อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครคุ้มนางครวญ ออนไลน์ ตอนที่ 2
คุ้มนางครวญ
คุ้มนางครวญ ตอนที่ 2
อีเว้นท์เปิดสปา ดำเนินไป บนเวทีขนาดเล็กจิ๋ว ทีมงานสร้างบรรยากาศ โดยเล่นแสงเงาเต็มที่ มีม่านบางสีทองอยู่มุมนั้นมุมนี้ ด้านหลังมีโฟมตัดเป็นเสาและช่องประตูโค้งแบบอาหรับ มีไม้เลื้อยพลาสติก ออกดอกบานสะพรั่งตามจุดต่างๆ
นอกจากนี้ยังมีตะเกียงกำยานจุดควันกรุ่น ที่พื้นมีควันน้ำแข็งแห้งลอยอบอวลอยู่ บรรยากาศยิ่งเข้มขลัง
ตรงหน้าเวทีมีนักข่าวสายบันเทิงโขยงหนึ่ง กับนักข่าวสายธุรกิจอีก 2-3 คน ถัดไปด้านหลังสื่อ บนเก้าอี้มีประธานไฮซ้อเจ้าของสปายิ้มแก้มปริ นั่งอยู่กับบรรดาไฮโซ ไฮซ้อ เก้าอี้ด้านหลังคือบรรดาชาวบ้านร้านตลาดในโรงหนังที่ถูกเกณฑ์มานั่งให้เต็มเข้าไว้
เบิร์ดดูอยู่กับช่างคุมไฟและช่างเสียง มีช่างผมและช่างแต่งหน้าดูอยู่ด้วย คิวเพลงแรกเป็นดนตรีแนวอาหรับเซ็กซี่ สองแดนเซอร์ที่มาหมอบอยู่ในกลุ่มดรายไอซ์ลุกพรวดมาเต้น กรายมือกรายแขนยกเท้าหมุนตัวตามทำนองเพลง
เจ้าของสินค้า แขกผู้มีเกียรติและไม่มีเกียรติ ตลอดจนบรรดานักข่าว ดูกันอย่างเซ็งๆ มีแต่เบิร์ดที่ยิ้มกริ่มปลาบปลื้มสุดขีด
เพลงท่อนแรกจบลง เปลี่ยนเป็นเพลงอาหรับทำนองช้าไพเราะ เป็นการเปิดตัวแพทกับพิมพ์ดาว ที่ถือ คนโทแก้วเจียระไนเดินกรายตัวสวนกันไปสวนกันมา
บรรดาคนดูซุบซิบเม้าท์มอยไปมาว่าชุด แพท โป้เกินไปบ้าง ใจถึงบ้าง สวยดีบ้าง บรรดานักข่าวค่อยสนใจมากขึ้น ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอกันวุ่นวาย เบิร์ดปลาบปลื้ม
จนมาถึงคิวต่อไป แพทกับพิมพ์ดาวไปยืนโพสกรีดกรายมือไปยังม่านบางด้านหลังที่จัดแสงให้เห็นตรีภพอยู่หลังม่านเป็นเงาดำ ม่านแหวกออก เผยให้เห็นตรีภพในชุดมหาราชายืนหล่อขรึมอยู่
บรรดาไฮโซ ไฮซ้อ หมู่มวลคนดู ตลอดจนนักข่าว ปรบมือ เป่าปากกันกราว ตรีภพก้าวมาอย่างเท่ 2 นางแดนเซอร์พลันลุกไป มีอ่างอาบน้ำแก้วขนาดใหญ่อยู่กลางเวที 2 แดนเซอร์โปรยกลีบดอกไม้ลงอ่าง
เบิร์ดให้สัญญาณทีมงานหลายคน เดินเอาน้ำหอมที่เป็นซิกเนเจอร์ของสปา เดินไปฉีดฟูดๆ ให้คนดูเคลิบเคลิ้ม แต่มีบางคนสำลัก บางคนอุดจมูก ท่าทีน่าขัน
ตรีภพไปยืนกางแขน แพทและพิมพ์ดาวช่วยกันถอดเสื้อคลุมผ้าโพกออก จนเห็นตรีภพใส่กางเกงพองเนื้อบาง ท่อนบนมีเสื้อกั๊กอาหรับตัวเล็ก เผยให้เห็นแผงอกแกร่งล่ำ
บรรดาไฮโซ คนดูลืมตัวคิดว่าดูโชว์ชิปเพนเดล ปากร้องตะโกน
“ถอดเลย…ถอดเลย ถอดอีก…ถอดอีก"
เบิร์ดยิ้มร่าปรบมือดีใจ ตรีภพทำหน้าอึ้งๆ แพททำท่าเคลิบเคลิ้มสุดขีด พิมพ์ดาวออกอาการหมั่นไส้เป็นทบทวี
2 แดนเซอร์มาหมอบราบ ทำอาการเชื้อเชิญตรีภพลงอ่าง ตรีภพก้าวลงไปแช่ตัวในอ่าง ใบหน้าแหงนเงยดูมีความสุข
แพทเดินไปคว้าคนโทแก้วเดินกรีดกรายมาข้างอ่าง นักข่าวถ่ายรูปถ่ายวิดีโอกันพรึบพรับ เบิร์ดนั้นฟินกว่าใครอื่น
จังหวะนี้เอง พิมพ์ดาวคว้าคนโทแก้วขึ้นมา ดวงตาวาววับ เดินกรีดกรายมาข้างอ่าง ตรีภพหรี่ตาดู พิมพ์ดาวยกคนโทแก้วขึ้น พลันทำหน้าร้าย บรรจงยกคนโทเทลงไปบนหัวตรีภพ
บรรดาไฮโซไฮซ้อ คนดู นักข่าวอึ้ง แต่ก็นึกว่ามีอยู่ในสคริปท์
แต่เบิร์ดตาเหลือก
“ว้าย แม่มึง ฉิบหายแล้ว
