างผม 2 แดนเซอร์ยืนดู
“นี่มันอะไรกันยะ แม่พิมพ์ดาว ทำไม เธอเอาน้ำไปราดหัวน้องตรี"
ตรีภพยังคงตาเขียว เอาผ้าขนหนูขยี้ผม พิมพ์ดาวทำไม่แยแส
“อ๋อ หนูอิมโพรไวส์ขึ้นมาน่ะค่ะ"
เบิร์ดกรี๊ด เหลืออด “ต๊าย สคริปท์ฉันเขียนมาดิบดี หล่อนมาแหกสคริปท์ฉัน"
“อ้อ แล้วที่คุณพระเอกของพี่ดึงหนูตกน้ำละคะ"
ตรีภพย้อน “อ๋อ นั่นผมก็อิมโพรไวส์ขึ้นมาเหมือนกัน"
พิมพ์ดาวตาเขียวใส่บ้าง ตรีภพยิ้มยั่ว
“แหก!"
เบิร์ดสะดุ้งสุดตัว แพทร้อง “ว้าย" ช่างผม ช่างหน้า 2 แดนเซอร์เข้ามาเกาะกลุ่มกันด้วยความตกใจ เบิร์ดจะร้องไห้ เห็นเจ๊ไฮซ้อเจ้าของสินค้าก้าวมาแล้วฉีกยิ้มโผเข้ากอดเบิร์ด
“อู๊ย… คุณเบิร์ดขา เจิด เริดล้ำมากค่ะ ใครต่อใครชอบกันใหญ่ เร้ว เปลี่ยนชุดเสร็จยังค่ะ ออกไปเร็วค่ะ คุณตรีขาเก่งมาค่ะ" เจ๊ไฮซ้อหันมาทางพิมพ์ดาว “น้อง…น้องอะไรนะคะ"
“พิมพ์ดาวค่ะ"
“น้องพิมพ์ดาวก็เลิศค่ะ เร้ว ออกไปกันค่ะ"
เบิร์ดอึ้งอยู่ ค่อยๆ ยิ้มออกมา “ค่ะ คุณสปาทิพย์"
ไฮซ้อบอกขำๆ “ฉันชื่อชบาทิพย์ย่ะ"

บนเวที เบิร์ดซึ่งรับอีกจ๊อบเป็นพิธีกร คุณชบาทิพย์นั่งยิ้มแก้มปริ ตรีภพนั่งขนาบข้างด้วยพิมพ์ดาว และแพท ซึ่งพูดคุยกันไปในทำนองว่าเป็นลูกค้าสปาแห่งนี้มาแต่ก่อนเข้าวงการ
ตรีภพและพิมพ์ดาวพูดจาเหมือนสนิมสนมรักใคร่กันมาแต่ชาติปางไหน
บรรดานักข่าว ช่างภาพ ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอกันไปมา
ตรีภพและพิมพ์ดาวฉีกยิ้ม แล้วหันมาแอบถลึงตาใส่กันแวบหนึ่ง แล้วหันไปยิ้มแย้มให้กล้องใหม่

เสร็จงาน พิมพ์ดาวก็กลับเข้าบ้านทันที บ้านของพิมพ์ดาว เป็นบ้านขนาดกลางค่อนไปทางดี อายุราว 10 ปี ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่มีบริเวณพอสมควร
พิมพ์ดาวนอนอยู่บนเตียงแล้ว ดวงตาปิดสนิทเหมือนอยู่ในภวังค์ อาการคล้ายฝันอยู่ แล้วสะดุ้งตื่นขึ้น เปิดโคมไฟหัวเตียง หล่อนสวมชุดนอนเป็นเสื้อและกางเกงนอน ดวงหน้าดูใสสะอาด
ห้องนอนพิมพ์ดาวดูเรียบง่าย ไม่มีของตกแต่งแนวหวานแหววหรือจุกจิก แต่มีพวกหนังสือและดีวีดีมากมาย
พิมพ์ดาวมองดูเหยือกน้ำที่โต๊ะหัวเตียง เห็นมันว่างเปล่า จึงคว้ามันขึ้นมาแล้วลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง
ไม่นานนักพิมพ์ดาวในชุดนอนถือเหยือกน้ำเดินมาตามทางเดิน แล้วหาวยกมือหนึ่งปิดปาก ดวงตาปิดอัตโนมัติ
พอพิมพ์ดาวลดมือลง ก็งงงันไป เมื่อพบตนซึ่งอยู่ในชุดนอนถือเหยือกน้ำเช่นเดิม แต่รอบกายกลับกลายเป็นทางเดินในเรือนใหญ่ ทั้ง 2 ด้านเป็นฝาไม้สักสวยงาม พื้นเป็นกระดานแผ่นใหญ่ที่ผนังเรือนมีไม้สลักฉลุเป็นลายประดับอยู่ระยะ
พิมพ์ดาวก้าวต่อไปเบื้องหน้าเป็นม่านปัก ก้าวผ่านม่านปัก ชุดที่สวมกลับกลายเป็นซิ่นมีเชิงงดงาม เสื้อแขนกระบอกเป็นผ้าบางมีผ้าคลองแขน มือนั้นถือขันน้ำใบใหญ่
พิมพ์ดาวก้มลงมอง เห็นเงาน้ำในขันสะท้อนภาพตนเอง แต่บัดนี้เกล้ามวนผมสูง แต่ก็ยังมีปอยผมทิ้งมาเกลี่ยไหล่ แสดงว่าผมนั้นยาวอย่างยิ่ง บนมวยผมปักดอกไม้สด

บัดนี้ พิมพ์ดาวอยู่ในชุด เจ้านางน้อย โดยสมบูรณ์ เดินถือขันน้ำก้าวมาจากซุ้มไม้ที่ออกดอกแพรวพราว เสียงซึงดังกังวานไพเราะแสดงถึงฝีมือคนเล่น พิมพ์ดาวมองไป เห็นบนศาลาใหญ่ ถูกตกแต่งด้วยม่านบางเบาและพวงเครื่องแขวนดอกไม้สด ไกลออกไปเห็นแม่น้ำปิงกว้างใหญ่ ลมพัดพลิ้วเป็นระลอก
บนศาลานั้นมีร่างระหงในชุดเจ้านาง แต่ประดับศรีษะด้วยเครื่องทองวูบวาบนั่งหันหลังให้พิมพ์ดาว มือกำลังเล่นซึงที่วางอยู่บนตัก ที่แทบเท้ามีหญิงสองนางแต่งตัวแบบนางข้าไทหมอบอยู่กับพื้น
ตรงข้ามร่างระหงนั้นมีร่างชายหนุ่มผู้หนึ่ง แต่งตัวด้วยเสื้อแขนยาว นุ่งโจง เนื้อผ้าดูมีราคา นั่งก้มหน้าราวใจจดใจจ่อฟังเพลงซึง
ร่างนั้นเงยหน้าขึ้น กลายเป็นใบหน้าหล่อเหลาของ ตรีภพ แต่ผมเผ้าดูเป็นทรงโบราณ ตรีภพมองดูร่างระหงตรงหน้าอย่างชื่นชม
พิมพ์ดาวอ้าปากค้าง หล่อนดูพิศวงงงงวยเป็นอย่างยิ่งที่เห็นชายหนุ่มที่นี่
ตรีภพเบือนสายตามาเห็นพิมพ์ดาวเข้าก็ตกตะลึงไป พิมพ์ดาวอกใจสั่นระทึก
ตรีภพมีอาการสะอึกอึ้ง ขยับตัวทำท่าเหมือนจะผุดลุกขึ้น เสียงซึงพลันชะงักหาย
“อันใดหรือเจ้า พี่เทพ" เสียงเจ้านางผู้ดีดซึงถามขึ้นมา
พิมพ์ดาวยืนนิ่งขึง
ร่างระหงที่เล่นซึง เหลียวขวับมามองอย่างไม่พอใจ เสียงที่พูดวางอำนาจ
“นั่นใคร"

ใบหน้าที่หันมานั้น คือใบหล้าของ เจ้านางยอดหล้า ที่งดงามพิลาสพิไล แต่ระคนไปด้วยความน่ากลัวบางอย่าง


คุ้มนางครวญ

คุ้มนางครวญ

พิมพ์ดาวลุกพรวดขึ้นมาจากเตียง อกใจสั่นไหว ระทึกขวัญ ทั้งที่ความฝันนั้นไม่ได้น่าสะพรึงกลัวแต่ประการใด

หล่อนเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟหัวเตียง ไฟสว่างขึ้น มือปัดโดนนิตยสาร 4-5 เล่มที่วางซ้อนอยู่ตกลง พิมพ์ดาวคว้ามันขึ้นมา พบว่าเป็นนิตยสารบันเทิง หน้าปกเป็นตรีภพวางท่าหรูเท่อยู่ พิมพ์ดาวหน้าหงิกใส่
“อีตาบ้านี่ ใครใช้ให้นายมาอยู่ในความฝันฉัน"
พิมพ์ดาวคว่ำหนังสือลง ใจยังครุ่นคิดถึงฝันประหลาดเมื่อครู่

บ้านพิมพ์ดาว ในเวลาตอนเช้า
คุณจันทราวัยสี่สิบปลาย ยังคงสะสวย แต่งตัวสะสวย แต่งตัวทันสมัย ดูเฉลียวฉลาดและอารมณ์ดีกำลังเตรียมอาหารเช้าอย่างง่ายๆ อยู่ที่แพนทรี่ ที่โต๊ะอาหาร พิมพ์เดือนแต่งชุดนักศึกษา เป็นนักศึกษาคณะโบราณคดีปีสุดท้าย ร่าเริงสดใส ดูอ่อนหวานกว่าพิมพ์ดาว
ใบเฟิร์น สาวใช้ประจำบ้านเป็นสาวบ้านนอกที่มาทำงานเพราะเป็นแฟนคลับพิมพ์ดาวเมื่ออยู่นานเข้าก็ทำตัวราวเป็นผู้จัดการส่วนตัวพิมพ์ดาว กำลังปิ้งขนมปังอยู่ พิมพ์ดาวเดินตาปรือลงมาในห้องโถง พิมพ์เดือน จันทรา และใบเฟิร์นหันมามอง
“อุ้ย คุณพิมพ์" ใบเฟิร์นประหลาดใจ
จันทราปิดเตายกจานพวกเบคอนไข่ดาวมาที่โต๊ะ พิมพ์ดาวมานั่งลง
“ตื่นแล้วหรือจ้ะ"
พิมพ์ดาวยิ้มตอบแม่ “ค่ะ"
พิมพ์เดือนเลื่อนถ้วยกาแฟให้ พลางสบตาจันทรา พิมพ์ดาวจิบกาแฟ ใบเฟิร์นเอาจานขนมปังกับผลไม้มาวางแล้วนั่งลง
“งานเมื่อคืนเป็นยังไงบ้างคะ" น้องสาวชวนคุย
“งานอีเว้นท์สปาน่ะหรือ ไม่มีอะไรนี่ ไปเดินๆ ยิ้มๆ แป๊บเดียวก็ได้เช็คมาแล้ว"
พิมพ์ดาวเอาเช็คธนาคารที่ติดมือมาโบก พิมด์เดือนดึงมาดูตัวเลข
“เอาเข้าแบงค์ให้พี่ด้วยนะ ยายเดือน"
จันทราถามขำๆ “แค่เดินๆ ยิ้มๆ แค่นั้นหรือจ๊ะ"
“ค่ะ"
“แล้วตัวเอกในงานนี่ใครลูก หนูบอกแม่ว่าคุณอ้นไม่ใช่หรือ"
พิมพ์ดาวทำจมูกย่น
“ตอนแรกกะนังอ้นค่ะ แต่นางกลัวออกงานแล้วไม่เด้งก็เลยไปเติมโบท็อกซ์ แล้วเกิดผิดพลาด หน้าเบี้ยวไปแถบนึง"
ใบเฟิร์นกับพิมพ์เดือนหัวเราะคิก จันทราโบกมือในเชิงว่าอย่าไปว่าเค้า
พิมพ์ดาวต่ออีก “ก็เลยไปเอานายพระเอกโรบ็อทมาแทน"
พิมพ์เดือนแก้ต่างแทน “แหม…แค่เรื่องแรกหรอกค่ะ เรื่องที่สองก็ดีขึ้นแล้ว"
พิมพ์ดาวค้อนน้องสาว
“แล้วหนูสนิทชิดเชื้ออะไรกับคุณตรีนี่แค่ไหน" จันทราถามขึ้น
พิมพ์ดาวบอก “สนิทอะไรคะ ไม่รู้จักกันเลยไปเจอกันหน้างาน"
พิมพ์เดือนซัก “แล้วเค้าเป็นยังไงบ้างคะ"
“ไม่เห็นมีอะไรเลย หล่อก็ไม่หล่อ ทำเริดๆ เชิดๆ เหมือนเป็นดาราใหญ่ เชอะ"
จันทรา พิมพ์เดือน และใบเฟิร์นสบตากัน
“ทำไมต้องทำท่าไม่ชอบเขาขนาดนั้น" ผู้เป็นมารดาแปลกใจ
“ก็นายนี่เป็นพวกเพลย์บอยเป็นเสือผู้หญิงนะซีคะ คิดว่าตัวเองหว่านเสน่ห์เข้าหน่อย ผู้หญิงก็คงอ่อนระทวยโผเข้าวงแขนกันหมดซีนะ" ยิ่งพูดพิมพ์ดาวก็ยิ่งหมั่นไส้
ใบเฟิร์นเพ้อ “ถ้าเป็นหนูไม่ต้องหว่านหรอกค่ะ หนูยอม หนูช้อบ…ชอบ"
“ใบเฟิร์น"
พิมพ์ดาวตาเขียว ใบเฟิร์นทำคอหดแต่ไม่ได้กลัวเกรงอะไร จันทราคว้ารีโมทมาเปิดทีวี
“อือม์..งานเมื่อคืนไม่มีอะไร พระเอกใหม่ก็ไม่รู้จักกัน งั้นหนูดูข่าวนี่หน่อยซิลูก
พิมพ์ดาวมองดูภาพในทีวีจอแบน
ภาพในจอเป็นภาพที่ตัดต่อมาจากงานอีเวนท์สปา เมื่อตัดต่อสั้นๆ ประกอบกับดนตรีเซ็กซี่ทำให้เกิดอีกหลายเรื่องราว เช่น ภาพตรีภพเหลือบมองแล้วยิ้มนิดๆ เมื่อมาตัดต่อภาพพิมพ์ดาวเหลือบมองแล้วยิ้มหวานกับสถานการณ์อื่น กลายเป็นทั้งคู่สบตากัน
ประกอบกับเสียงบรรยายข่าวบันเทิง อันแปร๋แปร๋นของพิธีกร
“พระเอกตรีภพจุมพิตนางร้ายแสนสวยพิมพ์ดาว ดูดดื่มกลางงานอีเว้นท์"
พิมพ์ดาวถือส้อมจิ้มไส้กรอกค้าง
ในจอทีวีเป็นภาพตรีภพดึงพิมพ์ดาวลงอ่าง ทีมงานทำเป็นภาพสโลว์โมชั่น
จันทรามองปลงๆ พิมพ์เดือนนึกสนุก ใบเฟิร์นทำท่าเกือบฟิน
ภาพในจอ ตรีภพตระกองพิมพ์ดาวยืนขึ้นแล้วจุมพิต น้ำพร่างพรู ดูเซ็กซี่ยิ่งกว่าจันดารา อันคัท!
พิมพ์ดาวนั่งอึ้ง
“แต่ทั้งสองยังปากแข็งว่าไม่มีอะไรกัน" พิธีกรเม้าท์ต่อ
ภาพในจอเป็นตอนตรีภพคลุมเสื้อคลุมมหาราชา เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกผมหมาดแล้ว ให้สัมภาษณ์
“อ๋อเป็นแฟนคลับน้องมานานแล้วครับ"
พิมพ์ดาวเปลี่ยนชุดใหม่เป็นชุดราตรีเรียบๆ แทนชุดที่เปียก บอก
“อ๋อ ตามสคริปท์เท่านั้นละค่ะ"

พิมพ์ดาวรีบหันมาแก้ตัวกับทุกคนที่จ้องอยู่
“ไม่ได้จูบจริงนะคะ แค่มุมกล้องปากห่างกันเป็นคืบ"
พิธีกรสาระแนต่อ “แต่ว่าคนในวงยืนยันว่าทั้งคู่คบหากัน"
พิมพ์ดาวชะงักหันขวับมามองทีวี
ภาพในจอตอนนี้ เจ๊เบิร์ด เจ้าแม่อีเว้นท์ฉีกยิ้มกับกล้อง
“น้องกำลังดูๆ กันอยู่ฮะ..แหม..ไม่งั้นจะแสดงได้สมจริงขนาดนี้หรือค่ะ"
พิมพ์ดาวทำหน้าจะร้องไห้
“ไม่จริงนะคะ ไม่จริงนะคะแม่ ยายเดือนเชื่อพี่นะ ใบเฟิร์นเธออย่ามาทำหน้าแบบนั้น"
จันทราทำหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง พิมพ์เดือนหัวเราะคิก
“ยายพิมพ์นะยายพิมพ์ วันนี้ฉังคงไม่เป็นอันสอนหนังสือหรอกทุกคนต้องถามฉันเรื่องนี้"
“แต่รับรองเพื่อนหนูทุกคนต้องกรี๊ดสลบแน่ อิจฉาพี่พิมพ์"
ใบเฟิร์นยิ้มย่องปลื้มสุดๆ “อย่าปากแข็งเลยค่ะ คุณพิมพ์ ฮิ ฮิ ฮิ หนูช๊อบ ชอบ"