หัวตรีภพเปียกลู่ กลีบกุหลาบหลายกลีบแปะอยู่บนหัว ตรีภพสะอึกอึ้ง แหงนดู เห็นพิมพ์ดาวสะใจ
แพทกับ 2 แดนเซอร์รู้ว่าไม่มีในบท พากันถอยมากอดกัน
ตรีภพตาวาวแล้วยื่นมือไปตวัดคว้าร่างพิมพ์ดาวลงมาในอ่างด้วยกัน พิมพ์ดาวเซหงายลงในอ่าง น้ำกระฉอกกระจาย มวลน้ำชนาดใหญ่กระฉอกรด ไฮโซไฮซ้อแถวหน้า บ้างผมเปียกลู่ บ้างขนตาหลุด
เบิร์ดเรอเอิ้กซวนเซไป
ตรีภพคว้าตัวพิมพ์ดาวไว้ พิมพ์ดาวดิ้น แต่ตรีภพรัดแน่น
“คุณ! ปล่อยนะ"
“เดอะ โชว์ มัสท์ โก ออน"
ตรีภพบอกเสียงเข้ม พิมพ์ดาวได้สติว่าตนกำลังทำงานพังจึงนั่งลงโดยดี ตรีภพพลันลุกขึ้นดึงพิมพ์ดาวขึ้นมาด้วยในวงแขน ชุดของพิมพ์ดาวและตรีภพเปียกน้ำแนบเนื้อ เป็นชุดสุดเซ็กซี่
บรรดาคนดู ไฮโซไฮซ้อ กรี๊ดกร๊าด เกี๊ยวก๊าว นักข่าว หมู่มวลคนดู ถ่ายรูป ถ่ายคลิปกันวุ่น ตรีภพดึงพิมพ์ดาวให้หน้าแหงนเงยขึ้นแล้วก้มลงจูบ แต่ไม่ได้จูบจริง
พิมพ์ดาวตกใจ “คุณ"
ตรีภพบอก “อยู่นิ่งๆ"
คุ้มนางครวญ
กลายเป็นภาพตรีภพและพิมพ์ดาวคล้ายตระกองกอดกัน แพทและ 2 แดนเซอร์ได้สติรีบถลามาหา แพทเข้าไปคุกเข่าเกาะอ่าง 2 นางแดนเซอร์ทำหมอบราบอยู่กับพื้นเวที
เบิร์ดซึ่งใกล้จะเป็นลม เพราะทุกอย่างบนเวที ไม่มีในสคริปท์ ร้องสั่งคนคุมแสงสุดเสียง
“ดับไฟ!"
ไฟดับวูบลง คนดูฮือฮาปรบมือกันกราว ยาวเหยียด ด้วยความชื่นชมโสมนัส
ในห้องแต่งตัวยามนี้ บรรยากาศมาคุสุดๆ ตรีภพ พิมพ์ดาว และเบิร์ดยืนประจันหน้ากันอยู่ มีแพท ช่างหน้า ช่างผม 2 แดนเซอร์ยืนดู
“นี่มันอะไรกันยะ แม่พิมพ์ดาว ทำไม เธอเอาน้ำไปราดหัวน้องตรี"
ตรีภพยังคงตาเขียว เอาผ้าขนหนูขยี้ผม พิมพ์ดาวทำไม่แยแส
“อ๋อ หนูอิมโพรไวส์ขึ้นมาน่ะค่ะ"
เบิร์ดกรี๊ด เหลืออด “ต๊าย สคริปท์ฉันเขียนมาดิบดี หล่อนมาแหกสคริปท์ฉัน"
“อ้อ แล้วที่คุณพระเอกของพี่ดึงหนูตกน้ำละคะ"
ตรีภพย้อน “อ๋อ นั่นผมก็อิมโพรไวส์ขึ้นมาเหมือนกัน"
พิมพ์ดาวตาเขียวใส่บ้าง ตรีภพยิ้มยั่ว
“แหก!"
เบิร์ดสะดุ้งสุดตัว แพทร้อง “ว้าย" ช่างผม ช่างหน้า 2 แดนเซอร์เข้ามาเกาะกลุ่มกันด้วยความตกใจ เบิร์ดจะร้องไห้ เห็นเจ๊ไฮซ้อเจ้าของสินค้าก้าวมาแล้วฉีกยิ้มโผเข้ากอดเบิร์ด
“อู๊ย… คุณเบิร์ดขา เจิด เริดล้ำมากค่ะ ใครต่อใครชอบกันใหญ่ เร้ว เปลี่ยนชุดเสร็จยังค่ะ ออกไปเร็วค่ะ คุณตรีขาเก่งมาค่ะ" เจ๊ไฮซ้อหันมาทางพิมพ์ดาว “น้อง…น้องอะไรนะคะ"
“พิมพ์ดาวค่ะ"
“น้องพิมพ์ดาวก็เลิศค่ะ เร้ว ออกไปกันค่ะ"
เบิร์ดอึ้งอยู่ ค่อยๆ ยิ้มออกมา “ค่ะ คุณสปาทิพย์"
ไฮซ้อบอกขำๆ “ฉันชื่อชบาทิพย์ย่ะ"
บนเวที เบิร์ดซึ่งรับอีกจ๊อบเป็นพิธีกร คุณชบาทิพย์นั่งยิ้มแก้มปริ ตรีภพนั่งขนาบข้างด้วยพิมพ์ดาว และแพท ซึ่งพูดคุยกันไปในทำนองว่าเป็นลูกค้าสปาแห่งนี้มาแต่ก่อนเข้าวงการ
ตรีภพและพิมพ์ดาวพูดจาเหมือนสนิมสนมรักใคร่กันมาแต่ชาติปางไหน
บรรดานักข่าว ช่างภาพ ถ่ายรูป ถ่ายวิดีโอกันไปมา
ตรีภพและพิมพ์ดาวฉีกยิ้ม แล้วหันมาแอบถลึงตาใส่กันแวบหนึ่ง แล้วหันไปยิ้มแย้มให้กล้องใหม่
เสร็จงาน พิมพ์ดาวก็กลับเข้าบ้านทันที บ้านของพิมพ์ดาว เป็นบ้านขนาดกลางค่อนไปทางดี อายุราว 10 ปี ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่มีบริเวณพอสมควร
พิมพ์ดาวนอนอยู่บนเตียงแล้ว ดวงตาปิดสนิทเหมือนอยู่ในภวังค์ อาการคล้ายฝันอยู่ แล้วสะดุ้งตื่นขึ้น เปิดโคมไฟหัวเตียง หล่อนสวมชุดนอนเป็นเสื้อและกางเกงนอน ดวงหน้าดูใสสะอาด
ห้องนอนพิมพ์ดาวดูเรียบง่าย ไม่มีของตกแต่งแนวหวานแหววหรือจุกจิก แต่มีพวกหนังสือและดีวีดีมากมาย
พิมพ์ดาวมองดูเหยือกน้ำที่โต๊ะหัวเตียง เห็นมันว่างเปล่า จึงคว้ามันขึ้นมาแล้วลุกขึ้นเดินออกไปจากห้อง
ไม่นานนักพิมพ์ดาวในชุดนอนถือเหยือกน้ำเดินมาตามทางเดิน แล้วหาวยกมือหนึ่งปิดปาก ดวงตาปิดอัตโนมัติ
พอพิมพ์ดาวลดมือลง ก็งงงันไป เมื่อพบตนซึ่งอยู่ในชุดนอนถือเหยือกน้ำเช่นเดิม แต่รอบกายกลับกลายเป็นทางเดินในเรือนใหญ่ ทั้ง 2 ด้านเป็นฝาไม้สักสวยงาม พื้นเป็นกระดานแผ่นใหญ่ที่ผนังเรือนมีไม้สลักฉลุเป็นลายประดับอยู่ระยะ
พิมพ์ดาวก้าวต่อไปเบื้องหน้าเป็นม่านปัก ก้าวผ่านม่านปัก ชุดที่สวมกลับกลายเป็นซิ่นมีเชิงงดงาม เสื้อแขนกระบอกเป็นผ้าบางมีผ้าคลองแขน มือนั้นถือขันน้ำใบใหญ่
พิมพ์ดาวก้มลงมอง เห็นเงาน้ำในขันสะท้อนภาพตนเอง แต่บัดนี้เกล้ามวนผมสูง แต่ก็ยังมีปอยผมทิ้งมาเกลี่ยไหล่ แสดงว่าผมนั้นยาวอย่างยิ่ง บนมวยผมปักดอกไม้สด
บัดนี้ พิมพ์ดาวอยู่ในชุด เจ้านางน้อย โดยสมบูรณ์ เดินถือขันน้ำก้าวมาจากซุ้มไม้ที่ออกดอกแพรวพราว เสียงซึงดังกังวานไพเราะแสดงถึงฝีมือคนเล่น พิมพ์ดาวมองไป เห็นบนศาลาใหญ่ ถูกตกแต่งด้วยม่านบางเบาและพวงเครื่องแขวนดอกไม้สด ไกลออกไปเห็นแม่น้ำปิงกว้างใหญ่ ลมพัดพลิ้วเป็นระลอก
บนศาลานั้นมีร่างระหงในชุดเจ้านาง แต่ประดับศรีษะด้วยเครื่องทองวูบวาบนั่งหันหลังให้พิมพ์ดาว มือกำลังเล่นซึงที่วางอยู่บนตัก ที่แทบเท้ามีหญิงสองนางแต่งตัวแบบนางข้าไทหมอบอยู่กับพื้น
ตรงข้ามร่างระหงนั้นมีร่างชายหนุ่มผู้หนึ่ง แต่งตัวด้วยเสื้อแขนยาว นุ่งโจง เนื้อผ้าดูมีราคา นั่งก้มหน้าราวใจจดใจจ่อฟังเพลงซึง
ร่างนั้นเงยหน้าขึ้น กลายเป็นใบหน้าหล่อเหลาของ ตรีภพ แต่ผมเผ้าดูเป็นทรงโบราณ ตรีภพมองดูร่างระหงตรงหน้าอย่างชื่นชม
พิมพ์ดาวอ้าปากค้าง หล่อนดูพิศวงงงงวยเป็นอย่างยิ่งที่เห็นชายหนุ่มที่นี่
ตรีภพเบือนสายตามาเห็นพิมพ์ดาวเข้าก็ตกตะลึงไป พิมพ์ดาวอกใจสั่นระทึก
ตรีภพมีอาการสะอึกอึ้ง ขยับตัวทำท่าเหมือนจะผุดลุกขึ้น เสียงซึงพลันชะงักหาย
“อันใดหรือเจ้า พี่เทพ" เสียงเจ้านางผู้ดีดซึงถามขึ้นมา
พิมพ์ดาวยืนนิ่งขึง
ร่างระหงที่เล่นซึง เหลียวขวับมามองอย่างไม่พอใจ เสียงที่พูดวางอำนาจ
“นั่นใคร"
ใบหน้าที่หันมานั้น คือใบหล้าของ เจ้านางยอดหล้า ที่งดงามพิลาสพิไล แต่ระคนไปด้วยความน่ากลัวบางอย่าง
คุ้มนางครวญ
พิมพ์ดาวลุกพรวดขึ้นมาจากเตียง อกใจสั่นไหว ระทึกขวัญ ทั้งที่ความฝันนั้นไม่ได้น่าสะพรึงกลัวแต่ประการใด
หล่อนเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟหัวเตียง ไฟสว่างขึ้น มือปัดโดนนิตยสาร 4-5 เล่มที่วางซ้อนอยู่ตกลง พิมพ์ดาวคว้ามันขึ้นมา พบว่าเป็นนิตยสารบันเทิง หน้าปกเป็นตรีภพวางท่าหรูเท่อยู่ พิมพ์ดาวหน้าหงิกใส่
“อีตาบ้านี่ ใครใช้ให้นายมาอยู่ในความฝันฉัน"
พิมพ์ดาวคว่ำหนังสือลง ใจยังครุ่นคิดถึงฝันประหลาดเมื่อครู่
บ้านพิมพ์ดาว ในเวลาตอนเช้า