พิมพ์ดาวโมโห เกือบลุกขึ้นเต้นเร่าๆ


คุ้มนางครวญ

คุ้มนางครวญ

ฟากฐาปกรณ์นั่งอยู่ที่โซฟาตรงหน้ามีหนังสือพิมพ์บันเทิง 2-3 ฉบับ มีรูปตรีภพจุมพิตพิมพ์ดาว และมีพาดหัวข่าวชวนหวาดเสียว

ส่วนที่โต๊ะทำงานสุชาดานั่งทำงานเคร่งอยู่ ตรงหน้าก็มีหนังสือพิมพ์อีกชุดหนึ่ง
“น้องตรีนะน้องตรี ไปรับงานของนังเบิร์ดได้ยังไงนะ"
ตรีภพยิ้ม “สนุกดีออกครับ"
สุชาดาบ่นไม่เลิก “แต่มันเสียเกรดเราหมด เหมือนเป็นตัวสำรองยังไงก็ไม่รู้ ที่จริงมันต้องดีลกัน ต้องมีสัญญาให้รัดกุม รู้ไหมนังเบิร์ดมันเขี้ยวจะตาย"
ตรีภพมองสุชาดา รำพึงเบาๆ
“ฮะ แต่น้อยกว่าเจ๊"
สุชาดาลุกพรวดขึ้น
“นี่ไม่ได้แล้วนะคะ น้องตรีไม่มีผู้จัดการตั้งสามเดือนแล้ว น้องตรีต้องหาผู้จัดการคนใหม่ได้แล้ว"
ตรีภพสัพยอก “ผมกลัวคนใหม่จะมา…เอ้อ ลวนลามผมอีกน่ะซี"
มาดามสุ มานั่งบนพนักโซฟาเอามือวางแปะที่ไหล่ แล้วเริ่มลูบไล้ลวนลาม
“อุ้ยตาย…ถ้ากลัวพวกนั้น ก็หาผู้หญิงซีคะ เอาไหมคะ พี่สุจะเป็นผู้จัดการให้น้องตรีเอง"
ตรีภพอยากจะพูดใส่หน้า แต่ฐาปกรณ์เข้ามาพูดแทนใจ
“แล้วเธอแน่ใจหรือว่าเธอจะไม่ปล้ำไอ้ตรีมันเข้า"
มาดามสุค้อนผัวลุกถอยมา
“นี่ อย่ามาพูดแบบนี้นะ อ้อ แล้วอีกเรื่องนึง เรื่องเธอกับนังพิมพ์ดาวนี่ยังไง ไปแอบคบกันตั้งแต่ตอนไหน"
ตรีภพอมยิ้ม
“อย่าว่าแต่คบเลยครับ เจอกันครั้งแรกก็ในงานนั้นแหละครับ แต่เจ๊เบิร์ดแกกลัวไม่มีใครตีข่าว แกก็เลยดันสดขึ้นมา"
“ต๊าย พี่บอกแล้วไงอีนี่มันหน้าด้าน น้องตรีไม่น่ายอมมัน เอ๊ะ แต่บางที อาจเป็นฝีมือนังพิมพ์ดาวก็ได้"
ตรีภพฉงน “ยังไงฮะ"
“นังนี่มันหวังจะเกาะน้องตรีดังน่ะซีคะ มันดึงให้นังเบิร์ดพูดไปแบบนั้น นังนี่มันร้ายจะตาย"
ฐาปกรณ์งง “รู้จักเขาด้วยหรือ"
“ถึงไม่รู้จัดตัวก็รู้กิติศัพท์มันค่ะ ดูตอนที่มันมีเรื่องกับเจ๊จิ๋มซีคะ"
ฐาปกรณ์ท้วง “อ้าวก็อีเจ๊จิ๋มไปโกงเงินเด็กมันจริงๆ ไม่ใช่หรือ"
สุชาดาชะงัก ตรีภพฟังอย่างเก็บข้อมูล
“ถ้านังนี่มันไม่ร้าย นังจิ๋มมันคงไม่โกงหรอกค่ะ"
ฐาปกรณ์ตัดบท “นี่เลิกพูดถึงชาวบ้านเถอะ เรื่องงานน่ะว่ายังไง วันนี้ไอ้แก้วมันนัดส่งเรื่องย่อแล้วไม่ใช่หรือ"

แก้วอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ห้องพัก
จอคอมพิวเตอร์โน๊ตบุค ที่เปิดอยู่มีคำว่า เรื่องย่อ แล้วจากนั้นคือความว่างเปล่า โน๊ตบุคนั้นถูกวางทิ้งอยู่บนโต๊ะกาแฟ ส่วนแก้วนั้นนอนหงายอยู่บนเตียงมีท่าทางหมดอาลัยตายอยากบนเตียงรกไปด้วย จดหมายเรียกเก็บเงิน เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าผ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งจดหมายยื่นคำขาดของบริษัทเครดิต
มีโทรศัพท์เข้า แก้วเอาขึ้นมาดูเบอร์แล้วคอหด รีบกดปิดเครื่อง แล้วถอนใจโล่งอก ทันทีทันใดมีเสีงทุบประตูห้องดังสนั่น
“ไอ้แก้ว ไอ้แก้ว"
แก้วลุกพรวดมายืนเก้กังกลางห้อง
เป็นเจ้าหนี้ 1 ใน สิบ “กูรู้ว่ามึงอยู่ข้างใน มึงเปิดประตูมาซะดีๆ"
แก้วย่องไปเอาหน้าแนบฟังเสียงที่ประตู แล้วผงะเมื่อประตูถูกทุบแรงกว่าเดิม
“มึงจะเปิดหรือจะให้กูพังเข้าไป"
แก้วผงะถอยออกมายืนเหลียวซ้ายแลขวาแล้ววิ่งไปที่ระเบียง

ในซอยเปลี่ยวถนนคอนกรีต สองข้างทางเป็นป่าหญ้า แก้วเดินอย่างเร่งรีบมาตามทางเส้นนี้ ก้มหน้าเอามือป้องหัวเหมือนจะบังแดด มีรถยุโรปคันใหญ่ติดฟิล์มดำมืดสวนมา รถแล่นผ่านแก้วไป
แก้วเหลือบมองดูรถอย่างโล่งใจแล้วเดินต่อ
ทันใดนั้น รถคันนั้นเบรกเอี๊ยดแล้วตีวงกลับ คนขับรถเลื่อนกระจกลง เห็นเป็นชายกลางคนใส่แว่นดำ
“คุณแก้ว คุณแก้วใช่ไหม"
แก้วร้องออกมาคำหนึ่ง แล้วเริ่มออกวิ่ง รถคันนั้นขับไล่ตามจนทัน กระจกรถอีกด้านถูกเลื่อนลง เห็นชายแต่งตัวภูมิฐาน ตะโกนเรียก

“คุณแก้ว!"
แก้วยังไม่หยุด คนขับเร่งเครื่องแล้วหักขวาง แก้วเบรกไม่ทันชนรถโครมแล้วหงายลงก้นจำเบ้ากับพื้น คนขับรถ ชายภูมิฐานลงมายืนค้ำ แก้วยกมือไหว้ท่วมหัว
“อย่าทำผมเลย ตอนนี้ผมไม่มีจริงๆ"
ประตูรถตอนหลังเปิดออก เป็นตาทองก้าวลงมาอีกคน
“คุณแก้ว โธ่ ลุกขึ้นก่อนครับ"
คนขับรถและชายแต่งตัวภูมิฐาน ซึ่งเป็นทนาย ดึงแก้วขึ้นอย่างทุเรศนิดๆ
ทนายบอก “พวกเรามาจากคุ้มเวียงแก้ว ผมเป็นทนายของตระกูล"
“พวกเรามาเชิญคุณกลับไปที่คุ้มครับ" ตาทองเสริม

แก้วยังคงงงเป็นไก่ตาแตก


คุ้มนางครวญ

คุ้มนางครวญ

ฐาปกรณ์ยืนหน้าบึ้งอยู่ที่โต๊ะทำงาน มาดามสุนั่งไขว่ห้างอยู่ที่โซฟา ตรีภพยืนอยู่กลางห้องมีอาการหนักใจ

“ไอ้แก้วไปเชียงใหม่"
“ทางอพาร์ทเม้นท์เขาว่ายังงั้นครับ" ตรีภพบอก
ฐาปกรณ์โมโห “แล้วมันเสือกไปอะไรตอนนี้"
“มองในแง่ดี มันอาจจะไปหาข้อมูล เขียนเรื่องให้พี่ก็ได้"
ตรีภพถอนใจนั่งลง มาดามสุเชิดหน้ามีแววเยาะ
สุชาดาหน้าหงิก “เห็นไหมล่ะ ฉันเตือนแล้ว ว่าไอ้แก้วนี่ขี้เกียจตัวเป็นขน ละครยาวบางเรื่องมันเขียนอยู่ตั้ง 2 ปี ไอ้ที่จะมาเขียนเดือนเดียวเสร็จน่ะ ฝันไปเถอะ"
“ไง นายเป็นตัวตั้งตัวตีอยากให้มันมาเขียนไม่ใช่หรือ" ฐาปกรณ์โวยตรีภพ
ตรีภพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“แต่มันรับปากผมเป็นมั่นเป็นเหมาะนะครับ"
ฐาปกรณ์ระอา “เฮ้อ ฝีมือมันดีจริง แต่ไอ้เรื่องติสท์แตกเกินเหตุนี่มันไม่ไหวจริงๆ"
“ติสท์เติ้ดอะไร ขี้เกียจน่ะไม่ว่า" มาดามสุด่า
“ยังไงก็รอดูมันก่อนเถอะครับ ไอ้แก้วมันไม่น่าจะทิ้งงานหรอก"
ฐาปกรณ์ยังคงอารมณ์เสีย มาดามสุรำคาญผัว

อีกฟากหนึ่ง ทุกคนรวมตัวกันอยู่บริเวณส่วนรับแขกคุ้มใหญ่
แก้วยังคงแต่งตัวมอซอนั่งอยู่บนโซฟาใหญ่ ทนายความนั่งอยู่ตรงข้าม บนโต๊ะมีเอกสารหลายชิ้น ที่พื้นตาทองและสายใจนั่งอยู่ ทุกคนแต่งกายไว้ทุกข์ แก้วยังคงมองดูรอบๆ ตัว
“คุณทราบมาก่อนไหมครับว่าเกี่ยวดองเป็นญาติกับแม่เจ้าท่าน" ทนายเปิดฉากถาม
“ผมทราบว่าท่านเป็นน้องสาวคนสุดท้องของคุณปู่ผม แต่ว่าคุณปู่ก็ไม่ติดต่อกับทางคุ้มนี้มาหลายสิบปีแล้ว"
ตาทองกับสายใจสบตากัน
“ผมเคยได้ยินมาว่า เจ้าพ่อของคุณปู่ คุณทวดผมประกาศตัดขาดกับคุณปู่ ชนิด เอ้อ…ไม่มีวันญาติดีกันได้ไม่ใช่หรือครับ" แก้วสงสัย
ทนายพยักหน้ารับ “ครับ"
แก้วฉงน “แต่ญาติห่างๆ แบบผมก็ยังมีอยู่อีกตั้งหลายคน
“ผมทราบ แต่ว่าแม่เจ้าระบุไว้ในพินัยกรรมว่า คุ้มเวียงแก้วกับทรัพย์สินทั้งหมดให้ยกให้คุณเพียงคนเดียว"
สีหน้าแก้วยังคงงุนงง มากกว่าดีใจ

ภายในห้องสมุดของคุ้มใหญ่ มีรูปถ่ายของเจ้าเก็จถวาที่ถ่ายไว้ราว 10 ปีก่อนติดอยู่ สายตาที่มองมาดูเศร้าสร้อย แก้ววางพวงมาลัยลงบนพานแก้วหน้ารูป ตาทองและสายใจยืนดูอยู่ สายใจซับน้ำตา ห่างออกไปที่พื้นมีสาวใช้วัยสาว 2 คนคุกเข่าอยู่
“ท่านป่วยเป็นอะไรหรือครับ"
สายใจมีทีท่าผิดปกติบางอย่าง
“ท่านสุขภาพดีมาตลอด ไม่เคยมีวี่แววเจ็บป่วยอะไรเลย แต่จู่ๆ เราก็เจอท่านนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวนี้"
ตาทองผลักประตูห้องสมุดเข้ามา นาฬิกาข้างฝาบอกเวลาตีห้า
“มหาจรวยไม่อยู่ครับ แม่เจ้า เห็นว่าพาคณะปฏิบัติธรรมไปเมืองลาวหรือพม่านี่แหละครับ"
ตาทองมองดูเห็นที่โต๊ะเขียนหนังสือ เจ้าเก็จถวานั่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูง หน้าเอียงซบกับพนัก อีกทั้งใบหน้าอยู่ในเงามืด มือยังคงถือปากกาบนโต๊ะมีกระดาษ เขียนข้อความด้วยลายมือ ปากกายังคงจ่ออยู่ที่ลายเซ็น
“แม่เจ้าขอรับ แม่เจ้า"
ตาทองเริ่มรู้สึกผิดปรกติ ก้าวเข้าไปใกล้
“แม่เจ้า"
เจ้าเก็จถวายังคงนั่งไม่ไหวติง ตาทองเริ่มหวาดหวั่น จดๆ จ้องๆ ยื่นมือไปจับเก้าอี้ให้หมุนมา
ใบหน้าเจ้าเก็จถวาในเงามืดหันมารับแสงจากโคมตั้งโต๊ะ ใบหน้านั้นบิดเบี้ยวดวงตาเบิกโพลง ปากอ้ากว้าง ใบหน้าดูผิดรูปเหมือนไม่ใช่มนุษย์
ตาทองผงะหงาย ถอยหลังกรูดไปนั่ง ก้นกระแทกกับพื้น มือเจ้าเก็จถวาเมื่อเก้าอี้ถูกดึงก็ตกลงบนตักดึงกระดาษนั้นปลิวหล่นร่อนมาตรงหน้าทองทอง
ตาทองตัวสั่นหยิบมันมาดูเห็นว่าเป็นพินัยกรรมเขียนด้วยลายมือมีลายเซ็นเจ้าเก็จถวา และลายมือของสาวใช้เป็นพยานครบถ้วน

ในห้องสมุดคุ้มใหญ่ เวลานั้น แก้วรับฟังอย่างแปลกใจ แต่ตาทองตัวสั่น สายใจน้ำตาไหลใบหน้าตื่นกลัวปนสยดสยอง ตาทองชี้ไปยังสาวใช้ 2 คน
“ระริน กับเฟื่องฟ้า บอกว่าแม่เจ้าให้มาเซ็นชื่อเป็นพยานก่อนหน้านั้นนิดเดียว"
ระรินกับเฟื่องฟ้าตัวสั่น
ระรินบอก “ใช่เจ้า ตอนข้าเจ้าสองคนออกมาจากห้อง ก็ได้ยินเสียงเครื่องรถตาทองเข้ามาพอดีเจ้า"
เฟื่องเสริม “ตอนนั้นแม่เจ้าก็ยังดูปกติดีอยู่เจ้า"
ระรินแย้ง “ก็ไม่ปกติเท่าใดหรอกเจ้า แม่เจ้าดูมึนๆ ซึมๆ ยังไงไม่รู้เจ้า"
สายใจหลุดปากออกมา “จะปกติได้อย่างใด ก็ผีม้าบ้องตาลุก มาเอาตัวแม่เจ้าไป"
ตาทองงง “สายใจ พูดอะไร"
แก้วก็งง ได้ยินไม่ถนัดนัก “อะไรนะ"
“จริงๆ นะเจ้า ข้าเจ้าเห็นผีม้าบ้องตามันลุกจ้า ขนคอเป็นเปลวไฟลากรถม้าสีดำมารับตัวแม่เจ้าไป"
“เหลวไหล แกฝันไปน่ะไม่ว่า" ตาทองเอ็ด
“แต่…"
ตาทองตัดบท “ไม่ต้องแต่ แกน่ะหยุดพูดได้แล้ว"
สายใจก้มหน้างุด
“ไปเถอะครับคุณแก้ว ผมจะพาคุณไปห้อง"

ในเวลาต่อมาแก้วทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงใหญ่ปูลาดด้วยผ้าคลุมที่ดูแพงระยิบระยับ แก้วกวาดตาดูรอบๆ ห้อง เพดานสูงมีโคมไฟฟ้าราคาแพงอีกหลายสิ่ง
แก้วลุกขึ้นเดินดูรอบๆ ห้อง คว้ารีโมทมาเปิดทีวีจอใหญ่ แล้วปิดเสียง หันไปเปิดเครื่องเสียงอีกอย่าง แล้วเดินไปเปิดดูตู้เสื้อผ้าที่คนรับใช้นำเสื้อผ้ามาแขวนให้ ดูแล้วไม่สมกับตู้ แก้วยิ้มกับตัวเอง
แก้วเดินออกไปยังระเบียงของห้องนอน มองดูอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลของคุ้ม สวนสวยเต็มไปด้วยไม้ใหญ่เก่าแก่อยู่รอบๆ สวนดอกไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างดี ดัดเลื้อยไปยังศาลารับรองมหึมา
แก้วมองไปอีกมุม เห็นแนวต้นไม้ใหญ่ติดต่อกันเป็นพืดที่สุดสายตา มียอดสิ่งก่อสร้างเก่าโผล่ขึ้นมา แลดูมืดมน แม้เป็นยามกลางวัน ลมแรงพัดมาเสียงกระดิ่งลมดังก้องฟังดูวังเวง แก้วรู้สึกสังหรณ์โดยประหลาด