คุณจันทราวัยสี่สิบปลาย ยังคงสะสวย แต่งตัวสะสวย แต่งตัวทันสมัย ดูเฉลียวฉลาดและอารมณ์ดีกำลังเตรียมอาหารเช้าอย่างง่ายๆ อยู่ที่แพนทรี่ ที่โต๊ะอาหาร พิมพ์เดือนแต่งชุดนักศึกษา เป็นนักศึกษาคณะโบราณคดีปีสุดท้าย ร่าเริงสดใส ดูอ่อนหวานกว่าพิมพ์ดาว
ใบเฟิร์น สาวใช้ประจำบ้านเป็นสาวบ้านนอกที่มาทำงานเพราะเป็นแฟนคลับพิมพ์ดาวเมื่ออยู่นานเข้าก็ทำตัวราวเป็นผู้จัดการส่วนตัวพิมพ์ดาว กำลังปิ้งขนมปังอยู่ พิมพ์ดาวเดินตาปรือลงมาในห้องโถง พิมพ์เดือน จันทรา และใบเฟิร์นหันมามอง
“อุ้ย คุณพิมพ์" ใบเฟิร์นประหลาดใจ
จันทราปิดเตายกจานพวกเบคอนไข่ดาวมาที่โต๊ะ พิมพ์ดาวมานั่งลง
“ตื่นแล้วหรือจ้ะ"
พิมพ์ดาวยิ้มตอบแม่ “ค่ะ"
พิมพ์เดือนเลื่อนถ้วยกาแฟให้ พลางสบตาจันทรา พิมพ์ดาวจิบกาแฟ ใบเฟิร์นเอาจานขนมปังกับผลไม้มาวางแล้วนั่งลง
“งานเมื่อคืนเป็นยังไงบ้างคะ" น้องสาวชวนคุย
“งานอีเว้นท์สปาน่ะหรือ ไม่มีอะไรนี่ ไปเดินๆ ยิ้มๆ แป๊บเดียวก็ได้เช็คมาแล้ว"
พิมพ์ดาวเอาเช็คธนาคารที่ติดมือมาโบก พิมด์เดือนดึงมาดูตัวเลข
“เอาเข้าแบงค์ให้พี่ด้วยนะ ยายเดือน"
จันทราถามขำๆ “แค่เดินๆ ยิ้มๆ แค่นั้นหรือจ๊ะ"
“ค่ะ"
“แล้วตัวเอกในงานนี่ใครลูก หนูบอกแม่ว่าคุณอ้นไม่ใช่หรือ"
พิมพ์ดาวทำจมูกย่น
“ตอนแรกกะนังอ้นค่ะ แต่นางกลัวออกงานแล้วไม่เด้งก็เลยไปเติมโบท็อกซ์ แล้วเกิดผิดพลาด หน้าเบี้ยวไปแถบนึง"
ใบเฟิร์นกับพิมพ์เดือนหัวเราะคิก จันทราโบกมือในเชิงว่าอย่าไปว่าเค้า
พิมพ์ดาวต่ออีก “ก็เลยไปเอานายพระเอกโรบ็อทมาแทน"
พิมพ์เดือนแก้ต่างแทน “แหม…แค่เรื่องแรกหรอกค่ะ เรื่องที่สองก็ดีขึ้นแล้ว"
พิมพ์ดาวค้อนน้องสาว
“แล้วหนูสนิทชิดเชื้ออะไรกับคุณตรีนี่แค่ไหน" จันทราถามขึ้น
พิมพ์ดาวบอก “สนิทอะไรคะ ไม่รู้จักกันเลยไปเจอกันหน้างาน"
พิมพ์เดือนซัก “แล้วเค้าเป็นยังไงบ้างคะ"
“ไม่เห็นมีอะไรเลย หล่อก็ไม่หล่อ ทำเริดๆ เชิดๆ เหมือนเป็นดาราใหญ่ เชอะ"
จันทรา พิมพ์เดือน และใบเฟิร์นสบตากัน
“ทำไมต้องทำท่าไม่ชอบเขาขนาดนั้น" ผู้เป็นมารดาแปลกใจ
“ก็นายนี่เป็นพวกเพลย์บอยเป็นเสือผู้หญิงนะซีคะ คิดว่าตัวเองหว่านเสน่ห์เข้าหน่อย ผู้หญิงก็คงอ่อนระทวยโผเข้าวงแขนกันหมดซีนะ" ยิ่งพูดพิมพ์ดาวก็ยิ่งหมั่นไส้
ใบเฟิร์นเพ้อ “ถ้าเป็นหนูไม่ต้องหว่านหรอกค่ะ หนูยอม หนูช้อบ…ชอบ"
“ใบเฟิร์น"
พิมพ์ดาวตาเขียว ใบเฟิร์นทำคอหดแต่ไม่ได้กลัวเกรงอะไร จันทราคว้ารีโมทมาเปิดทีวี
“อือม์..งานเมื่อคืนไม่มีอะไร พระเอกใหม่ก็ไม่รู้จักกัน งั้นหนูดูข่าวนี่หน่อยซิลูก
พิมพ์ดาวมองดูภาพในทีวีจอแบน
ภาพในจอเป็นภาพที่ตัดต่อมาจากงานอีเวนท์สปา เมื่อตัดต่อสั้นๆ ประกอบกับดนตรีเซ็กซี่ทำให้เกิดอีกหลายเรื่องราว เช่น ภาพตรีภพเหลือบมองแล้วยิ้มนิดๆ เมื่อมาตัดต่อภาพพิมพ์ดาวเหลือบมองแล้วยิ้มหวานกับสถานการณ์อื่น กลายเป็นทั้งคู่สบตากัน
ประกอบกับเสียงบรรยายข่าวบันเทิง อันแปร๋แปร๋นของพิธีกร
“พระเอกตรีภพจุมพิตนางร้ายแสนสวยพิมพ์ดาว ดูดดื่มกลางงานอีเว้นท์"
พิมพ์ดาวถือส้อมจิ้มไส้กรอกค้าง
ในจอทีวีเป็นภาพตรีภพดึงพิมพ์ดาวลงอ่าง ทีมงานทำเป็นภาพสโลว์โมชั่น
จันทรามองปลงๆ พิมพ์เดือนนึกสนุก ใบเฟิร์นทำท่าเกือบฟิน
ภาพในจอ ตรีภพตระกองพิมพ์ดาวยืนขึ้นแล้วจุมพิต น้ำพร่างพรู ดูเซ็กซี่ยิ่งกว่าจันดารา อันคัท!
พิมพ์ดาวนั่งอึ้ง
“แต่ทั้งสองยังปากแข็งว่าไม่มีอะไรกัน" พิธีกรเม้าท์ต่อ
ภาพในจอเป็นตอนตรีภพคลุมเสื้อคลุมมหาราชา เปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกผมหมาดแล้ว ให้สัมภาษณ์
“อ๋อเป็นแฟนคลับน้องมานานแล้วครับ"
พิมพ์ดาวเปลี่ยนชุดใหม่เป็นชุดราตรีเรียบๆ แทนชุดที่เปียก บอก
“อ๋อ ตามสคริปท์เท่านั้นละค่ะ"
พิมพ์ดาวรีบหันมาแก้ตัวกับทุกคนที่จ้องอยู่
“ไม่ได้จูบจริงนะคะ แค่มุมกล้องปากห่างกันเป็นคืบ"
พิธีกรสาระแนต่อ “แต่ว่าคนในวงยืนยันว่าทั้งคู่คบหากัน"
พิมพ์ดาวชะงักหันขวับมามองทีวี
ภาพในจอตอนนี้ เจ๊เบิร์ด เจ้าแม่อีเว้นท์ฉีกยิ้มกับกล้อง
“น้องกำลังดูๆ กันอยู่ฮะ..แหม..ไม่งั้นจะแสดงได้สมจริงขนาดนี้หรือค่ะ"
พิมพ์ดาวทำหน้าจะร้องไห้
“ไม่จริงนะคะ ไม่จริงนะคะแม่ ยายเดือนเชื่อพี่นะ ใบเฟิร์นเธออย่ามาทำหน้าแบบนั้น"
จันทราทำหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง พิมพ์เดือนหัวเราะคิก
“ยายพิมพ์นะยายพิมพ์ วันนี้ฉังคงไม่เป็นอันสอนหนังสือหรอกทุกคนต้องถามฉันเรื่องนี้"
“แต่รับรองเพื่อนหนูทุกคนต้องกรี๊ดสลบแน่ อิจฉาพี่พิมพ์"
ใบเฟิร์นยิ้มย่องปลื้มสุดๆ “อย่าปากแข็งเลยค่ะ คุณพิมพ์ ฮิ ฮิ ฮิ หนูช๊อบ ชอบ"
พิมพ์ดาวโมโห เกือบลุกขึ้นเต้นเร่าๆ
คุ้มนางครวญ
ฟากฐาปกรณ์นั่งอยู่ที่โซฟาตรงหน้ามีหนังสือพิมพ์บันเทิง 2-3 ฉบับ มีรูปตรีภพจุมพิตพิมพ์ดาว และมีพาดหัวข่าวชวนหวาดเสียว
ส่วนที่โต๊ะทำงานสุชาดานั่งทำงานเคร่งอยู่ ตรงหน้าก็มีหนังสือพิมพ์อีกชุดหนึ่ง
“น้องตรีนะน้องตรี ไปรับงานของนังเบิร์ดได้ยังไงนะ"
ตรีภพยิ้ม “สนุกดีออกครับ"
สุชาดาบ่นไม่เลิก “แต่มันเสียเกรดเราหมด เหมือนเป็นตัวสำรองยังไงก็ไม่รู้ ที่จริงมันต้องดีลกัน ต้องมีสัญญาให้รัดกุม รู้ไหมนังเบิร์ดมันเขี้ยวจะตาย"
ตรีภพมองสุชาดา รำพึงเบาๆ
“ฮะ แต่น้อยกว่าเจ๊"
สุชาดาลุกพรวดขึ้น
“นี่ไม่ได้แล้วนะคะ น้องตรีไม่มีผู้จัดการตั้งสามเดือนแล้ว น้องตรีต้องหาผู้จัดการคนใหม่ได้แล้ว"
ตรีภพสัพยอก “ผมกลัวคนใหม่จะมา…เอ้อ ลวนลามผมอีกน่ะซี"
มาดามสุ มานั่งบนพนักโซฟาเอามือวางแปะที่ไหล่ แล้วเริ่มลูบไล้ลวนลาม
“อุ้ยตาย…ถ้ากลัวพวกนั้น ก็หาผู้หญิงซีคะ เอาไหมคะ พี่สุจะเป็นผู้จัดการให้น้องตรีเอง"
ตรีภพอยากจะพูดใส่หน้า แต่ฐาปกรณ์เข้ามาพูดแทนใจ
“แล้วเธอแน่ใจหรือว่าเธอจะไม่ปล้ำไอ้ตรีมันเข้า"
มาดามสุค้อนผัวลุกถอยมา
“นี่ อย่ามาพูดแบบนี้นะ อ้อ แล้วอีกเรื่องนึง เรื่องเธอกับนังพิมพ์ดาวนี่ยังไง ไปแอบคบกันตั้งแต่ตอนไหน"
ตรีภพอมยิ้ม
“อย่าว่าแต่คบเลยครับ เจอกันครั้งแรกก็ในงานนั้นแหละครับ แต่เจ๊เบิร์ดแกกลัวไม่มีใครตีข่าว แกก็เลยดันสดขึ้นมา"
“ต๊าย พี่บอกแล้วไงอีนี่มันหน้าด้าน น้องตรีไม่น่ายอมมัน เอ๊ะ แต่บางที อาจเป็นฝีมือนังพิมพ์ดาวก็ได้"
ตรีภพฉงน “ยังไงฮะ"
“นังนี่มันหวังจะเกาะน้องตรีดังน่ะซีคะ มันดึงให้นังเบิร์ดพูดไปแบบนั้น นังนี่มันร้ายจะตาย"
ฐาปกรณ์งง “รู้จักเขาด้วยหรือ"
“ถึงไม่รู้จัดตัวก็รู้กิติศัพท์มันค่ะ ดูตอนที่มันมีเรื่องกับเจ๊จิ๋มซีคะ"
ฐาปกรณ์ท้วง “อ้าวก็อีเจ๊จิ๋มไปโกงเงินเด็กมันจริงๆ ไม่ใช่หรือ"
สุชาดาชะงัก ตรีภพฟังอย่างเก็บข้อมูล
“ถ้านังนี่มันไม่ร้าย นังจิ๋มมันคงไม่โกงหรอกค่ะ"
ฐาปกรณ์ตัดบท “นี่เลิกพูดถึงชาวบ้านเถอะ เรื่องงานน่ะว่ายังไง วันนี้ไอ้แก้วมันนัดส่งเรื่องย่อแล้วไม่ใช่หรือ"
แก้วอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์ห้องพัก