คืนเดียวกันนั้นที่ห้องโถงคอนโดของตรีภพ ซึ่งตกแต่งแนวโมเดิร์น เครื่องเรือนและของตกแต่งดูดูเป็นสไตล์มินิมอลลิสม์ ตรีภพกำลังรอสายมือถืออยู่กลางห้อง ตฤณแต่งตัวสภาพเหมือนเคย กำลังรื้อหาของกินและน้ำจากตู้เย็น ได้แล้วก็เดินมาที่โซฟา หน้าจอโทรทัศน์เปิดช่องกีฬาไว้
“เอ็งกะพิมพ์ดาวมีอะไรคืบหน้าหรือยังวะ"
“คืบหน้าบ้าอะไร ถือว่าไม่รู้จักกันก็ยังได้โว้ย"
“โห ขนาดยังไม่รู้จักยังจูบกันแนบแน่นขนาดนั้น ทำไมเขาใจถึงนักวะ"
“ไอ้บ้า รู้จักมุมกล้องไหม ปากห่างกันตั้งเป็นคืบ"
ตรีภพพูดประโยคเดียวกะพิมพ์ดาวเป๊ะ เขามองดูโทรศัพท์ท่าทีหงุดหงิดมากขึ้น
“ไอ้แก้วนี่มันยังไงกันวะ" ตรีภพลองกดโทร.อีกหน “หือม์ ติดแล้วว่ะ" ตฤณมองๆ

ตรีภพคุยสายอย่างตื่นเต้นดีใจ “ฮัลโหล"


 คุ้มนางครวญ

คุ้มนางครวญ

ขณะนั้นแก้วใส่เชิ้ตดำกับเสื้อนอกกำลังขับรถ พูดโทรศัพท์มือถือราคาแพงผ่านบลูทูธไปด้วย

“ฮัลโหล ไอ้ตรี มีอะไรวะ"
“ถามได้มีอะไร นี่เอ็งหายหัวไปไหนกันแน่ ทำไมไม่รับโทรศัพท์"
“แบตหมดโว้ย ชาร์จเจอร์ก็ลืมเอามา วันนี้ตอนแรกจะไปซื้อชาร์จเจอร์ ดูไปดูมาเลยซื้อมือถือใหม่ซะเลย"
ตรีภพยังงุนงง ตฤณพยายามจับใจความ
“เออก็ดีแล้ว แล้วเรื่องงานบทเอ็งจะเอายังไง"
“บทอะไรวะ"
ตรีภพฉุน “ไอ้บ้า ถามมาได้บทอะไร ก็บทเรื่องทางเหนือน่ะซี ตอนนี้พี่ฐากับมาดามสุจะเป็นบ้าแล้วนะโว้ย"
แก้วยิ้มสะใจ
“ตอนนี้ข้ารวยเป็นพันล้าน ใจคอเอ็งจะให้ข้าไปเป็นขี้ข้าให้ไอ้ผู้กำกับซาดิสต์กับนังเมียจอมงกโขกสับอีกหรือ"
ตรีภพขมวดคิ้ว
“เฮ้ย ไม่ได้นะโว้ย เอ็งรับปากเขาแล้วเป็นมั่นเป็นเหมาะ"
“เออ ต้องวางแล้วว่ะ"
แก้วตัดบทวางหู
ตรีภพลดโทรศัพท์ลง มองดูหน้าตฤณ ตฤณถามว่ามีอะไร

เสียงอึกทึกดังมาจากเอ็นเตอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์ ในตอนกลางคืน
ที่นี่เป็นแหล่งบันเทิงยามราตรีของเชียงใหม่ รถยุโยปหรูแล่นเข้ามาจอด แก้วลงมาส่งกุญแจให้พนักงานขับรถ เขาอยู่ในชุดดำที่มาจากงานศพ ดูหรูหราจนมาเที่ยวต่อได้
เหนือบันไดทางเข้า เห็นพ่อเลี้ยงธาดาวัย 40 ปี เจ้าของคอมเพล็กซ์ แต่งตัวดูหรูเว่อร์เกินงามไปนิดก้าวมามีบอดี้การ์ด 2 คนตามหลัง พ่อเลี้ยงธาดายิ้มร่าประจบเอาใจ
“ยินดีต้อนรับครับเจ้า"
“เรียกผมแก้วเฉยๆ เถอะครับ พ่อเลี้ยง"
“โอเคครับ เชิญคุณแก้วข้างในดีกว่าครับ"
พ่อเลี้ยงธาคาโอบไหล่แก้วพาเดินเข้าผับ พนักงานสาวในชุดราตรี 4 นางยืนพนมมือไหว้เป็นทิวแถว

ผับที่แก้วเข้ามา เป็นผับขนาดใหญ่ ตกแต่งทันสมัยเต็มไปด้วยแสงสี บนเวทีมีวงดนตรี นักร้องสาวเซ็กซี่กำลังออกมาทั้งร้องทั้งเต้น
ที่ส่วนบัลโคนี่มองเห็นเวทีได้ถนัด เป็นส่วนวีไอพีต้อนรับแขกสำคัญของพ่อเลี้ยงธาดาบนโซฟาแก้วนั่งคุยกับพ่อเลี้ยงธาดา และนักธุรกิจชื่อดังของจังหวัดอีก 2 สอง ตรงหน้ามีเครื่องดื่ม
“ผับของพ่อเลี้ยงนี่สุดยอดเลยนะครับ"
“ขอบคุณครับ คุณแก้ว"
นักธุรกิจ 1 เอ่ยขึ้น “ไม่ได้มีแค่ผับนะคุณที่สุดยอด ถ้าคุณแก้วขี้เมื่อยละก็เชิญทางปีกซ้ายได้เลย"
แก้วหัวเราะ “น่าสนใจนะครับ แต่เอาไว้คราวหน้าดีกว่า"
นักธุรกิจ 2 เอ่ยเสริม “ถ้าคุณแก้วชอบเรื่องเสี่ยงโชคละก็ต้องเชิญด้านหลัง"
แก้วโอภาปราศรัย “หรือครับ"
ธุรกิจ 2 ชวน “ไปไหมละครับ ผมกำลังจะไปจะได้พาคุณทัวร์ด้วย"
แก้วออกตัว “ขอบคุณครับ แต่ตอนนี้ผมอยากฟังเพลงมากกว่า"
ธุรกิจ 1 ขอตัว “โอเคครับ งั้นผมสองคนขอตัวก่อน"
“เชิญครับ"
2 นักธุรกิจลุกขึ้นเดินลงไป พ่อเลี้ยงธาดารินเหล้าเพิ่มให้แก้ว แล้วโบกมือกับพนักงาน
“เอากับแกล้มมาเพิ่มอีกหน่อย"
พนักงานเดินไป ธาดามองดูแก้ว
“เห็นว่าคุณแก้วยังมีที่ดินริมน้ำอีกผืนติดกับคุ้มเวียงแก้ว"
“อ๋อ คุ้มร้างน่ะหรือครับ"
“ครับ"
“เห็นว่าทรุดโทรมมากแล้วก็รกเป็นป่าเลย"
ธาดาคล้ายหยั่งเชิงบางประการ “คุณแก้วมีแผนการจะจัดการอะไรกับที่ดินแปลงนี้หรือเปล่าครับ"
“ผมยังไม่มีแผนอะไรหรอกครับ ตอนนี้ยังมีเรื่องต้องจัดการก่อนอีกตั้งหลายเรื่อง" แก้วว่า
ธาดาดูมีอาการโล่งใจบางอย่าง
“แต่ว่าผมสนใจอยู่นะครับ ไว้วันไหนคุณแก้วว่างๆ ผมอยากขอไปดูซักหน่อย"
“ได้เลยครับพ่อเลี้ยง"
มีสาวใหญ่รูปร่างอวบอัด แต่งตัวดี แต่มีอะไรบางอย่างบอกว่านางคือแม่เล้า เดินตรงมาพลางยิ้มร่า
“น้องๆ มาแล้วค่ะ"
แก้วมองสองสาวตาวาว 2 สาวย่อตัวไหว้ แก้วรับไหว้เชิญ 2 สาวนั่ง 2 สาวมานั่งลงขนาบ 2 ข้างแก้ว พ่อเลี้ยงธาดามองดูอย่างพอใจ

คุ้มใหญ่ตกอยู่ในความมืด เวลากลางดึกคืนนั้น
พื้นพรมในห้องนอนของแก้วมีเสื้อ กางเกง ของแก้ว และกระโปรงราตรีกองอยู่เรี่ยราด บนเตียงแก้วหลับอย่างหมดสภาพ ขนาบข้างด้วยสองสาว
นอกระเบียงมีลมพัดมาจนประตูสู่ระเบียงเปิดออกจากกัน ที่สุดสายตาเห็นยอดหลังคาคุ้มร้างโผล่จากแนวต้นไม้
มีเงาดำเคลื่อนมาในอากาศแล้วร่อนลงเกาะขอบระเบียง มันเป็นอีกาตัวใหญ่มหึมาดวงตาเรืองแสงเป็นสีแดง ทันใดนั้นเอง จากระเบียงมีหมอกมากมายไหลระเรื่อยมาตามพื้น
ด้วยอะไรบางอย่างแก้วลืมตาขึ้นมา แก้วลุกจากเตียง 2 สาวนอนหลับใหลไม่แม้ขยับตัว แก้วก้าวเท้ามาบนหมอกที่ไหลเอื่อยเข้ามาตลอดเวลาแล้วมองไป อีกาปีศาจร้องสีแหลมยาวและบินจากไป

อีกาปีศาจบินร่อนอยู่บนท้องฟ้า เพ่งมาบนถนนร้างแคบยาวด้านข้างที่ดินของคุ้มใหญ่ ดูแก้วซึ่งแต่งตัวลวกๆ เหมือนคว้าอะไรใกล้มือมาใส่เดินมา กึ่งรู้ตัวกึ่งถูกสะกด มีเสียงม้าร้องดังมาไกลๆ แก้วมองไป เห็นกลุ่มควันอยู่เบื้องหน้า มีจุดแดงสองดวงเคลื่อนมาจากกลุ่มควัน
แก้วเขม้นมองแล้วผงะ ม้าปีศาจวิ่งมาจากกลุ่มควัน ดวงตาแดงก่ำราวถ่านไฟ ขนแผงคอลุกเป็นเปลว
แก้วยังคงตะลึงจังงัง ม้าปีศาจลากรถม้าสีดำมาจอดลง ประตูรถม้าเปิดออกเอง
ม้าปีศาจวิ่งเต็มฝีเท้าพารถแล่นไปอย่างรวดเร็ว ล้อใหญ่ดูวาววับบดกับพื้นถนน ที่สุดทางเป็นกำแพงของเถาไม้เลื้อยที่รกทึบหนาแน่นจนไม่มีทางใดฝ่าไปได้
แก้วนั่งอยู่ในรถม้า มองออกไปตรงหน้า ม้าปีศาจพารถพุ่งเข้าหาเถาไม้เลื้อย ราวจะพุ่งชน แก้วเบิกตากว้าง มีท่าทีตกใจ แต่ไม่สามารถร้องหรือหนีไปได้
ทันใดนั้น กำแพงไม้เลื้อยพลันแยกออกเป็นช่องให้รถม้าวิ่งผ่านไป แก้วหวาดหวั่น หันไปมองทางท้ายรถ

ช่องแยกนั้นพลันปิดลงกลายเป็นกำแพงไม้เลื้อยหนาทึบดังเดิม


 คุ้มนางครวญ

คุ้มนางครวญ

แก้วค่อยๆ คุกเข่าลงหน้ายกพื้น มองดูภาพตรงหน้าอย่างหวาดหวั่นและตื่นตะลึง บนเติ๋นมีตั่งทอง เจ้านางยอดหล้านั่งอยู่ ดูงดงามมลังเมลืองเหนือมนุษย์ นางผัน นางเผื่อน หมอบราบอยู่แทบเท้า ยอดหล้ามองดูแก้วพลางยิ้ม แก้วยิ้มตอบความกลัวกลับแฝงความหลงใหลขึ้นมา

“เจ้าคงไม่รู้ซีนะว่าข้าคือใคร
แก้วส่ายหน้า “ครับ"
“ข้าคือย่าทวดของเจ้าเก็จถวา ย่าของเจ้า"
แก้วผงะเล็กน้อย ยอดหล้ายิ้มแย้ม
“แต่เจ้ามิต้องนับญาติกับข้าก็ได้"
“ครับ"
ยอดหล้าถาม “เจ้ารู้หรือไม่ ทำไมเก็จถวาย่าของเจ้าจึงเลือกเจ้าให้เป็นผู้สืบทอดคุ้มเวียงแก้ว"
“ผมไม่ทราบเลยครับ"
“เก็จถวาไม่ได้เป็นคนเลือกเจ้า แต่คือข้าต่างหากเป็นคนเลือก"
แก้วพิศวง แต่กลับรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ โดยประหลาด
“ทำไมครับ ทำไมต้องเป็นผม"
“เพราะสิ่งที่เจ้าทำไง เจ้าคือช่างเขียนเรื่อง"
แก้วยิ่งงงหนัก “ผมไม่เข้าใจ"
“ข้าปล่อยให้เจ้าสำเริงสำราญมาหลายวัน ตอนนี้จงพอได้แล้ว ข้ามีเรื่องจะเล่าให้เจ้าฟัง จงฟังทุกถ้อยทุกคำของข้า และจดจารจารึกลงในใจเจ้า"
“ครับ"
ยอดหล้าเหม่อมองไปไกล ดวงตายังคงผูกพันแรงกล้ากับเรื่องในหนหลัง
“ข้าจะเล่าเรื่องความรักอันแสนเศร้าของเจ้านางผู้เลอโฉมแห่งคุ้มเวียงแก้วกับขุนนางหนุ่มจากเมืองใต้"
ยอดหล้าดวงตาเปลี่ยนเป็นเคียดแค้น
“ที่ถูกทำลายโดยนังน้องสาวแพศยา นังงูพิษที่ทรยศข้า"
หากมีใครมองจากที่ไกลๆ ตอนนี้จะเห็นว่าแก้วคุกเข่าอยู่ท่ามกลางความรกเรื้อผุพังของคุ้มร้าง ตั่งทองฉากไม้ฉลุ เครื่องราชูปโภค ยอดหล้าและนางผัน นางเผื่อน ปรากฏเป็นเพียงเงาเลือนราง ซ้อนทับอยู่บนความผุพัง

คืนเดียวกัน พิมพ์ดาวนอนหลับอยู่บนเตียง จมลงสู่ความฝัน
เสียงยอดหล้าคำราม “นังดาราราย"
พิมพ์ดาวกระสับกระส่าย กลุ่มควันหมุนวนรวมกันเป็นดวงหน้ายอดหล้า
“นังงูพิษ นังแพศยา ทรยศ เจ้าพรากพี่เทพของข้าไป"
พิมพ์ดาวอึดอัดหายใจไม่ออก ใบหน้ายอดหล้าแปรเปลี่ยนเป็นซากศพ
“ไม่ว่าเจ้าไปอยู่ที่ใด ข้าจะขอผูกเวร ล้างเจ้า ผลาญเจ้า ไปทุกชาติทุกภพตลอดไป"
ใบหน้ายอดหล้ากลายเป็นอสูรกาย ปากแสยะเขี้ยวงอก พุ่งเข้ามาเต็มหน้า พิมพ์ดาวผวาลุกขึ้น ใจเต้นแรงจนต้องเอามือกุมอก พิศวงกับความฝัน
“ผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว"

ในเวลาไม่ไม่ต่างกันนัก ตรีภพผวาลุกขึ้นมานั่งบนเตียง แล้วเปิดโคมไฟที่โต๊ะหัวเตียง พลางครุ่นคิด กลุ่มควันรวมตัวกันเป็นใบหน้างามพิลาสของยอดหล้า
“พี่เทพ ยอดดวงใจของข้า"
ตรีภพนิ่งอั้น
“พี่คือดวงตะวัน ข้าเจ้าคือจันทรา"
ยอดหล้าโศกเศร้า น้ำตาไหลพราก
“พี่พรากจากข้าเจ้าไปนานนัก ไม่ว่าพี่ไปอยู่แห่งใดหนใด ข้าเจ้าจักรักพี่ไป ไม่มีวันเสื่อมคลาย"
ตรีภพถอนใจยาว “ผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว"

วันต่อมาที่บริษัทละครของฐาปกรณ์เวลาตอนกลางวัน ฐาปกรณ์ตีหน้ายักษ์ ทุบโต๊ะทำงานโครมพอฟังจบ
“มันพูดอย่างนั้นจริงหรือ"
ตรีภพนั่งอยู่บนโซฟาตรงหน้า สุชาดานั่งหมิ่นบนขอบโต๊ะ ฐาปกรณ์กำลังเอาตลับแป้งสำรวจความงามชะงักปิดตลับแป้ง
“ฮะ" ตรีภพบอก
สาวออฟฟิศ 2 นาง คนหนึ่งเอาน้ำ อีกคนเอาขนมของว่างมาเสิร์ฟหน้าซีด ฐาปกรณ์เอามือกุมหัวทำท่าราวจะทึ้งผม
“โอ๊ย โว้ย กูจะเป็นบ้า"
สองสาวมีอาการพรั่นพรึง รีบถลาออกไป ตรีภพชินกับท่าทีฐาปกรณ์แล้วจึงไม่ตกใจ มีแต่รู้สึกแย่
“ใจเย็นๆ ก่อนพี่"
มาดามสุตาวาวลุกพรวดขึ้น
“ไอ้แก้วได้มรดกรวยเป็นพันหลานเลยหรือ ว้าย ตายแล้ว ดีจังเลย โชคดีอะไรอย่างนี้ ต๊าย มิน่าพี่ถึงว่ามันมีสง่าราศีผิดจากเราๆ"
ตรีภพทำตาปริบๆ ฐาปกรณ์มองเมียพลิกลิ้นตาขวาง
“วันก่อนยังด่ามันขี้เกียจตัวเป็นขนอยู่เลย"
“น้องแก้วคงรู้ล่วงหน้าล่ะซีว่าต่อไปจะได้นั่งกิน นอนกิน ต๊าย มีบุญจริงๆ" ไม่เท่านั้นสุชาดายังนับ แก้วเป็นญาติเรียกน้องอีกด้วย
“อ้อ แล้วทีมันสร้างความฉิบหายให้กะเราล่ะ เสียเวลาไปสิบวันกลับมานับหนึ่งใหม่"
“ผมว่านับศูนย์มากกว่าครับ"
ตรีภพหลุดปาก ฐาปกรณ์ตาขวาง ตรีภพหุบปาก
“เพราะนายคนเดียวไอ้ตรี เสือกแนะนำไอ้บ้านี่มา ต่อไปถ้าเจอไอ้ห่าแก้วที่ไหน จะด่ามันให้เช็ดเม็ด แล้วกระทืบมันให้จมตีนเลย"
สุชาดาแขวะ “อู๊ย ก็ดี คุณจะได้โดนบอดี้การ์ดน้องแก้วยิงไส้แตก"
“เรียกมันน้องแล้วหรือ"
“มีเงินเขาว่าเป็นน้อง มีทองเขานับเป็นพี่ น้องแก้วกลายเป็นเจ้าไฮโซเมืองเหนือไปแล้ว ยิ่งต้องสนิทชิดเชื้อไว้"
ฐาปกรณ์ยังโกรธอยู่ “เธอนับญาติกับมันไปคนเดียวเถอะ"
“วุ้ย คนเขียนบทน่ะหาเอาใหม่ได้ คิดดูซีน้องแก้วกลายเป็นไฮโซเมืองเหนือ มีเส้นมีสาย เป็นเจ้าของคุ้ม ดีไม่ดีอาจให้เรายืมคุ้มถ่ายฟรีๆ ก็ได้"
มาดามสุนึกไปไกลด้วยความงก แต่ฐาปกรณ์ยังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่
“หาคนเขียนบทใหม่…หาง่ายนักนี่ หรือว่าเธอจะเขียนเอง"
“อย่ามาท้าฉันนะ"
ตรีภพปลอบ “โธ่พี่ ใจเย็นๆ ก่อนมาช่วยกันคิดเถอะครับว่าจะหาใครมาเขียนบทใหม่ดี"
ฐาปกรณ์กระแทกตัวลงนั่ง สุชาดานั่งลงบนโซฟาตรงข้ามตรีภพ ขยับขาไขว่ห้างเห็นวับแวม ตรีภพเมินหน้าหนี
“เอานังสุทธิดาไหม"
ฐาปกรณ์ไม่ปลื้ม “อีนี่มันรับงานซ้อนทีเดียว 6-7 เรื่อง คบกับมันมีหวังเป็นบ้า"
สุชาดาบอกอีกคน “แล้วไอ้ต้นล่ะ"
“ไอ้บ้านี่เขียนเป็นแต่เรื่องแอ็กชั่น จะให้ถลกซิ่นไหมกระโดดถีบกันหรือ"
“ว้าย คนนั้นก็ไม่ได้ คนนี้ก็ไม่ได้" สุชาดาบ่น
ทันใดมีอีเมล์เข้า ฐาปกรณ์มองดูโน๊ตบุ๊คตรงหน้างงๆ
“อะไรวะ ไอ้แก้วเมลล์มา"
ตรีภพกับสุชาดางงลุกขึ้นมาดูด้วย ฐาปกรณ์เปิดไฟล์ที่แนบมา
“จริงหรือครับพี่" ตรีภพไม่อยากเชื่อ
สุชาดาเร่ง “เปิดเร็วซีคุณ"
ฐาปกรณ์เปิดไฟล์ดู
“เรื่องย่อหรือครับ" ตรีภพถาม
ฐาปกรณ์บอก “ไม่ใช่เรื่องย่อ…แต่เป็นบทเลย"
ที่จอคอมพิวเตอร์เขียนว่า บทโทรทัศน์ คุ้มนางครวญ ตอน 1
ฐาปกรณ์ ตรีภพ และสุชาดา มองหน้ากันงงๆ

คุ้มใหญ่ดูมืดทะมึนผิดเคย มีแสงสว่างจากระเบียงห้องนอนแก้วเพียงจุดเดียว เบื้องบนมีเมฆฝนฟ้าพยับโพยม ฟ้าแลบแปลบปลาบเป็นระยะ วินาทีนั้นฟ้าแลบสว่างวาบไปทั่วระเบียงห้องแก้ว
พอฟ้าแลบจางลง เห็นแก้วนั่งอยู่ที่โต๊ะหันหลังอยู่มือพิมพ์คอมพิวเตอร์แล็บทอป ฟ้าแลบเข้ามาอีก
ใบหน้าแก้วเวลานี้ซูบหมองคล้ำหนวดเคราขึ้นรก ดวงตาแน่วนิ่ง พรมนิ้วรัวลงบนคีย์บอร์ดไม่ขาดระยะ

บทละครปรากฏขึ้น บรรทัดแล้วบรรทัดเล่า

ฟ้าแลบสว่างทาบมาบนตัวแก้ว ในวินาทีหนึ่งใบหน้าแก้วเหมือนถูกทาบซ้อนด้วยดวงหน้ายิ้มเคียดแค้นของเจ้านางยอดหล้า


คุ้มนางครวญ

คุ้มนางครวญ

ตอนเย็นนั้นเอง รถพิมพ์ดาวแล่นเข้ามาในบ้าน ประตูรั้วไฟฟ้าปิดลง พิมพ์เดือนในชุดนักศึกษาลงมาจากรถ ขนถุงซุปเปอร์มาร์เกตพวกของกินลงมาด้วย ใบเฟิร์นมาช่วยขนของเข้าบ้าน

สักครู่หนึ่งพิมพ์เดือนถือกุญแจรถเข้ามา เห็นพิมพ์ดาวในชุดอยู่กับบ้าน นั่งหน้าบึ้งอยู่หน้าโน้ตบุค พิมพ์เดือนเดินมาหา
“เอารถมาคืนแล้วค่ะ พี่พิมพ์ยังไม่แต่งตัวหรือคะ"
พิมพ์ดาวดูนาฬิกา “เดี๋ยวก็ได้"
“แล้วนี่ดูอะไรอยู่คะ"
“ไม่มีอะไร"
พิมพ์เดือนรีบมาชะโงกดู พิมพ์ดาวจะปิดแต่ไม่ทัน พิมพ์เดือนตาโต เพราะหน้าจอเป็นหน้าจอเว็บดัง มีการตั้งกระทู้หัวข้อ พิมพ์ดาว และ ตรีภพ เหมาะสมกันหรือไม่? โดยมีแท่งกราฟของคนมาลงคะแนน เหมาะสม 51 ไม่เหมาะสมน้อยกว่า
พิมพ์เดือนหัวเราะขำ รีบลงนั่งเบียด
“อุ๊ย มีคนเชียร์ตั้งเกินครึ่งแน่ะค่ะ"
ใบเฟิร์นถือจานของว่างที่เพิ่งแกะจากถุงช็อปปิ้งมาวาง
“หรือคะ เมื่อเช้ามีคนแอนซะตี้ตั้งเก้าสิบเปอร์เซ็นต์"
สองพี่น้องมองดูใบเฟิร์น ใบเฟิร์นนั่งลง ชะเง้อดูจอด้วย
“แล้วพี่พิมพ์รมณ์เสียเรื่องอะไรคะ หรือว่าห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์มันน้อยไป โอ๊ย"
พิมพ์ดาวเอานิ้วคีบต้นแขนน้องสาวแล้วหยิก
“ก็อ่านที่แฟนคลับนายตรีมันด่าพี่ซี"
“แหม ก็อ่านที่เขาเชียร์บ้างซีคะ นี่ไงคะ เราเชียร์ ทั้งหล่อทั้งสวย นิสัยดีทั้งคู่"
พิมพ์ดาวนึกหมั่นไส้ “เฮอะ นายนั่นน่ะหรือนิสัยดี"
พิมพ์เดือนเย้า “อย่าทำหน้าเป็นนางร้ายแบบนั้นซีคะ"
พิมพ์ดาวค้อนน้องสาว พิมพ์เดือนหัวเราะ ดึงพี่สาวมากินของว่าง
“แล้วงานอีเวนท์คืนนี้ พี่พิมพ์ต้องไปลงอ่างอีกหรือเปล่าคะ"
ใบเฟิร์นหัวเราะคิกคัก

พิมพ์ดาวบอก “ไม่ต้อง เขาให้ไปร่วมงานเฉยๆ ไปเดินๆยิ้มๆ แล้วก็รับเช็ค"
“ไม่มีทางไปเดินๆ ยิ้มๆ หรอกค่ะ พี่พิมพ์ต้องโดนนักข่าวรุมสัมภาษณ์แน่ๆ"
ใบเฟิร์นตาเบิกกว้าง
“ไม่ได้นะคะ คุณพิมพ์ดาว ถ้ามีสัมภาษณ์ด้วยต้องอีกราคานึงนะคะ"
พิมพ์ดาวกับพิมพ์เดือน มองดูสาวใช้ไฮเทค
“ต๊าย แม่คุณ รู้ไปหมด นี่มาเป็นผู้จัดการให้ฉันดีไหม"
ใบเฟิร์นรับเฉย “ดีค่ะ"
“นี่ ฉันประชดย่ะ" พิมพ์ดาวบอก
ใบเฟิร์นค้อนขวับ

ขณะเดียวกัน ฐาปกรณ์และตรีภพนั่งอยู่บนโซฟา ตรีภพแต่งตัวผูกโบว์ไทอย่างออกงานราตรี แต่ไม่ใส่สูท
“ยังไง ไปแก้ข่าวหรือ" ฐาปกรณ์แซว
“คงงั้นแหละครับ จะได้ไม่ยืดเยื้อ"
“แล้วนี่ได้คุยกับเขาหรือยัง"
“ยังเลยครับ"
ประตูเปิดออก มาดามสุแต่งหน้าแต่งผมสุดอลังการ แต่สวมเสื้อคลุมอาบน้ำตัวสั้น ถือชุดราตรีพาดแขนมา ตรีภพกับฐาปกรณ์ชะงัก
“ว้าย น้องตรีจะไปงานเปิดตัวแป้งฝังเพชรใช่ไหมคะ"
“ฮะ"
“ว้าย ดีค่ะ เดี๋ยวพี่ขอติดรถไปด้วยคน"
ตรีภพกลืนน้ำลาย ไม่ยอมรับปาก
“นี่ คุณจะไปทำไม" ฐาปกรณ์งง
สุชาดามานั่งโครมบนโซฟาตรงข้ามตรีภพ เสื้อหลุมแหวกอวดอกบึ้ม ตรีภพเมินหน้า
“ก็นังบีบีน่ะซีคะ มันจะเปิดตัวเด็กสร้างของมันในงานนี้ เป็นพรีเซนเตอร์งานนี้ด้วย" สุชาดาบอก
“อ๋อ นางเอกใหม่ใช่ไหม"
“ค่ะ เห็นว่านังบีบีเอาไปไหว้นายมา นายปลื้มมาก บอกให้ลงละครได้เลย"
“เอาอีกแล้ว สวยเข้าตาผู้ใหญ่ แต่เล่นได้หรือเปล่าก็ไม่รู้" ฐาปกรณ์เซ็ง
“อุ๊ย อย่าเรื่องมากเลย เขาสั่งมาก็ทำไป เรื่องแรกเล่นไม่ดี พอเรื่องสี่เรื่องห้าก็ดีเองแหละ"
ตรีภพทำคอย่น มาดามสุมองดูรีบโบกมือ พัลวัน
“ว้าย นี่พี่ไม่ได้ว่าน้องตรีนะคะ เพราะของน้องตรีน่ะ พอเรื่องที่สองก็ไม่เป็นหุ่นยนต์แล้ว"
ตรีภพยิ้มแห้งๆ มาดามสุลุกพรวดขึ้น

“ว้าย มัวแต่พูดมาก พี่ไปนุ่งผ้าก่อนนะคะ"
สุชาดาหอบชุดเดินเข้าห้องน้ำไป พนักงานหญิงเปิดประตูเข้ามา ถือบทมาปึกหนึ่ง
“บทได้แล้วค่ะ"
ฐาปกรณ์รับมาพลิกๆ ดู แล้วลุกขึ้นมาที่โต๊ะทำงาน ตรีภพลุกตาม พนักงานออกไป
“บทไอ้แก้วหรือครับ"
ฐาปกรณ์ทึ่งมาก “อือม์ สามวัน สิบสองตอน ไม่น่าเชื่อเลยว่าไอ้แก้วจะทำได้"
“พี่อ่านแล้วเป็นยังไงบ้างครับ"
“ก็ดีนะ นี่ก็ส่งเข้าไปให้ช่องแล้ว คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร"
ฐาปกรณ์เอาบททั้งปึกใส่ซองสีน้ำตาล แล้วส่งให้ตรีภพ
“นายเอาไปอ่านดู"
“ได้ฮะ ผมจะอ่านดูคืนนี้เลย.. อ้อ ผมไปก่อนนะพี่"
ตรีภพยกมือไหว้ลา ฐาปกรณ์พยักหน้าหงึกๆ ตรีภพออกไป ฐาปกรณ์นั่งลงดูบทในจอมอนิเตอร์

คุ้มนางครวญ ตอนที่ 1
ฉาก 1 ธรรมชาติเมืองเหนือ กลางวัน
มองทางหลายสถานที่ ตัดสลับกับเจ้านางยอดหล้า
1) เมฆใหญ่เคลื่อนมาบนท้องฟ้าสีคราม เสียงซึงดังมาแผ่วเบา
2) ขุนเขาสลับซับซ้อนไกลสุดสายตา มีเมฆลอยต่ำกว่ายอดเขา
3) ป่าใหญ่ดูเขียวขจี มีหมอกสีขาวลอยอยู่เป็นสาย
4) มือขาวนวล นิ้วเรียวยาว ดีดลงบนซึง เสียงซึงดังเพิ่มขึ้น จังหวะเร่งเร้าขึ้น
5) น้ำในลำธารไหลเซาะโขดหิน เข้ากับเสียงซึง
6) ทิลล์ขึ้นจากมือที่ดีดซึง เห็นร่างระหงแบบบาง พัสตราอาภรณ์วูบวาบ
ฐาปกรณ์อ่านบท คิดภาพตามไปด้วย
7) ฝูงนกแตกฮือบินสู่ท้องฟ้า เสียงซึงเปลี่ยนตาม
8) ภาพทิลล์ขึ้น จนเห็นใบหน้ายอดหล้ากำลังดื่มด่ำกับบทเพลงของตน ดวงหน้านั้นงามพิลาสล้ำ

ฐาปกรณ์เหมือนตกอยู่ในภวังค์
ใบหน้างดงามของเจ้านางยอดหล้ามองมา แต่ดวงตาคมดุ ดูงดงามและน่ากลัวระคนกัน
ฐาปกรณ์ผงะ ทันใดไฟบนเพดานก็หรี่ จอคอมพิวเตอร์ภาพไหวแล้วดับวูบลง บรรยากาศดูมืดสลัว ฐาปกรณ์ลุกขึ้นยืน ถอยมา มีร่างๆหนึ่งยืนเป็นเงาดำข้างหลัง
ฐาปกรณ์ค่อยๆหันมา แลเห็นร่างทะมึนก็ร้องสุดเสียง

“เฮ้ย เว้ย"   อ่านต่อ คุ้มนางครวญตอนที่ 3

 

 

ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก http://www.manager.co.th/

 

 บทละครคุ้มนางครวญ, ละครคุ้มนางครวญ, อ่านละครออนไลน์, อ่านละครออนไลน์คุ้มนางครวญ, อ่านคุ้มนางครวญออนไลน์,คุ้มนางครวญ,คุ้มนางครวญคุ้มนางครวญออนไลน์

 

 

คลิปย้อนหลังคุ้มนางครวญ ทุกตอน

 


SM เตรียมเดบิวท์เกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ในเดือนสิงหาคมนี้

SM Entertainment ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ของเกาหลี เตรียมส่งเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่เดบิวท์ในวงการเพลง


เกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ SM Entertainment

เกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ SM Entertainment

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ผู้เกี่ยวข้องจาก SM เปิดเผยกับ Star News ว่า “ขณะนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมตัวเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่ครับ” เสริม “เป้าหมายการเดบิวท์คือเดือนสิงหาคมนี้ครับ”