จอคอมพิวเตอร์โน๊ตบุค ที่เปิดอยู่มีคำว่า เรื่องย่อ แล้วจากนั้นคือความว่างเปล่า โน๊ตบุคนั้นถูกวางทิ้งอยู่บนโต๊ะกาแฟ ส่วนแก้วนั้นนอนหงายอยู่บนเตียงมีท่าทางหมดอาลัยตายอยากบนเตียงรกไปด้วย จดหมายเรียกเก็บเงิน เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าผ่อนเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมทั้งจดหมายยื่นคำขาดของบริษัทเครดิต
มีโทรศัพท์เข้า แก้วเอาขึ้นมาดูเบอร์แล้วคอหด รีบกดปิดเครื่อง แล้วถอนใจโล่งอก ทันทีทันใดมีเสีงทุบประตูห้องดังสนั่น
“ไอ้แก้ว ไอ้แก้ว"
แก้วลุกพรวดมายืนเก้กังกลางห้อง
เป็นเจ้าหนี้ 1 ใน สิบ “กูรู้ว่ามึงอยู่ข้างใน มึงเปิดประตูมาซะดีๆ"
แก้วย่องไปเอาหน้าแนบฟังเสียงที่ประตู แล้วผงะเมื่อประตูถูกทุบแรงกว่าเดิม
“มึงจะเปิดหรือจะให้กูพังเข้าไป"
แก้วผงะถอยออกมายืนเหลียวซ้ายแลขวาแล้ววิ่งไปที่ระเบียง
ในซอยเปลี่ยวถนนคอนกรีต สองข้างทางเป็นป่าหญ้า แก้วเดินอย่างเร่งรีบมาตามทางเส้นนี้ ก้มหน้าเอามือป้องหัวเหมือนจะบังแดด มีรถยุโรปคันใหญ่ติดฟิล์มดำมืดสวนมา รถแล่นผ่านแก้วไป
แก้วเหลือบมองดูรถอย่างโล่งใจแล้วเดินต่อ
ทันใดนั้น รถคันนั้นเบรกเอี๊ยดแล้วตีวงกลับ คนขับรถเลื่อนกระจกลง เห็นเป็นชายกลางคนใส่แว่นดำ
“คุณแก้ว คุณแก้วใช่ไหม"
แก้วร้องออกมาคำหนึ่ง แล้วเริ่มออกวิ่ง รถคันนั้นขับไล่ตามจนทัน กระจกรถอีกด้านถูกเลื่อนลง เห็นชายแต่งตัวภูมิฐาน ตะโกนเรียก
“คุณแก้ว!"
แก้วยังไม่หยุด คนขับเร่งเครื่องแล้วหักขวาง แก้วเบรกไม่ทันชนรถโครมแล้วหงายลงก้นจำเบ้ากับพื้น คนขับรถ ชายภูมิฐานลงมายืนค้ำ แก้วยกมือไหว้ท่วมหัว
“อย่าทำผมเลย ตอนนี้ผมไม่มีจริงๆ"
ประตูรถตอนหลังเปิดออก เป็นตาทองก้าวลงมาอีกคน
“คุณแก้ว โธ่ ลุกขึ้นก่อนครับ"
คนขับรถและชายแต่งตัวภูมิฐาน ซึ่งเป็นทนาย ดึงแก้วขึ้นอย่างทุเรศนิดๆ
ทนายบอก “พวกเรามาจากคุ้มเวียงแก้ว ผมเป็นทนายของตระกูล"
“พวกเรามาเชิญคุณกลับไปที่คุ้มครับ" ตาทองเสริม
แก้วยังคงงงเป็นไก่ตาแตก
คุ้มนางครวญ
ฐาปกรณ์ยืนหน้าบึ้งอยู่ที่โต๊ะทำงาน มาดามสุนั่งไขว่ห้างอยู่ที่โซฟา ตรีภพยืนอยู่กลางห้องมีอาการหนักใจ
“ไอ้แก้วไปเชียงใหม่"
“ทางอพาร์ทเม้นท์เขาว่ายังงั้นครับ" ตรีภพบอก
ฐาปกรณ์โมโห “แล้วมันเสือกไปอะไรตอนนี้"
“มองในแง่ดี มันอาจจะไปหาข้อมูล เขียนเรื่องให้พี่ก็ได้"
ตรีภพถอนใจนั่งลง มาดามสุเชิดหน้ามีแววเยาะ
สุชาดาหน้าหงิก “เห็นไหมล่ะ ฉันเตือนแล้ว ว่าไอ้แก้วนี่ขี้เกียจตัวเป็นขน ละครยาวบางเรื่องมันเขียนอยู่ตั้ง 2 ปี ไอ้ที่จะมาเขียนเดือนเดียวเสร็จน่ะ ฝันไปเถอะ"
“ไง นายเป็นตัวตั้งตัวตีอยากให้มันมาเขียนไม่ใช่หรือ" ฐาปกรณ์โวยตรีภพ
ตรีภพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“แต่มันรับปากผมเป็นมั่นเป็นเหมาะนะครับ"
ฐาปกรณ์ระอา “เฮ้อ ฝีมือมันดีจริง แต่ไอ้เรื่องติสท์แตกเกินเหตุนี่มันไม่ไหวจริงๆ"
“ติสท์เติ้ดอะไร ขี้เกียจน่ะไม่ว่า" มาดามสุด่า
“ยังไงก็รอดูมันก่อนเถอะครับ ไอ้แก้วมันไม่น่าจะทิ้งงานหรอก"
ฐาปกรณ์ยังคงอารมณ์เสีย มาดามสุรำคาญผัว
อีกฟากหนึ่ง ทุกคนรวมตัวกันอยู่บริเวณส่วนรับแขกคุ้มใหญ่
แก้วยังคงแต่งตัวมอซอนั่งอยู่บนโซฟาใหญ่ ทนายความนั่งอยู่ตรงข้าม บนโต๊ะมีเอกสารหลายชิ้น ที่พื้นตาทองและสายใจนั่งอยู่ ทุกคนแต่งกายไว้ทุกข์ แก้วยังคงมองดูรอบๆ ตัว
“คุณทราบมาก่อนไหมครับว่าเกี่ยวดองเป็นญาติกับแม่เจ้าท่าน" ทนายเปิดฉากถาม