เกิร์ลกรุ๊ปวงนี้จะประกอบไปด้วยสมาชิก 4 คน โดยจะมี ซึลกิ (Seul Gi) ไอรีน (Irene) และเวนดี้ (Wendy) ที่เปิดเผยโฉมหน้าออกมาให้เป็นที่รู้จักกันในนาม SM Rookies มาร่วมวง ส่วนสมาชิกอีก 1 คน ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะมาจาก SM Rookies ด้วยเช่นกัน

ผู้เกี่ยวข้องกล่าวอย่างระมัดระวังว่า “รายละเอียดเพิ่มเติมมากกว่านี้จะแจ้งให้ทราบเมื่อมีการตัดสินใจเรื่องกำหนดการที่ชัดเจนเรียบร้อยแล้วครับ” ด้วยเหตุนี้ รูปแบบของอัลบั้มของวง และคอนเซ็ปต์ จึงยังไม่มีการเปิดเผยออกมาในขณะนี้ และสร้างการจับตามองให้กับแฟนเพลงกับการเดบิวท์ของเกิร์ลกรุ๊ปวงใหม่เป็นอย่างยิ่ง

อนึ่ง SM เตรียมเดบิวท์ศิลปินหน้าใหม่ในรอบ 2 ปี หลังจากเดบิวท์วงบอยแบนด์ EXO เมื่อเดือนเมษายน ปี 2012 และในรอบ 5 ปี หลังจากเดบิวท์วงเกิร์ลกรุ๊ป f(x) เมื่อเดือนกันยายน ปี 2009
ข้อมูลจาก


SM Rookies

SM Rookies


SM Rookies

SM Rookies


SM Rookies

SM Rookies

http://www.popcornfor2.com

ข่าวบันเทิงเกาหลี, ข่าวดาราเกาหลี, ซีรีย์เกาหลี, นักร้องเกาหลี, เรื่องย่อซีรีย์เกาหลี,  ข่าวบันเทิงเกาหลี 2014


อ่านละครออนไลน์ ชิงรักหักสวาทออนไลน์ ตอนที่ 3

อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครชิงรักหักสวาทออนไลน์ ตอนที่ 3


ชิงรักหักสวาท

ชิงรักหักสวาท

ชิงรักหักสวาท ตอนที่ 3

บริเวณโถงศาลางานเลี้ยงแห่งหนึ่ง ในเวลากลางคืน พวงแก้วในชุดแต่งกายสมัยนิยมรัชกาลที่ 5 นุ่งโจงใส่เสื้อลูกไม้ พูดคุยกับฝรั่งต่างชาติไม่ขัดเขิน

อีกมุมหนึ่งใกล้กัน แสนอยู่กับเจ้าสัวจีนที่โถงศาลา
“ท่านโชคดีจริงๆเจ้าสัวแสน ได้ภรรยาผู้ดี มีสง่า โอภาปราศรัยกับใครก็ไม่น้อยหน้า”
แสนมองเมียอย่างภูมิใจ รู้สึกดีที่พาพวงแก้วมาด้วย
“ตั้งแต่ข้าได้ภรรยาคนนี้ ชีวิตก็มีแต่เจริญรุ่งเรือง”
พวงแก้วยิ้มดีใจปลาบปลื้ม
“มา ดื่มให้กับครอบครัวท่าน” เจ้าสัวจีนบอก
แสนรู้สึกเวียนหัวขึ้นมา จะปฏิเสธ พวงแก้วหันมาเห็น เดินเข้ามาดูแล
“ท่านเจ้าสัว เป็นอะไรหรือเจ้าคะ”
“ไม่รู้สิ ข้าเวียนหัว แล้วก็ตากระตุก เอ…แปลกๆ”
“ดื่มซะหน่อย จะได้รู้สึกดีขึ้น”
เจ้าสัวจีนส่งจอกให้ แสนยื่นมือไปรับ แต่ตาพร่า รับไม่ได้ จอกหล่น เพล้ง ! ทุกคนต่างตกใจ
“ท่านเจ้าสัว !”
“แม่แก้ว ข้าเป็นอะไรไม่รู้ ตากระตุกข้างขวาแรงมาก”
“อั๊ยย่ะ โบราณว่าขวาร้ายซ้ายดี จะมีอะไรรึ” เจ้าสัวจีนว่า
“ท่านเจ้าสัว มีอะไรในใจหรือเปล่าคะ”
“ข้า…ข้านึกเป็นห่วงใต้หล้า”
“ใต้หล้า ! ลูกกล้า”
พวงแก้วนึกถึงลูกชายตนเอง แสนหวั่นใจ ทั้งคู่สบตากัน

ในห้องเรือนใหญ่ บุหงากรีดร้อง เจ็บท้อง ดิ้นทุรนทุรายอยู่คนเดียว
“โอ๊ย ! ช่วยด้วย ข้าไม่ไหวแล้ว ช่วยด้วย”
หน้าห้อง เอื้อย ชื่น ฉวี และทาสชายหญิงหลายคนอยู่แถวนั้น แต่ไม่กล้าเข้าไป
“โธ่เอ๊ย ท่านเจ้าสัวก็ไม่อยู่เสียด้วย” เอื้อยบอก
“เอ็งว่าลูกคุณบุหงาจะเป็นเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงว่ะ” ฉวีว่า
“ถ้าได้ลูกผู้ชาย ท่านเจ้าสัวคงโปรดปรานขึ้นกว่าเดิม มีหวังนังคุณบุหงาคงตัวพองหยั่งอึ่งอ่าง”
“สาธุ ขอให้ได้ลูกสาวเถอะ” ชื่นบอก
บุหงาอยู่ในห้อง ได้ยินเสียงบ่าวไพร่นินทา ก็กรีดร้องแว้ดออกมา
“ลูกกูต้องเป็นผู้ชาย…อ๊ากก อีเจียม มึงอยู่ไหน”
เจียมหิ้วตะกร้าอุปกรณ์ ทำคลอดนำยายตาดเข้ามา ผ่านพวกที่สุมนินทาด้านหน้าเข้ามาในห้อง
“บ่าวมาแล้วเจ้าค่ะ บ่าวไปตามแม่ตาดมาจากหอจันทร์ฉายให้แล้วเจ้าค่ะ”
นางตาด หมอตำแยเคี้ยวหมากปากเขรอะกึ่งวิ่งเข้ามา รีบบอกบ่าวไพร่
“พวกเอ็งไปเตรียมน้ำร้อน เตรียมผ้าสะอาดสำหรับห่อเด็ก”
“เชอะ !ไม่ใช่นายข้า ข้าไม่ทำ” เอื้อยบอก
“บ๊ะ ! เห็นแก่เด็กเถอะวะ”
เอื้อยถอนหายใจพรืด พยักหน้าให้ทาสคนอื่นไปต้มน้ำให้ ตาดรีบเข้าไปดูบุหงาที่ร้องโอดโอยใกล้คลอดเต็มที

เวลาเดียวกัน กลางแม่น้ำ อ่ำแจวเรือมาดซึ่งมีเก๋งไม้สักอยู่กลางลำเรือ ด้านในเก๋ง เจ้าสัวแสนและพวงแก้วนั่งอยู่ แสนท่าทางร้อนใจ
“เอ็งถ่อเรือให้เร็วกว่านี้ไม่ได้รึ ไอ้อ่ำ”
“ขอรับๆ”
อ่ำเร่งจ้ำถ่อ เรือมาดพุ่งไปข้างหน้าเร็วขึ้นกว่าเดิม
พวงแก้วนึกน้อยใจว่าเจ้าสัวอาจคิดถึงบุหงา
“เราเพิ่งออกเรือจากพระนครเมื่อเช้า เพิ่งแวะโรงสีเถ้าแก่ฮวดที่ปากเกร็ด กิจธุระการค้าที่อยุธยาก็ยังไม่ได้ไป ทำไมท่านเจ้าสัวจะต้องรีบร้อนกลับใต้หล้าหล่ะเจ้าคะ”
แสนกุมขมับ หนังตาขวากระตุกไม่หยุด
“ข้ารู้สึกใจคอไม่ดี เป็นห่วงใต้หล้า รึแม่แก้วไม่ห่วงตากล้า”
“ห่วงเจ้าค่ะ แต่เกรงว่าที่ท่านเจ้าสัวเป็นแบบนื้ เพราะจะห่วงคนอื่นมากกว่าลูกกล้า”
“จะใครก็ช่าง ตอนนี้ข้ากังวลว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีที่ใต้หล้า เร็วๆไอ้อ่ำเร่งมือหน่อย”
แสนรู้สึกกังวลจริงๆ พวงแก้วไม่อยากจะเชื่อเช่นนั้น แต่จำต้องเงียบ

บุหงาเจ็บปวด กรีดร้องเสียงดัง เหงื่อแตกพลั่ก
“โอ๊ย ! อ๊าก ข้าไม่ไหวแล้ว”
บุหงาพยายามเบ่งลูกเพื่อคลอด ตาดบีบนวดท้อง รู้สึกว่าผิดปกติ
“หนูเอ๊ย ออมาเถอะลูก นายแม่บุหงาเขารอหนูอยู่”
“ลูกชายใช่ไหม แม่ตาดเห็นหรือยัง ลูกข้าเป็นเด็กผู้ชายใช่ไหม”
“ข้ายังไม่เห็น อีกนิดเดียว เบ่งเข้าแม่บุหงา ฮึบ!”
บุหงาเบ่งท้อง เจียมช่วยจับบุหงาไว้ ช่วยกันเบ่ง

เรือมาดเก๋งของแสนกำลังจะเทียบท่า ทาสชายคนหนึ่งเห็นเรือเจ้าสัวจึงรีบวิ่งเข้าไป พลันเห็นอ่ำที่อยู่หน้าเรือมาดเก๋ง
“ไอ้อ่ำ โชคดีจิงๆที่ท่านเจ้าสัวกลับมาเร็ว ข้ามีข่าวด่วนจะแจ้งให้ท่านเจ้าสัวทราบ”
แสนแหวกม่านเก๋งเรือออกมามอง

บริเวณหน้าห้อง บ่าวไพร่เงี่ยหูฟังเสียง
“โอ๊ย อ๊าก แอร๊ย”
เสียงเด็กร้องไห้ดังลั่นขึ้น แว๊ แว๊
เอื้อยมองหน้าทาสด้วยกัน
“คลอดแล้ว”
ชื่นถาม
“เอ็งว่าผู้ชายหรือผู้หญิง”

บ่าวไพร่เร่ไปตะแคงหูที่หน้าห้องบุหงา

ตาดชูเด็กที่เพิ่งคลอดออกมา เด็กตัวแดง ตาด

“ลูกชาย…ข้าได้ลูกชายใช่ไหมแม่ตาด ท่านเจ้าสัวจะต้องดีใจรักข้าเอ็นดูข้า ที่ข้าได้ลูกผู้ชาย”
ตาดเงียบไปนิด บิดตัวเด็กหันไปทางแม่ บุหงารับเด็กไปกอด ยิ้มกว้าง

อ่ำวิ่งหน้าตั้ง แสนและพวงแก้วนั่งอยู่บนรถด้วยกัน แสนดูตื่นเต้น ขณะที่พวงแก้วพยายามสะกด
อารมณ์ไม่ดีไว้
“เร็วๆเข้าไอ้อ่ำ ข้าจะรีบไปดูตาหนูลูกชายข้า”
“ท่านเจ้าสัวรู้ได้ยังไงเจ้าคะว่าเป็นลูกชาย”
“ข้ารู้ ข้าต้องได้ลูกชาย !”
แสนลั่นวาจา ดูตื่นเต้นดีใจ พวงแก้วเก็บกลั้นความริษยาไว้

บุหงากอดลูก ยิ้ม ดีใจ ตาดเหลือบตามองแว่บหนึ่ง ไม่ว่าอะไร
“ตาหนูลูกข้า ลูกชายที่จะนำพาอำนาจวาสนามาให้แม่”
บุหงาค่อยๆเปิดผ้าห่อเด็กออก แล้วพลัน หน้าซีดเผือด วางลูกลงกับเตียง
“ลูกข้า…”
เจียมชะโงกหน้าดู
“คุณหนู….คุณหนูเป็นเด็กผู้หญิง”
เด็กร้องไห้จ้า บุหงากรี๊ดลั่น เพราะไม่ได้ดั่งใจ
“ไม่ !”
บุหงาเอาผ้าปิดปากเด็ก ไม่ให้มีเสียง ตาดตกใจ เจียมอึ้ง
“ไม่ !”
พวกทาสที่หน้าห้อง ตกใจกับเสียงกรีดร้อง
“คุณบุหงาร้องทำไม เกิดอะไรขึ้น”
“เสียงเด็กเงียบไปด้วย” ชื่นบอก
เหล่าทาสงงงวย

บุหงาที่เสียใจผิดหวังที่สุด และกำลังใช้มือบีบคอเอาผ้าปิดปากเด็กอยู่
“ไม่จริง กูต้องได้ลูกชาย ลูกชายเท่านั้น”
“เฮ้ย นังบุหงา อย่าทำอย่างนั้น อย่านะ”
“ไม่ใช่ลูกชายกูก็ไม่เอา อีกาลกิณี”
บุหงาบีบคอเด็กในห่อผ้า ตาดพยายามแย่งออกมาได้ในที่สุด
“โอ๊ย นังบุหงา นังคนใจยักษ์ใจมาร”
“มันนั่นแหละมาร ขวางความเจริญข้า นังเด็กเหลือเดน”
“แล้วมันผิดด้วยรึที่เกิดมาเป็นผู้หญิง”
“ผิด ท่านเจ้าสัวอยากได้ลูกชาย ข้าต้องได้ลูกชายสืบสกุล ถ้าไม่ใช่ผู้ชาย มันก็ไม่ใช่ลูกข้า”
“แล้วคุณบุหงาจะทำอย่างไรล่ะเจ้าคะ ในเมื่อคุณหนูเป็นผู้หญิง” เจียมถาม
“ไม่ต้องเรียกมันคุณหนู มันไม่ใช่ลูกข้า อีเจียม เอ็งเอามันไปโยนแม่น้ำหน้าเรือน”
“นังบุหงา หล่อนมันบ้าไปแล้ว หล่อนคิดฆ่าลูกตนได้อย่างไร”
“ฟังนะ ลูกข้าในท้องนี้ตายไปแล้ว”
บุหงาเสียงจริงจัง ปรายตามองเด็กหญิงในห่อผ้า
“ส่วนอีเด็กคนนี้ หากแม่ตาดเมตตามันก็เชิญแม่ตาดเอาไปทิ้ง หรือจะเลี้ยงดูมันก็ตามแต่ใจแม่ตาดเถิด… เจียมเอามันไป”
ตาดตะลึง เจียมมองหน้านายว่าจะเอายังไง บุหงาสบตาเจียม แววตาเหี้ยมเกรียม เด็ดขาด

เจ้าสัวแสนก้าวขึ้นเรือนด้วยความร้อนใจ สีหน้าตื่นเต้น ยิ้มรอ
“ลูกชายข้าอยู่ไหน”
บ่าวไพร่เลิกลั่ก ทำอะไรไม่ถูก
“ท่านเจ้าสัว”
เจ้าสัวร้อนใจ เปิดประตูเรือนใหญ่ ก้าวเข้าไปข้างในห้องก็ตกใจกับสภาพที่เห็น

บุหงานอนอยู่บนเตียง มีห่อผ้าเปื้อนเลือดอยู่กลางเตียง นางจัดฉากร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ
“บุหงา ! ข้าได้ลูกชายใช่ไหม แล้วลูกข้าอยู่ไหน”
“ท่านเจ้าสัวของบุหงา โฮ…”
บุหงาโผเข้ากอดแสน ซุกหน้าร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน เจ้าสัวแสนเริ่มเอะใจอะไรบางอย่าง
“ลูกข้าอยู่ไหน แม่บุหงา”
ประตูซึ่งเปิดทิ้งไว้ พวงแก้วยืนมอง รอดูท่าที
“ท่านเจ้าสัวคะ ท่านได้ลูกชาย”
“ลูกชาย…แล้วลูกข้าอยู่ที่ใด”
“ท่านเจ้าสัวเจ้าขา ลูกชายของท่าน ลูกชายของท่าน โฮ…”
บุหงาร้องไห้จนแทบสลบลงไปอีก แสนเป็นห่วงมาก รีบประคองแนบอก
“บุหงา หล่อนเป็นอะไร แข็งใจไว้บุหงา แล้วลูกชายของเราล่ะ อยู่ที่ไหน”
“ลูกชายของเรา โฮ ท่านเจ้าสัวเจ้าคะ ลูกชายของเราบุญน้อย ลูกไม่อยู่กับเราแล้วเจ้าค่ะ”
เอื้อยสบตาพวงแก้ว ทำนองว่าไม่รู้ไม่เห็นเหมือนกัน
“บุหงา หมายความว่ายังไง ลูกข้าบุญน้อยได้อย่างไร”
“ลูกตายแล้วเจ้าค่ะ หมอตำแยว่าเพราะข้าคลอดก่อนกำหนด ลูกจึงไม่แข็งแรง ฮือ บุหงาเสียใจ บุหงาอยากตายตามลูกไป”
“โธ่ … ลูกข้า ลูกชายข้า”
แสนเจ็บปวดรวดร้าว ทำอะไรไม่ถูก ประคองบุหงาไว้อย่างนั้น พวงแก้วเข้ามา บุหงาแอบชำเลืองมองเล็กน้อย พวงแก้วทำแสนดี เดินมาจับมือเจ้าสัวและจับมือบุหงารวมกัน เธอกุมมือทั้งคู่อย่างให้กำลังใจ
“อิฉันเสียใจด้วยค่ะท่านเจ้าสัว…แม่บุหงา หล่อนรักษาเนื้อรักษาตัวให้ดีเถิด หากมีบุญ หล่อนจะมีลูกอีกกี่คนก็เป็นได้”

แสนมองแก้วอย่างขอบใจในน้ำใจกว้างขวาง บุหงาเหลือบมองพวงแก้ว นึกรู้ว่าคงสะใจยิ่งนัก แต่พวงแก้วสงสัยเรื่องลูกว่าตายแล้วไปอยู่ไหน

ตาดหิ้วตะกร้าที่มีห่อผ้าอยู่ในนั้น พอเดินมาระยะหนึ่งก็แหวกห่อผ้าออก เด็กหญิงอยู่ในห่อผ้า ยังมีชีวิตและหายใจอยู่

“แม่หนูเอ๊ย นังแม่มันไม่เลี้ยงไม่เป็นไรนะ ข้าจะเลี้ยงให้ดี ให้โตมาล้างกำพืดนังบุหงาแม่เอ็งให้ได้”
ฟ้าครื้นครั่น คำรามลั่น ตาดเงยหน้าขึ้นมองฟ้า รู้ว่าฝนจะตก
“เดินเร็วๆเข้าเถอะนังเจียม เดี๋ยวฝนตก นังหนูลูกของนายเอ็งจะเปียกฝน”
“คุณบุหงาไม่มีลูกสาว”
ตาดฉุน หันไปมองเจียมอย่างอึ้งๆ นิ่งๆ ไม่พอใจ แล้วแปรเปลี่ยนเป็นตกใจ เจ็บปวด
“อีเจียม !”
ที่ท้องตาด เจียมเสียบมีดปักคาอยู่ ตะกร้าเด็กหล่นจากมือตาดลงพื้น เสียงเด็กร้องไห้ลั่น ฟ้าคำรามครืนๆ แสงฟ้าแล่บปลาบสะท้อนแววตาเหี้ยมโหดของเจียม

ก่อนหน้านี้ ที่ห้องใหญ่ ตาดเก็บของอยู่ทางหนึ่ง บุหงาสีหน้าเหี้ยมอยู่อีกมุมหนึ่ง
“คนที่ข้าไว้ใจมีแค่สองคน คือเอ็งกับเจ้เว่ยชิง นอกนั้นต้องไม่มีใครรู้เรื่องนี้”
เจียมมองตาด พยักหน้ารับคำบุหงา
“อีเด็กนั่นต้องไม่มีตัวตน จัดการมันซะ”
ตาดเข้ามา บุหงาส่งเด็กให้ ตาดเอาเด็กลงตะกร้า ยิ้มกับเด็ก

ทางเปลี่ยวในป่า เจียมกระซวกมีด บิดและฝังเข้าร่างตาดให้ลึกกว่าเดิม
“ต้องไม่มีใครรู้ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกสาวคุณบุหงา”
“อีเจียม ! อีบุหงา ! อีนรกส่งมาเกิด กูขอสาปแช่งให้พวกมึง”
“ตาย !”
เจียมกระซวกมีดอีกครั้ง ตาดทรุดลงไปกองกับพื้น เจียมคิดว่าตาดตายแล้ว จึงฉวยตะกร้าเด็ก แล้วจะก้าวออกไป แต่ตาดกลับคว้าขาเจียมไว้ เจียมสะดุด
“อีแก่หนังเหนียว มึงยังไม่ตายอีกเหรอ”
“อีคนชั่ว”
ตาดมือเหนียวไม่ปล่อยขาเจียม เจียมวางตะกร้า แล้วคว้าหัวตาด โขกกับหิน
“คุณบุหงาสั่งให้มึงตาย มึงต้องตาย จะมีใครรู้ความลับนี้ไม่ได้”
ตาดสีหน้าเจ็บแค้นขณะโดนโขกเข้ากับก้อนหิน ตาดแน่นิ่ง เจียมเหนื่อยหอบ ผละจากร่างตาด ฝนกระหน่ำลงมา เจียมคว้าตะกร้าเด็กแล้วรีบหนีไป …
นางตาดนอนหงายโดนมีดปักกลางท้องหน้าโดนโขกกับหินยับเยิน ดวงตาเบิกกว้าง แน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบร่างกาย ฝนตกยิ่งทำให้เลือดกระจายออกรอบตัว

เวลาต่อมา เจียมส่งเด็กให้เว่ยชิง
“จะฆ่าลงได้ยังไง เด็กออกจะน่ารักน่าเอ็นดู”
“งั้นถือซะว่าเลี้ยงเอาไว้รับใช้ในโรงน้ำชาก็แล้วกัน”
“แต่กว่าจะเลี้ยงจนโต ข้ามิหมดตัวรึ มันกินน้ำข้าวเหมือนลูกหมาได้หรือเปล่าเนี่ย”
“จะเลี้ยงยังไงก็ช่างเจ้ แต่คุณบุหงากำชับว่าต้องไม่มีใครรู้เรื่องเด็กคนนี้”
“แล้วนางตาด ?”
เจียมนิ่ง ไม่ตอบ เว่ยชิงมองสภาพเนื้อตัวของเจียม ที่เปียกปอน และดูเหมือนผ่านการต่อสู้ หนำซ้ำมีรอยเลือดติดผ้า ก็รู้ทันที
“เยี่ยงนั้นข้าก็จะเลี้ยงไว้เอาบุญ ไว้มันโตขึ้น ค่อยให้มันถอนทุนคืน เด็กผู้หญิงซะด้วยสินะ”
เว่ยชิงอุ้มเด็กไปที่หน้าต่าง ด้านนอกสายฝนกระหน่ำลงมาไม่ขาดเม็ด
“ข้าจะให้นังหนูนี่ชื่อว่า ฟ้าหยาด ถ้ามันสวยเหมือนแม่ มันจะได้เป็นดาวประจำหอจันทร์ฉายคนต่อไป”
เว่ยชิงมองเด็กหญิง เจียมถอนหายใจ หมดภาระตนเสียที

วันใหม่ กลางศาลาของอาณาจักรใต้หล้า เจ้าสัวแสนนั่งซึม ไม่เป็นอันทำงาน พวงแก้วอุ้มเด็กชายกล้าอายุ 1 ขวบอยู่มุมหนึ่ง เธอยังข้องใจ
“ตอนนังบุหงาคลอด เอ็งได้เห็นลูกมันหรือไม่ นังเอื้อย”
“ไม่มีใครได้เห็นเลยเจ้าค่ะ นังหมอตำแยกับนังเจียมเอาออกไปเจ้าคะ”
“เยี่ยงนั้น ย่อมไม่มีใครรู้ว่ามันได้ลูกชายแน่หรือไม่”
“แล้วร่างของลูกมันฝังที่ใดก็ไม่บอกกล่าวด้วยเจ้าค่ะ”
“ข้าคงต้องยับยั้งความเสียใจของท่านเจ้าสัวเสียที”
พวงแก้วนิ่งคิด อุ้มลูกส่งให้เอื้อยแล้วเข้าไปหาเจ้าสัว เธอยิ้มอ่อนโยนอย่างปลอบใจ
“อิฉันเห็นใจท่านเจ้าสัวนะเจ้าคะที่เสียลูกไป แล้วนี่แม่บุหงาได้ทำพิธีให้ลูกหรือยังเจ้าคะ หากนางยังเสียใจไม่เป็นอันได้สติ อิฉันจะได้จัดการให้นิมนต์พระมาสวด จะเผาแบบพุทธหรือฝังแบบจีนก็ว่ากันอีกที”
แก้วเอ่ยอย่างเห็นใจและอ่อนโยน แสนกุมมือพวงแก้วอย่างตื้นตัน ขอบใจ
“จริงสินะ ถึงลูกข้าจะตายไป ข้าก็ควรได้เห็นหน้าและส่งลูกข้าไปสู่สุขคติด้วยตัวเอง”

พวงแก้วพยักหน้าให้กำลังใจ แต่แอบยิ้มเพราะจะได้รู้เสียทีว่า เป็นชายหรือหญิง

บุหงาหน้าซีดเผือด เมื่อถูกซักที่ศาลา

“ว่าอย่างไร บุหงา เจ้าฝังลูกไว้ที่ใด ข้าอยากจะทำพิธีศพให้ลูกข้า”
บุหงาทำเป็นน้ำตาร่วงเผาะ แล้วแอบสบตาเจียม
“ท่านเจ้าสัวเจ้าคะ ลูกก็ตายไปแล้ว ท่านจะรื้อฟื้นขึ้นมาให้บุหงาเจ็บปวดเจียนขาดใจหรือเจ้าคะ”
“บุหงา ข้าก็เสียใจไม่แพ้เจ้า แต่ลูกข้าทั้งคน ถึงตายแล้วจะฝังไป แต่ข้าก็อยากจะเห็นหน้าลูกชายของข้าสักครั้ง จะได้ผูกใจ ได้เกิดมาเป็นพ่อลูกกันใหม่ เจ้าก็ไม่ควรรีบเอาลูกไปฝังก่อน”
“ตามธรรมเนียมบ้านเกิดบุหงา ถ้าใครตายในบ้านต้องรีบเอาออกไปฝัง ไม่เช่นนั้นจะนำความเสียหายมาให้คนในบ้าน …บุหงาเสียใจเจ้าคะ ไม่อยากให้ลูกบุหงานำพาความเดือดร้อนมาให้คนในใต้หล้า”
บุหงาทำเป็นร้องไห้เสียใจ
“แต่หล่อนก็ควรเห็นใจผู้เป็นพ่อ หากหล่อนเสียใจนัก ทนเห็นร่างไร้วิญญาณของลูกหล่อนไม่ได้ หล่อนก็ให้นังเจียมพาบ่าวไพร่ไปชี้จุดฝัง เดี๋ยวข้าจะจัดการพิธีให้เอง”
“บ่าว เออ…จำไม่ได้เจ้าคะ”
เจียมร้อนตัว อึกอักออกมา บุหงาขยิบตาให้เงียบทันที
“ใช่คะ นางเจียมคงจำไม่ได้ คือ เมื่อคืนนังเจียมออกไปก็ดึกมาก กลางวันเยี่ยงนี้นังเจียมคงจำที่ไม่ได้หรอกคะ”
“นังเจียม เอ็งจำไม่ได้เลยรึ”
“เจ้าค่ะ”
“งั้นถ้าเอ็งโดนหวาย อาจจะเรียกความทรงจำของเอ็งกลับคืนมาได้ ไอ้อ่ำเอาหวายมา”
อ่ำวิ่งไปหยิบหวายส่งมาให้ แสนให้คนจับตัวเจียมมาแล้วเริ่มหวดหวายลง เสียงดัง บุหงามองเจียมอย่างสงสารแต่ไม่รู้ทำเช่นไร จึงตัดสินใจเดินเข้าไปตบเจียม ทุกคนหยุดมองตกใจ
“นังเจียม เอ็งนี่โง่นัก เอ็งจำมิได้รึว่าเอาลูกข้าไปฝังไว้ที่ใด”
พูดจบ บุหงาก็ตบเจียมไม่ยั้ง
“โอ๊ย ! เจียมผิดไปแล้วเจ้าคะ ขอเวลาให้เจียมหน่อยนะเจ้าคะ โอ๊ย ! เจียมจำได้แล้วเจ้าคะ เจียมฝังไว้ที่…”
บุหงาหยุดตี ทุกคนสนใจจะฟังเจียมว่าอยู่ที่ไหน แต่จู่ๆบุหงาก็เป็นลมล้มลง
“คุณบุหงา !”
เจียมเข้ามาประคองทันที บุหงาแอบขยิบตาให้ เจียมรู้ รับลูกต่อเนื่อง
“ตายแล้ว คุณบุหงาแน่นิ่งไปแล้วเจ้าค่ะ ตัวร้อนด้วย บ่าวขอพาคุณบุหงาไปพักก่อนนะเจ้าคะ แล้ววันพรุ่งนี้บ่าวจะพาไปเจ้าคะ”
“บุหงา… ถ้างั้นรีบพาบุหงาเข้าไปพักก่อน”
เจียมและบ่าวไพร่รีบประคองบุหงาออกไป
“จะรู้แล้วเชียวว่าอยู่ที่ไหน แม่บุหงาก็มาพาลเป็นลมซะก่อน เหมือนรู้เวลาเลย ทำให้วันนี้ไปหาลูกท่านไม่ได้”
พวงแก้วมองอย่างนึกรู้ว่า บุหงาต้องมีอะไรลับลมคมใน
“วันนี้ไม่ได้ แต่วันพรุ่ง ข้าต้องได้เห็นหน้าลูก”
แสนเสียงดัง ชัดเจน เจียมประคองร่างแน่นิ่งของบุหงาไว้ เจียมสีหน้าเคร่งเครียด ส่วนบุหงาแอบเครียดเหมือนกัน

เวลากลางคืน พวงแก้วแอบอยู่มุมหนึ่งของใต้หล้า แล้วมองไปทางห้องบุหงา ก่อนสำทับเอื้อยและอ่ำ
“เอ็งเฝ้านังบุหงากับนังเจียมให้ดี ข้าว่ามันมีพิรุธ”
“เจ้าคะ”
เอื้อยและอ่ำพยักหน้ารับคำ พวงแก้วผละไป เอื้อยและอ่ำทำมาเป็นเดินไปมาผ่านศาลากลางเรือนใต้หล้า

ภายในห้อง บุหงาเดินกลับไปกลับมา เครียดมาก เจียมนั่งจับหน้าที่โดนตบและตัวที่โดนเฆี่ยน บุหงาหันไปมอง
“เจ็บไหมนังเจียม ดีนะ ที่ข้าหัวไวคิดแผนได้ทัน”
“คุณบุหงาคิดได้ยังไงเจ้าคะ ตบบ่าวซะฟันเกือบหลุด แต่ก็ยังดีกว่าบ่าวโดนเฆี่ยนนะเจ้าคะ ท่านเจ้าสัวต้องเอาจนบ่าวตายแน่ๆ”
“ว่าแต่เราจะทำยังไงดีเนี่ย ท่านเจ้าสัวบอกว่าวันพรุ่งนี้ต้องได้เห็นหน้าลูก”
บุหงาลนลาน เจียมนั่งคิดเครียดแล้วนึกขึ้นได้
“คุณบุหงาเจ้าคะ บ่าวนึกออกแล้วบ่าวมีวิธีเจ้าค่ะ”
“วิธีอะไร เอ็งจะไปฆ่าเด็กชายที่ไหนแล้วมาปลอมเป็นลูกท่านเจ้าสัวรึ”
“มิได้เจ้าค่ะ แต่เมื่อสองวันก่อน บ่าวได้ข่าวว่า…”
เจียมเหลียวมอง กลัวใครได้ยินทั้งที่อยู่ในห้องหับปิดแล้ว บุหงาเข้ามาใกล้ เจียมกระซิบ บุหงาฟังเสร็จยิ้มดีใจ เดินไปหยิบอัฐในถุงใหญ่โยนให้
“อ่ะ ของเอ็ง รางวัลของความฉลาดและความภักดีต่อข้า แกจะต้องทำให้สำเร็จนะอีเจียม”
“ฆ่าอีตาดบ่าวยังทำมาแล้ว กับอีแค่ไปเอาศพเด็กชายที่เพิ่งตายมานี้ บ่าวทำได้แน่เจ้าค่ะ”
เจียมตาโตวาว ยิ้มดีใจ เอาใจบุหงาสุดตัว หน้าตามุ่งมั่นจะต้องทำทุกอย่างให้สำเร็จทันวันพรุ่งนี้ให้ได้

เจียมเปิดประตูห้องบุหงาแง้มมอง เห็นเอื้อยและอ่ำ ทำเป็นตามไฟตะเกียงอยู่แถวชานเรือน คอยมองมาที่ห้องบุหงา เจียมรีบผลุบหน้าปิดประตูสนิท
บุหงาแปลกใจแกมโมโห เมื่อเห็นเจียมเปิดประตูเข้ามา
“มีอะไร”
“อ้ายอีบ่าวของคุณนายแก้วมันเฝ้าไว้ไม่ให้กระดิกเลยเจ้าค่ะ เอาไงดีเจ้าคะ”
“ยังไงก็ต้องออกไปให้ได้”
“เจ้าค่ะ”
บุหงามองที่หน้าต่างอีกด้าน เจียมเข้าใจ
เจียมพยายามปีนหน้าต่างออกไป บุหงาจับผ้าห่มไว้ให้เจียมปีนลง ตุ้บ เสียงเจียมตกลงพื้น
บุหงาชะโงกหน้ามอง แล้วรีบดึงผ้าขึ้นมาทันที