“ผมทราบว่าท่านเป็นน้องสาวคนสุดท้องของคุณปู่ผม แต่ว่าคุณปู่ก็ไม่ติดต่อกับทางคุ้มนี้มาหลายสิบปีแล้ว"
ตาทองกับสายใจสบตากัน
“ผมเคยได้ยินมาว่า เจ้าพ่อของคุณปู่ คุณทวดผมประกาศตัดขาดกับคุณปู่ ชนิด เอ้อ…ไม่มีวันญาติดีกันได้ไม่ใช่หรือครับ" แก้วสงสัย
ทนายพยักหน้ารับ “ครับ"
แก้วฉงน “แต่ญาติห่างๆ แบบผมก็ยังมีอยู่อีกตั้งหลายคน
“ผมทราบ แต่ว่าแม่เจ้าระบุไว้ในพินัยกรรมว่า คุ้มเวียงแก้วกับทรัพย์สินทั้งหมดให้ยกให้คุณเพียงคนเดียว"
สีหน้าแก้วยังคงงุนงง มากกว่าดีใจ
ภายในห้องสมุดของคุ้มใหญ่ มีรูปถ่ายของเจ้าเก็จถวาที่ถ่ายไว้ราว 10 ปีก่อนติดอยู่ สายตาที่มองมาดูเศร้าสร้อย แก้ววางพวงมาลัยลงบนพานแก้วหน้ารูป ตาทองและสายใจยืนดูอยู่ สายใจซับน้ำตา ห่างออกไปที่พื้นมีสาวใช้วัยสาว 2 คนคุกเข่าอยู่
“ท่านป่วยเป็นอะไรหรือครับ"
สายใจมีทีท่าผิดปกติบางอย่าง
“ท่านสุขภาพดีมาตลอด ไม่เคยมีวี่แววเจ็บป่วยอะไรเลย แต่จู่ๆ เราก็เจอท่านนั่งอยู่ที่โต๊ะตัวนี้"
ตาทองผลักประตูห้องสมุดเข้ามา นาฬิกาข้างฝาบอกเวลาตีห้า
“มหาจรวยไม่อยู่ครับ แม่เจ้า เห็นว่าพาคณะปฏิบัติธรรมไปเมืองลาวหรือพม่านี่แหละครับ"
ตาทองมองดูเห็นที่โต๊ะเขียนหนังสือ เจ้าเก็จถวานั่งอยู่บนเก้าอี้พนักสูง หน้าเอียงซบกับพนัก อีกทั้งใบหน้าอยู่ในเงามืด มือยังคงถือปากกาบนโต๊ะมีกระดาษ เขียนข้อความด้วยลายมือ ปากกายังคงจ่ออยู่ที่ลายเซ็น
“แม่เจ้าขอรับ แม่เจ้า"
ตาทองเริ่มรู้สึกผิดปรกติ ก้าวเข้าไปใกล้
“แม่เจ้า"
เจ้าเก็จถวายังคงนั่งไม่ไหวติง ตาทองเริ่มหวาดหวั่น จดๆ จ้องๆ ยื่นมือไปจับเก้าอี้ให้หมุนมา
ใบหน้าเจ้าเก็จถวาในเงามืดหันมารับแสงจากโคมตั้งโต๊ะ ใบหน้านั้นบิดเบี้ยวดวงตาเบิกโพลง ปากอ้ากว้าง ใบหน้าดูผิดรูปเหมือนไม่ใช่มนุษย์
ตาทองผงะหงาย ถอยหลังกรูดไปนั่ง ก้นกระแทกกับพื้น มือเจ้าเก็จถวาเมื่อเก้าอี้ถูกดึงก็ตกลงบนตักดึงกระดาษนั้นปลิวหล่นร่อนมาตรงหน้าทองทอง
ตาทองตัวสั่นหยิบมันมาดูเห็นว่าเป็นพินัยกรรมเขียนด้วยลายมือมีลายเซ็นเจ้าเก็จถวา และลายมือของสาวใช้เป็นพยานครบถ้วน
ในห้องสมุดคุ้มใหญ่ เวลานั้น แก้วรับฟังอย่างแปลกใจ แต่ตาทองตัวสั่น สายใจน้ำตาไหลใบหน้าตื่นกลัวปนสยดสยอง ตาทองชี้ไปยังสาวใช้ 2 คน
“ระริน กับเฟื่องฟ้า บอกว่าแม่เจ้าให้มาเซ็นชื่อเป็นพยานก่อนหน้านั้นนิดเดียว"
ระรินกับเฟื่องฟ้าตัวสั่น
ระรินบอก “ใช่เจ้า ตอนข้าเจ้าสองคนออกมาจากห้อง ก็ได้ยินเสียงเครื่องรถตาทองเข้ามาพอดีเจ้า"
เฟื่องเสริม “ตอนนั้นแม่เจ้าก็ยังดูปกติดีอยู่เจ้า"
ระรินแย้ง “ก็ไม่ปกติเท่าใดหรอกเจ้า แม่เจ้าดูมึนๆ ซึมๆ ยังไงไม่รู้เจ้า"
สายใจหลุดปากออกมา “จะปกติได้อย่างใด ก็ผีม้าบ้องตาลุก มาเอาตัวแม่เจ้าไป"
ตาทองงง “สายใจ พูดอะไร"
แก้วก็งง ได้ยินไม่ถนัดนัก “อะไรนะ"
“จริงๆ นะเจ้า ข้าเจ้าเห็นผีม้าบ้องตามันลุกจ้า ขนคอเป็นเปลวไฟลากรถม้าสีดำมารับตัวแม่เจ้าไป"
“เหลวไหล แกฝันไปน่ะไม่ว่า" ตาทองเอ็ด
“แต่…"
ตาทองตัดบท “ไม่ต้องแต่ แกน่ะหยุดพูดได้แล้ว"
สายใจก้มหน้างุด
“ไปเถอะครับคุณแก้ว ผมจะพาคุณไปห้อง"
ในเวลาต่อมาแก้วทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงใหญ่ปูลาดด้วยผ้าคลุมที่ดูแพงระยิบระยับ แก้วกวาดตาดูรอบๆ ห้อง เพดานสูงมีโคมไฟฟ้าราคาแพงอีกหลายสิ่ง
แก้วลุกขึ้นเดินดูรอบๆ ห้อง คว้ารีโมทมาเปิดทีวีจอใหญ่ แล้วปิดเสียง หันไปเปิดเครื่องเสียงอีกอย่าง แล้วเดินไปเปิดดูตู้เสื้อผ้าที่คนรับใช้นำเสื้อผ้ามาแขวนให้ ดูแล้วไม่สมกับตู้ แก้วยิ้มกับตัวเอง