เจียมหลบทาสชายที่เดินยามอยู่บ้าง ออกจากใต้หล้า โดยเดินผ่านมาทางเรือนเล็กของพวงแก้ว ที่หน้าต่าง แสนยืนทอดอารมณ์
“นั่นใคร”
เจียมขนลุกวาบทั้งหลัง นึกว่าถูกจับได้ ก่อนรีบหลบผลุบลงไปในกอไม้
“ข้าถามว่าใคร”
ทาสชายคนหนึ่งวิ่งมา แสนมองมาทางทาสชาย
“ท่านเจ้าสัวมีอะไรหรือขอรับ”
“เอ็งรึ…ไม่มีอะไร คอยดูยามให้ดี”
พวงแก้วเดินมาที่หน้าต่าง ดึงแสนเข้าไป
“ท่านเจ้าสัวเจ้าคะ เข้านอนเถิดเจ้าค่ะ ดึกแล้ว พรุ่งนี้เราก็จะให้แม่บุหงาและนังเจียมพาเราไปพบลูกท่าน ท่านจะได้พบได้ทำบุญให้เขาแล้วนะเจ้าค่ะ”

แสนยิ้มเบาใจ รู้สึกดีที่พวงแก้วเข้าใจ แสนผละจากหน้าต่างไป ใต้หน้าต่าง เจียมโผล่มาในมุมหนึ่ง ได้ยิน ยิ่งต้องรีบหาทางออกไปให้ได้

แสงจันทร์กระจ่างทั่วบริเวณป่าช้า เงาร่างดำทะมึนกำลังขุดดิน จึ้ก จึ้ก เจียมขุดดินเพื่อหาศพเด็ก

“อีเจียมนะอีเจียม จะโดนผีเด็กหลอกไม๊ว่ะ”
เสียงหมาหอนกรูขึ้นมา ลมพัดวูบ ใบไม้ปลิวว่อน
“โธ่ สาธุๆ ไอ้หนูเอ๊ย ข้าขอล่ะ”
ที่หลุมศพ เจียมปัดดินออก แล้วพลันเจอกะโหลกใหญ่โต เจียมหงายหลังผลึ่ง ตกใจ กลัว มือยันเข้ากับอะไรบางอย่าง เจียมเหวอ ยกมือขึ้นมา ยังไม่ทันรู้ว่ามือยันอะไร แต่ได้กลิ่นที่มือแปลกๆ
เจียมดม แล้วยิ่งขนลุกขนพอง เหลียวไปดูที่ดินอีกที่ที่เมื่อสักครู่เอามือยันไว้
ที่หลุมดิน ศพเด็กโผล่มาเห็นแค่ขาเล็กๆ กำลังเริ่มเน่า เจียมตกใจ แต่รวบรวมความกล้า คุ้ยดินออก
“เด็ก ! … เด็กผู้ชาย ! ข้าเจอแล้ว”
เจียมขุดจนได้ศพ แล้วชูร่างเด็กขึ้นมากลางแสงจันทร์

ที่ป่าช้า ฮวงซุ้ยขนาดย่อม มีป้ายภาษาจีนเขียนว่าบุตรนายแสน ซินแสเทียนทำพิธีให้ จุดธูปหนึ่งดอกปักในกระถางธูป บุหงาแสดงละครอย่างเก่ง รำพึงรำพันร้องไห้อยู่ที่หน้าหลุมศพ
“หล่อนได้ลูกชายจริงๆเสียด้วย แต่ก็น่าเสียดายที่ต้องเสียลูกชายไป ข้าเห็นใจหล่อนเหลือเกิน”
“ถ้าคุณแก้วเห็นใจจริงๆ บุหงาก็ขอบคุณเจ้าค่ะ”
ซินแสเทียนจัดการพิธี ผ่านเวลา จนประมาณว่าพิธีการเสร็จสิ้นไปแล้ว
“ขอบคุณซินแสเทียนที่เมตตาทำพิธีให้ลูกข้า” แสนบอก
“ข้าเลือกที่และดูทิศทางฮวงจุ้ยให้ถูกตามตำราหน้าน้ำหลังเขา ด้านข้างที่ดินเข้าตำรา “จ้อแชเล้ง อิ๊วแป๊ะโฮ้ว" ดั่งว่าซ้ายมังกรเขียว ขวาพยัคฆ์ขาว เสมือนหนึ่งมีแขนขา จะอำนวยให้คนในตระกูลเจริญรุ่งเรือง”
แสนดูจะเศร้าใจมาก พวงแก้วจะเข้ามาปลอบ บุหงาเบียดตัวกอดแขนแสนเหมือนกัน
“อย่าคิดมากเลยนะเจ้าคะท่านเจ้าสัว บุหงาสัญญาว่าจะมีลูกชายคนใหม่ให้ท่านเจ้าสัวให้ได้เจ้าค่ะ…กลับกันเถอะเจ้าค่ะ”
บุหงาจะพาแสนออกไป ซินแสมอง พวงแก้วแปลกใจ
“เจ้าไม่นำกระถางธูปเชิญวิญญาณของบุตรชายเจ้าไปรึ แม่บุหงา”
“ของบุตรชายข้า…อ๋อค่ะ อีเจียม…เอามาสิ”
บุหงาบุ้ยใบ้ให้เจียมไปรับกระถางธูปมา พวงแก้วยังข้องใจ แต่ไม่ถาม เพราะศพเด็กที่อยู่ในฮวงซุ้ยยืนยันแล้วว่าเป็นเด็กชาย

กลางศาลาใหญ่ เจ้าสัวแสนเลี้ยงรับรองซินแสเทียน ยกน้ำชาให้อย่างขอบคุณ
“ไหนๆท่านซินแสก็มาแล้ว ช่วยดูฤกษ์ยามให้ข้าหน่อยเป็นไร ช่วงนี้กิจการข้าจะขยับขยายดีหรือไม่”
“ยินดีๆ เห็นท่านกระฉับกระเฉงไม่จมในทุกข์ มุ่งมั่นทำการค้า แบบนี้ข้าชื่นชม”
“เศร้าใจก็ส่วนหนึ่ง แต่ชีวิตต้องดำเนินไปข้างหน้า ข้ามีเมียและลูกต้องเลี้ยงดู ยังทาสไพร่บริวารที่ต้องดูแลพวกมันให้ถ้วนหน้า”
“คุณธรรมข้อนี้จำให้มั่นนะท่านเจ้าสัว ท่านเป็นผู้มีใจกว้างขวาง มักอุปการะคนแต่จงเที่ยงธรรม อย่าได้หลงมัวเมาในกิเลส มิเช่นนั้นจะนำพาความล่มจมได้”
ซินแสเริ่มคำนวณฤกษ์ชะตา สีหน้าพลอยแปลกใจแกมยิ้มย่อง
“ว่าอย่างไร ซินแส”
“เอ น่าแปลกๆ ชะตาว่าสัตว์สองเท้ามิได้ตายจาก หากเป็นการจำพรากเพื่อใช้เวรกรรม”
บุหงานั่งอยู่ทางหนึ่ง อดเสียวไม่ได้ มองเจียม
“หมายความว่าอย่างไรรึเจ้าคะ” พวงแก้วถาม
“ข้าทำนายได้ว่า บริวารคนใดคนหนึ่งของเจ้าสัวจะพลัดพรากไปจากเรือน แต่มินานจะได้กลับคืนมา”
แสนยิ้มขื่น
“ลูกข้ากระมัง มิได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันอีกแล้ว แต่จะได้กลับคืนมารึ”
แสนงงงัน ขบคิดเรื่องนี้ยังไม่แตก พวงแก้วก็พิศวงเช่นกัน บุหงารีบแก้เกี้ยวไปอีกทาง
“บริวาร…อาจจะหมายถึงพวกทาสกระมังคะ มีนังทาสหนีไป บุหงาเห็นนังฉวีไปเจอผู้ชายแล้วหายไปสองสามวันแล้ว”
“อืม..อาจจะเป็นเช่นนั้น เพราะลูกข้าจากไปแล้วนี่นะ”
“เมฆหมอกผ่านพ้น ชะตาดุจดังฟ้าหลังฝน ช่วงนี้ท่านเจ้าสัวจะมีบุญใหญ่ ได้ทั้งลูกชายลูกสาว กิจการก็จะรุ่งเรืองดี เป็นเวลาเหมาะแก่การขยับขยาย”
“บุหงาบอกแล้วไงเจ้าคะ บุหงาจะมีทายาทชายสืบสกุลให้ท่านเจ้าสัว”
“หล่อนเพิ่งคลอดไม่กี่เพลา เมื่อครู่ให้ซินแสตรวจแมะ ท่านว่าให้หล่อนพักกาย และพักใจเพื่อปฏิบัติธรรมเป็นกุศลทานให้ลูกหล่อนมิใช่รึ”
พวงแก้วปรามนิ่มๆ บุหงาแอบเหวี่ยงด้วยหางตา
“ข้าจะมีลูกชายอีกใช่หรือไม่ท่านซินแส” เจ้าสัวถาม
แสนตื่นเต้น ซินแสมองยิ้มๆ
“ท่านเจ้าสัวยังแข็งแรงหนุ่มฉกรรจ์ แม่นายแก้วก็เปล่งปลั่งมีน้ำมีนวลสมบูรณ์พร้อม ไหนเลยท่านจะมีลูกอีกไม่ได้เล่า ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ”
แสนมองพวงแก้วที่ทำทีเขินอาย บุหงาฟังอย่างหมั่นไส้

แสนกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง ถอนหายใจกับเรื่องหนักๆที่ผ่านเข้ามา
“ไฉนท่านเจ้าสัวยังทอดถอนใจอยู่ละเจ้าคะ” พวงแก้วถาม
แสนหันไปมอง พวงแก้วสะสวย ผิวพรรณผุดผ่อง กิริยาแช่มช้อยเดินเข้ามา จับตาเจ้าสัวแสนยิ่งนัก
“ได้ยินเสียงหล่อนเหมือนน้ำเย็นปลอบใจข้า”
พวงแก้วนั่งลงข้างๆ ลูบมือแสนอย่างปลอบโยน แสนวาบไหวหัวใจยิ่งขึ้น
“ท่านเจ้าสัวเจ้าคะ อิฉันอยู่กินกับท่านมาหลายปี ท่านเจ้าสัวบำรุงใส่ใจความสุขแก่ อิฉันและลูก เมื่อท่านเจ้าสัวทุกข์ ใยอิฉันจะไม่ทุกข์ไปด้วยเล่า”
“ขอบใจแม่แก้ว หล่อนช่างเป็นเมียที่เข้าใจข้า เรื่องที่ข้าพาบุหงาเข้ามาอาจจะทำให้หล่อนน้อยใจอยู่บ้าง”
แก้วมีรอยยิ้มฉาบหน้า ทว่าในใจนางคือใช่สิยะ พวงแก้วจับมือเจ้าสัวให้มั่นใจ
“หากท่านเจ้าสัวพึงใจสิ่งใด อิฉันก็เต็มใจเจ้าค่ะ เพราะหน้าที่เมีย สมควรส่งเสริมให้ผัวได้ดีและมีความสุขมิใช่หรือเจ้าคะ”
แก้วจับมือเจ้าสัวแนบหัวใจตนเอง แสนเคลิ้ม
“อิฉันจะทำให้เจ้าสัวมีความสุขที่สุด”

แสนค่อยๆดึงตัวพวงแก้วเข้ามาหา แนบหน้าลงกับกลุ่มเรือนผม แก้วยิ้มพึงใจ แสงตะเกียงในห้องดับไป พร้อมเสียงลมหายใจประสานกัน

เวลาต่อเนื่องมา บุหงานอนอยู่ในห้องที่มีหม้อยา อยู่ไฟหลังคลอด สีหน้าบุหงาเก็บความอัดอั้น ริษยา เหงื่อไหลพลั่ก ไม่ได้ดั่งใจไปซะทุกอย่าง

“โอ๊ย อีเจียมข้าร้อน เอ็งจะต้มข้าหรือไง”
เจียมพัดไฟสุมหม้อต้มยาให้เดือด ไอน้ำคลุ้งทั้งห้อง
“คุณบุหงาเจ้าขา ไอร้อนยิ่งขับน้ำคาวปลา คุณบุหงาจะได้กลับมาสาวสะพรั่งดั่งเดิมได้เร็ววันอย่างไรเจ้าคะ”

“ข้าต้องสาว ข้ายังสวย ข้าจะไม่ยอมให้นังแก้วมันเอาท่านเจ้าสัวไปกกทุกวันอย่างนี้แน่”
บุหงาคลายความขึ้งเครียดกับเจียม แต่ยังคงสีหน้าเจ็บแค้น มุ่งมั่น นางยังคงอยากเป็นใหญ่กว่าพวงแก้วในใต้หล้า

ผ่านเวลาไป 2 เดือน เจ้าสัวและแก้วนั่งอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขที่ศาลาท่าน้ำ
“ร้อนๆเยี่ยงนี้ อิฉันทำข้าวแช่ให้ท่านเจ้าสัวรับทานเจ้าค่ะ เคียงกะปิทอด พริกหยวก ยัดไส้ ผักกาดเค็มแลเนื้อเค็มฝอยผัดหวาน”
พวงแก้วส่งชามข้าวแช่ส่งให้ แสนรับประทานชื่นลิ้นและชื่นใจ
“ข้าวแช่รสมือแม่แก้วช่างเย็นใจข้านัก”
“ข้าวแช่ หรือแช่ร่างในน้ำ สิ่งใดจะดับร้อนได้ดีกว่ากันฤาเจ้าคะ ท่านเจ้าสัว”
แสนตะลึงกับบุหงาที่นุ่งน้อยห่มน้อยเดินเข้ามา พวงแก้วหน้าตึงขึ้นมาทันที นางทำทีมาเดินเฉียด แล้วเยื้องกรายไปที่ท่าน้ำ
“อาบด้วยกันไหมเจ้าคะ ท่านเจ้าสัว”
บุหงาปลดผ้าคลุมออก ยั่วเต็มที่โดยไม่แคร์สายตาพวงแก้ว
“กลางวันแสกๆ ช่างไม่อายผีสางเทวดา”
พวงแก้วหน้าม้าน ไม่อยากจะเห็น แล้วยิ่งเห็นเจ้าสัวมองบุหงาไม่วางตา ยิ่งหึงจนแทบทนไม่ได้
เธอลุกขึ้นด้วยความรังเกียจ เอื้อยดึงไว้ กระซิบ
“อดทนไว้เจ้าค่ะ หากนายท่านลุกไป นังบุหงามันจะได้จังหวะยั่วท่านเจ้าสัว”
“ดูมันนะนังเอื้อย ต่อหน้าข้ามันยังกล้า”
บุหงาเคลื่อนกายลงนั่งที่บันไดท่าน้ำ วักน้ำลูบเนื้อลูบตัว ลูบขาจนผ้านุ่งร่นขึ้นมาสูงขึ้นๆ
“อุ๊ย” บุหงาทำทีลูบหลังไม่ถึง “ทำเยี่ยงไรดีเจ้าคะ ท่านเจ้าสัว”
แสนจะลุกมา เสียงพวงแก้วตัดบท
“นังเจียม ถูหลังให้นายเอ็งหน่อยสิ สันหลังคงยาว มือสาวไม่ถึง”
บุหงาค้อนขวับ แสนกระแอมปรามพวงแก้ว
“แม่แก้ว พูดอะไรเยี่ยงนั้น”
“อิฉันเพียงชี้แนะ กระทำกิริยาใดอายบ่าวไพร่บ้างเถิดเจ้าค่ะ ดูโน่น พวกมันแห่มาดูกันให้ครึ่ด”
แสนกวาดตามอง บ่าวไพร่ผู้ชายที่ทำงานอยู่รายรอบดูต่างแอบดูบุหงาอาบน้ำ
“เฮ้ย พวกมึง ดูเมียกู กูจะเฆี่ยนให้สิ้น”
แก้วหัวเราะหึๆ บุหงาเพิ่งรู้ตัว อายไพร่อยู่บ้างแต่ก็พยายามแข็งหน้าไว้ แสนหันมา เจออ่ำที่รับใช้อยู่ใกล้ชิด อ่ำยังแอบมองบุหงา
“ไอ้อ่ำ มึง !”
แสนถีบอ่ำหงายหลังไป พวงแก้วได้ที
“แม่บุหงาอาจจะเมตตาบ่าวไพร่นะเจ้าคะ จึงมาอวดของดีให้ได้ยล”
แสนเคืองพวงแก้ว หันไปดุบุหงา
“แม่บุหงา หล่อนจงเร่งขึ้นเรือนเสียแต่เดี๋ยวนี้ เห็นทีข้าคงต้องอบรมหล่อนให้หนัก”
แสนตวาดเสียงเข้ม พวงแก้วยิ้มกริ่มคิดว่า แสนจะต้องลงโทษบุหงาจริงๆ

แสนนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง บุหงาเปลือยไหล่ นัยน์ตาเป็นประกาย
“ท่านเจ้าสัวจะลงโทษบุหงาได้ลงคอหรือเจ้าคะ”
บุหงาสะบัดผ้าพันกายท่อนบนออก โยนเย้ามาทางแสน ยิ้มยั่วยวน แล้วเคลื่อนกายมาหาเจ้าสัว

พวงแก้วเจ็บใจ กำมือแน่น
“นังหยำฉ่า นังมารยา มันยั่วท่านเจ้าสัวต่อหน้าข้า”
“ใจเย็นเจ้าค่ะ ทีนี้มันได้ ทีหน้าต้องเป็นของนายท่านแน่”
พวงแก้วโกรธจนตัวสั่น แล้วพาลเป็นลมไป
“นายท่าน !”

แสนและบุหงานอนก่ายกันอยู่บนเตียง
“ท่านเจ้าสัวมีความสุขหรือเปล่าเจ้าคะ”
“เจ้าถามข้าเยี่ยงนั้นได้อย่างไร ในเมื่อเจ้าก็รู้แก่ใจดี”
แสนกอดบุหงากระชับขึ้น บุหงายิ้มกริ่ม
“ท่านเจ้าสัวเมตตาบุหงาเหลือเกิน”
“สองเดือนแล้วที่ลูกของข้ากับเจ้าจากไป เจ้าคงคลายเศร้าแล้วกระมัง”
“บุหงาจะคลายเศร้ากว่านี้หากท่านเจ้าสัวแวะเวียนมา บุหงาอยากปรนนิบัติท่านให้เต็มเปี่ยมเจ้าค่ะ…ค่ำนี้ อยู่กับบุหงานะเจ้าคะ”
แสนกำลังจะตอบ พลันเสียงบ่าวไพร่ด้านนอกวิ่งกันอลหม่าน อื้ออึง
“ท่านเจ้าสัวขอรับ ท่านเจ้าสัว… นายท่าน…เอ้อ นายท่าน เป็นลมขอรับ”
แสนลุกขึ้นพรึ่บ
“แม่แก้ว”

แสนรีบแต่งตัวออกไปข้างนอก บุหงาหน้าบึ้งทันที

แสนกังวล มองซินแสเทียนจับแมะให้แก้ว สักพักซินแสเทียนยิ้มกว้างออกมา

“เมียข้าป่วย เหตุใดท่านจึงยิ้มเช่นนั้นซินแสเทียน”
พวงแก้วโผเผยันตัวลุกขึ้น แล้วมีอาการอาเจียน
“แม่แก้ว อาเจียน ! ”
แสนนึกรู้
“ยินดีด้วยนะท่านเจ้าสัว ท่านจะมีทายาทแล้ว
“โอ้ว แม่แก้วของข้า หล่อนท้อง”
“ท่านเจ้าสัวเจ้าคะ อิฉันจะมีลูกชายให้ท่านเจ้าค่ะ”
แสนประคองแก้วแนบอก ดีใจมาก
“ลูกข้าคนนี้ต้องเป็นผู้ชาย”
อีกมุมหน้าห้อง บุหงาแค้น มองอยู่เจ็บใจ
“ไม่มีทาง”

ผ่านเวลา เจียมก้มๆเงยๆอยู่ที่บันได บุหงายืนอยู่มุมหนึ่งไม่ห่างนัก คอยดูซ้ายขวา
“เรียบร้อยหรือยังอีเจียม”
“เจ้าค่ะ”
“งั้นก็รีบไป”
บุหงาและเจียมหลบไปอยู่หลังพุ่มไม้ไม่ไกลนัก คอยมองมาที่บันได ในมือเจียมที่ไพล่อยู่ด้านหลังนั้น ถือเลื่อย
ที่บันได เท้าข้างหนึ่งกำลังจะก้าวลงมา
“กำลังท้องกำลังไส้ เดินระวังนะเจ้าคะนายท่าน” เอื้อยว่า
บุหงายิ้มร้าย มองที่บันได รอจังหวะ
พวงแก้วจะเดินก้าวลง แต่เอื้อยดึงนายหญิงไว้ แล้วก้าวลงแทน
“บ่าวลงก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ จะได้รับนายท่าน”
เอื้อยก้าวลงขั้นบันได บันได ผลัวะ หัก เอื้อยพลัดตกบันได
พวงแก้วตกใจมาก
“นังเอื้อย”
“ปัดโธ่” บุหงาผิดคาด
พวงแก้วได้ยินเสียงบุหงาก็กวาดตามอง เห็นนางกับบ่าวอยู่ทางหนึ่ง บุหงารีบร้องทันที
“ว้าย ตายแล้ว ใครก็ได้มาช่วยนังเอื้อยทีเร้ว นังเอื้อยตกบันได”
พวงแก้วรู้สึกตะหงิดๆ แต่ไม่ทันได้สาวความ รีบหาทางไปเพื่อช่วยเอื้อย

แสนประคับประคองเป็นห่วงพวงแก้ว
“ถ้าไม่ใช่นังเอื้อย คนที่รับเคราะห์อาจเป็นอิฉัน และลูกของท่านเจ้าสัวก็ได้นะเจ้าคะ”
เธอเสียงเศร้า
“หล่อนและลูกปลอดภัย ข้าก็เบาใจ…แต่บันไดเรือน จู่ๆจะมาหักได้เช่นไร ข้าแปลกใจนัก”
“บันไดเก่า ตากแดดตากฝนก็ย่อมผุพังไปบ้างนะเจ้าคะ แต่โชคดีที่คุณพี่แก้วไม่เป็นอะไร” บุหงาบอก
“ข้าจะไม่ยอมให้เกิดเหตุเยี่ยงนี้อีก ต่อไปนี้ข้าจะไม่ยอมให้แม่แก้วอยู่ไกลตา ข้าจะดูแลแม่แก้วใกล้ชิดกว่าเดิม”
บุหงาทำหน้าหมั่นไส้ขึ้นมาทันที พวงแก้วหันมาเห็นพอดี
“หล่อนทำหน้าเยี่ยงนั้น ยินดีกับข้ารึ แม่บุหงา”
“เจ้าค่ะ”
บุหงากระแทกกระทั้นคำ ลุกขึ้นปั้นปึ่ง แต่แล้วโงนเงน
“คุณบุหงาเจ้าคะ”
บุหงาทำหน้าผะอืดผะอม แล้วก็วิ่งไปที่ระเบียงชานเรือน อาเจียน
“บุหงา !”
พวงแก้ว รู้ว่าบุหงาท้องแน่ๆ เริ่มไม่พอใจ บุหงาอาเจียนแล้วหันมาทางเจ้าสัว ยิ้ม มือจับท้อง สีหน้าเจ้าสัวแสน ยิ้มร่า
“ไอ้อ่ำ ไปตามซินแสเทียนกลับมาอีกทีสิ”
แสนดีใจยิ่งนัก

ผ่านเวลา 4 เดือน เจ้าสัวแสนยิ้มให้พวงแก้วทางขวา ยิ้มให้บุหงาทางซ้าย
“ข้าไปดูร้านก่อนนะแม่แก้ว แม่บุหงา”
แสนยื่นมือลูบท้องพวงแก้ว ซึ่งบัดนี้ท้องใหญ่ขึ้นแล้ว
“พ่อไปก่อนนะลูก”
แสนยื่นมือไปลูบท้องบุหงา ซึ่งอายุครรภ์พอๆกัน
“แข็งแรงนะลูกนะ”
แสนเดินออกไป ลับหลัง พวงแก้วและบุหงาต่างมองกันอย่างหยามเหยียด

ผ่านเวลา – - เกวียนบรรทุกกระสอบข้าวสารและเมล็ดพืชต่างๆนานาแล่นมาจอดหน้าร้านแสน , แสนคุมคนงานให้เอาของลง แสนจ่ายเงินให้กับคนที่เอาของมาส่ง
อีกวัน ชาวบ้านมาซื้อของที่ร้านเจ้าสัว แสนคุมคนงานให้แบกกระสอบขึ้นรถลาก ชาวบ้านจ่ายเงินให้
อีกวัน แสนรับเงินจากชาวบ้านที่มาซื้อของ นับเงิน เงยหน้าขึ้นอย่างพอใจ เจ้าสัวมองไปทางห้องแถวที่ติดกันซึ่งปิดประตูทึบไว้
อ่ำแบกกระสอบส่งให้รถลากเสร็จแล้วเดินกลับมาส่งเงินให้แสน เหนื่อยโทรม ปาดเหงื่อ แต่ยิ้ม
“ข้าวหมดโกดังที่นี่แล้วขอรับ คงต้องไปรับจากโกดังที่พระนครศรีอยุธยามาเพิ่ม”
“ขอบใจไอ้อ่ำ วันนี้พอแค่นี้ ค้าขายดี พวกเอ็งเหนื่อยหนัก ปิดร้านกลับใต้หล้าได้”
อ่ำยิ้มร่า ประตูถูกรวบปิด คล้องกุญแจ

ผ่านเวลา ประตูไม้ถูกเปิดกว้างออก บริเวณที่ร้านติดกัน เริ่มมีการก่อสร้างเหมือนกับกำลังจะขยายห้องแถวให้กว้างขึ้น
“จากที่ท่านให้ฤกษ์ยามเมื่อข้างขึ้นคราวก่อนนั้น บัดนี้ร้านข้าได้ฤกษ์ต่อเติมจวนแล้วเสร็จ”
ซินแสเทียนกางแผ่นกระจกดูฮวงจุ้ย ชี้จุดนั้นจุดนี้ แสนสั่งลูกน้องให้ทำตามอีกที
“ทิศทางประตูนี้ดี ให้ชี่ไหลเวียน เป็นกำลังส่งเสริมทรัพย์ศฤงคาร”
“ตั้งแต่ข้ามีลูกสองคนนี้ กิจการก็เจริญรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ”
“ท่านเจ้าสัวจะได้ลูกชายเป็นแน่แท้”
เสียงอ่ำตะโกนดังลั่นเข้ามา
“ท่านเจ้าสัวขอรับ ท่านเจ้าสัว”
แสนหันไปมองทางอ่ำ แต่ซินแสมองฟ้า โบกพัดในมือ เห็นว่าฟ้าใสกระจ่าง
“ฟ้ากระจ่าง แดดแรงกล้า เป็นวันธงชัย อั๊วยินดีด้วยท่านเจ้าสัว”
แสนงง อ่ำวิ่งมาถึงพอดี

“นายท่านกับคุณบุหงา ได้เวลาแล้วขอรับ”

เวลาต่อมา แสนอยู่กลางเรือน เดินกลับไปกลับมาระหว่างห้องทางซ้ายและขวา ซินแสเทียนนั่งโบกพัดอยู่ที่ศาลา คำนวณฤกษ์ยาม

“แม่แก้ว หล่อนเป็นอย่างไรบ้าง”
เอื้อยออกมา หน้าตาเลิกลั่ก
“แม่แก้วล่ะ ลูกข้าล่ะ”
“ยังเจ้าค่ะ หมอตำแยให้หาน้ำร้อนเจ้าค่ะ”
อีกห้อง เจียมเปิดประตูออกมา
“นังเจียม แม่บุหงาออกลูกแล้วรึ”
“ยังเจ้าค่ะ บ่าวปวดเบา”
“ข้าไม่ให้ไป เอ็งต้องเฝ้าเมียข้า”
“ไม่ไหวแล้วเจ้าค่ะ”
ผ่านเวลา เอื้อยประคองกาน้ำร้อนกลับเข้าห้อง เจียมวิ่งกลับเข้าห้อง แสนกระวนกระวายกว่าเดิม
“ผ่านไปแล้วหลายชั่วน้ำเต็มกะลา ใยลูกข้ายังไม่ออกมาให้ข้าชื่นใจ”
“ชะตาฟ้า ลื้อไม่อาจลิขิตได้เอง เมื่อถึงเวลา ลื้อจะได้พบบุตร ผู้เป็นมงคลแก่เรือนเป็นแน่”
แสนหน้าบานขึ้น มีกำลังใจในการรอ
“ข้าต้องได้ลูกชาย ลูกชาย”

พวงแก้วสีหน้าเจ็บปวด มือจับเชือกไว้แน่น หมอตำแยเป่าปาก
“โอ๊ย ข้าไม่ไหวแล้ว”
“เบ่งเจ้าค่ะ เบ่ง ฮึบ”
แก้วเบ่ง เหงื่อเต็มหน้า

ทางด้านบุหงามีสีหน้าเจ็บปวดเหมือนกัน
“หากไม่ใช่ลูกชายล่ะเจ้าคะ” เจียมว่า
บุหงาสบตากันเจียม บ่าวเจียมรู้ว่าหากไม่ได้ลูกชายต้องทำอย่างไร สีหน้าบุหงาโหดเหี้ยม เจียมพยักหน้า
“ข้าต้องได้ลูกชาย ข้าไม่มีลูกสาว”
“เจ้าค่ะ”
บุหงาเจ็บท้อง ปวด กรีดร้องออกมา
“อ๊าก”
เสียงเด็กร้อง อุแว๊ !!

แสนสะดุ้ง ได้ยินเสียงเด็กร้องมาจากทางห้องบุหงา
“ลูกข้า… แม่บุหงา”
แสนมองและเดินไปทางห้องบุหงา

หมอตำแยดึงตัวเด็กออกมา บุหงาทั้งที่เจ็บปวดแต่ก็ตั้งตารอ
“ข้าได้ลูกชาย ลูกชายใช่ไหม นังเจียมดูให้ข้าทีสิ”
เจียมเสียงสั่น
“คุณบุหงาเจ้าคะ”
เจียมเสียงสั่น บุหงาลุ้นตัวโก่ง แต่ยิ่งมองหน้าเจียมก็หวาดหวั่นใจ จนเสียงของหมอตำแยดังเข้ามา
” ท่านได้ลูกสาวเจ้าคะ” แล้วหมอตำแยหันไปบอกเจียม “ข้าออกไปเอาน้ำร้อนก่อนนะนังเจียม”
หมอตำแยออกไป บุหงาส่ายหน้า
“ไม่ ไม่นะ กูต้องไม่ได้ลูกสาว ไม่จริง เอามันไปทิ้ง นังเจียมเอามันไปทิ้ง”
“จะเอาไปทิ้งเหมือนคราวก่อนได้ยังไงเจ้าคะ ท่านเจ้าสัวอยู่ด้านนอกนะเจ้าคะ”
บุหงาคิดแล้วตัดสินใจ
“ก่อนที่ท่านเจ้าสัวจะเข้ามา นังเด็กนี่จะต้องตายก่อน นังเจียมเอามันมา”
เจียมมองเด็กแล้วค่อยๆส่งให้ บุหงาได้ลูก จับที่คอ จะบีบ
“ไม่ ข้าต้องได้ลูกชาย ข้าต้องได้ลูกชาย”
บุหงากำลังบีบคอเด็กน้อย
ผลัวะ ! ประตูห้องเปิดออก เจ้าสัวแสนก้าวเข้ามาช้าๆ นิ่งๆ เหมือนรู้ความจากหมอตำแยเมื่อครู่ แต่ยังไม่อยากเชื่อ
“แม่บุหงา เจ้าได้ลูกชายใช่ไหม ไม่ใช่ลูกสาวอย่างที่ข้าได้ยินมา ใช่หรือไม่ บอกข้ามาสิ”
บุหงาชะงักมือ คลายมือออกจากคอเด็ก
“ลูก…ลูก” บุหงาเสียงสั่นเครือ
แสนเข้ามาใกล้ ค่อยๆมองลูก แล้วอึ้ง ยิ้มบาง
“ลูกสาว ลูกสาวจริงๆ”
ทันใดนั้น เสียงเด็กร้องจ้ามาจากอีกห้องหนึ่ง
“นายท่าน ! ลูกชายเจ้าค่า”
เสียงเอื้อยดังลั่น แสนได้ยินตาโตหน้าเริ่มบาน ยิ้มร่า
“ลูกชาย ! แม่แก้ว”
แสนรีบสลัดออกจากห้องบุหงาไป
บุหงาเจ็บใจ ร้องไห้โฮ เด็กน้อยแผดเสียงพร้อมแม่เสียงดังลั่น !!
“ไม่ !”

พวงแก้วประคองลูกแนบอก สีหน้าปลาบปลื้มตื้นตันใจสมหวังที่สุด แสนเข้ามา แก้วเงยหน้าขึ้นยิ้ม
“ลูกชายเจ้าค่ะ อิฉันมีลูกผู้ชายอีกคนให้ท่านเจ้าสัว”
“แม่แก้วของข้า”
เจ้าสัวแสนบรรจงจูบหน้าผากพวงแก้ว
“ลูกชายข้า”
เอื้อยอุ้มเด็กกล้าเข้ามาหาพวงแก้วและแสน เจ้าสัวแล้วอุ้มลูกชายในห่อผ้าขึ้นชมชู ทุกคนมีความสุข

ซินแสเทียนมองดูเด็กชาย ลูบคิ้ว ลูบคาง เด็กน้อยไม่ร้องเลย
“เจ้าหนูคนนี้ เกิดมาในชะตามงคลวาร ฤกษ์ยามธงชัย จะนำมาซึ่งความเจริญงอกงามแก่วงศ์ตระกูล เป็นอภิชาตบุตรของท่านแน่แล้ว ท่านเจ้าสัว”
เจ้าสัวแสนอุ้มลูกชายแนบอก ยิ้มกว้าง ปลาบปลื้ม
“ข้าจะให้ชื่อลูกว่า หาญ เป็นคนหาญ นำความมงคลมาสู่บิดามารดาและข้าทาสบริวาร นำความรุ่งเรืองมาสู่ใต้หล้าแห่งนี้”

แสนอุ้มลูกยืนอยู่กลางใต้หล้า บ่าวไพร่บริวารที่รายล้อมอยู่ตื่นเต้นตื้นตันไปด้วย   อ่านต่อ ชิงรักหักสวาทตอนที่ 3

 

 

 

ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก http://www.manager.co.th/

 

 บทละครชิงรักหักสวาท, ละครชิงรักหักสวาท, อ่านละครออนไลน์, อ่านละครออนไลน์ ชิงรักหักสวาท, อ่านชิงรักหักสวาทออนไลน์, ชิงรักหักสวาท, ชิงรักหักสวาทย้อนหลัง, ชิงรักหักสวาทออนไลน์

 

 

คลิปย้อนหลังชิงรักหักสวาททุกตอน