แก้วเดินออกไปยังระเบียงของห้องนอน มองดูอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลของคุ้ม สวนสวยเต็มไปด้วยไม้ใหญ่เก่าแก่อยู่รอบๆ สวนดอกไม้ที่ได้รับการดูแลอย่างดี ดัดเลื้อยไปยังศาลารับรองมหึมา
แก้วมองไปอีกมุม เห็นแนวต้นไม้ใหญ่ติดต่อกันเป็นพืดที่สุดสายตา มียอดสิ่งก่อสร้างเก่าโผล่ขึ้นมา แลดูมืดมน แม้เป็นยามกลางวัน ลมแรงพัดมาเสียงกระดิ่งลมดังก้องฟังดูวังเวง แก้วรู้สึกสังหรณ์โดยประหลาด
คืนเดียวกันนั้นที่ห้องโถงคอนโดของตรีภพ ซึ่งตกแต่งแนวโมเดิร์น เครื่องเรือนและของตกแต่งดูดูเป็นสไตล์มินิมอลลิสม์ ตรีภพกำลังรอสายมือถืออยู่กลางห้อง ตฤณแต่งตัวสภาพเหมือนเคย กำลังรื้อหาของกินและน้ำจากตู้เย็น ได้แล้วก็เดินมาที่โซฟา หน้าจอโทรทัศน์เปิดช่องกีฬาไว้
“เอ็งกะพิมพ์ดาวมีอะไรคืบหน้าหรือยังวะ"
“คืบหน้าบ้าอะไร ถือว่าไม่รู้จักกันก็ยังได้โว้ย"
“โห ขนาดยังไม่รู้จักยังจูบกันแนบแน่นขนาดนั้น ทำไมเขาใจถึงนักวะ"
“ไอ้บ้า รู้จักมุมกล้องไหม ปากห่างกันตั้งเป็นคืบ"
ตรีภพพูดประโยคเดียวกะพิมพ์ดาวเป๊ะ เขามองดูโทรศัพท์ท่าทีหงุดหงิดมากขึ้น
“ไอ้แก้วนี่มันยังไงกันวะ" ตรีภพลองกดโทร.อีกหน “หือม์ ติดแล้วว่ะ" ตฤณมองๆ
ตรีภพคุยสายอย่างตื่นเต้นดีใจ “ฮัลโหล"
คุ้มนางครวญ
ขณะนั้นแก้วใส่เชิ้ตดำกับเสื้อนอกกำลังขับรถ พูดโทรศัพท์มือถือราคาแพงผ่านบลูทูธไปด้วย
“ฮัลโหล ไอ้ตรี มีอะไรวะ"
“ถามได้มีอะไร นี่เอ็งหายหัวไปไหนกันแน่ ทำไมไม่รับโทรศัพท์"
“แบตหมดโว้ย ชาร์จเจอร์ก็ลืมเอามา วันนี้ตอนแรกจะไปซื้อชาร์จเจอร์ ดูไปดูมาเลยซื้อมือถือใหม่ซะเลย"
ตรีภพยังงุนงง ตฤณพยายามจับใจความ
“เออก็ดีแล้ว แล้วเรื่องงานบทเอ็งจะเอายังไง"
“บทอะไรวะ"
ตรีภพฉุน “ไอ้บ้า ถามมาได้บทอะไร ก็บทเรื่องทางเหนือน่ะซี ตอนนี้พี่ฐากับมาดามสุจะเป็นบ้าแล้วนะโว้ย"
แก้วยิ้มสะใจ
“ตอนนี้ข้ารวยเป็นพันล้าน ใจคอเอ็งจะให้ข้าไปเป็นขี้ข้าให้ไอ้ผู้กำกับซาดิสต์กับนังเมียจอมงกโขกสับอีกหรือ"
ตรีภพขมวดคิ้ว
“เฮ้ย ไม่ได้นะโว้ย เอ็งรับปากเขาแล้วเป็นมั่นเป็นเหมาะ"
“เออ ต้องวางแล้วว่ะ"
แก้วตัดบทวางหู
ตรีภพลดโทรศัพท์ลง มองดูหน้าตฤณ ตฤณถามว่ามีอะไร
เสียงอึกทึกดังมาจากเอ็นเตอร์เทนเมนท์ คอมเพล็กซ์ ในตอนกลางคืน
ที่นี่เป็นแหล่งบันเทิงยามราตรีของเชียงใหม่ รถยุโยปหรูแล่นเข้ามาจอด แก้วลงมาส่งกุญแจให้พนักงานขับรถ เขาอยู่ในชุดดำที่มาจากงานศพ ดูหรูหราจนมาเที่ยวต่อได้
เหนือบันไดทางเข้า เห็นพ่อเลี้ยงธาดาวัย 40 ปี เจ้าของคอมเพล็กซ์ แต่งตัวดูหรูเว่อร์เกินงามไปนิดก้าวมามีบอดี้การ์ด 2 คนตามหลัง พ่อเลี้ยงธาดายิ้มร่าประจบเอาใจ
“ยินดีต้อนรับครับเจ้า"
“เรียกผมแก้วเฉยๆ เถอะครับ พ่อเลี้ยง"
“โอเคครับ เชิญคุณแก้วข้างในดีกว่าครับ"
พ่อเลี้ยงธาคาโอบไหล่แก้วพาเดินเข้าผับ พนักงานสาวในชุดราตรี 4 นางยืนพนมมือไหว้เป็นทิวแถว
ผับที่แก้วเข้ามา เป็นผับขนาดใหญ่ ตกแต่งทันสมัยเต็มไปด้วยแสงสี บนเวทีมีวงดนตรี นักร้องสาวเซ็กซี่กำลังออกมาทั้งร้องทั้งเต้น
ที่ส่วนบัลโคนี่มองเห็นเวทีได้ถนัด เป็นส่วนวีไอพีต้อนรับแขกสำคัญของพ่อเลี้ยงธาดาบนโซฟาแก้วนั่งคุยกับพ่อเลี้ยงธาดา และนักธุรกิจชื่อดังของจังหวัดอีก 2 สอง ตรงหน้ามีเครื่องดื่ม
“ผับของพ่อเลี้ยงนี่สุดยอดเลยนะครับ"
“ขอบคุณครับ คุณแก้ว"
นักธุรกิจ 1 เอ่ยขึ้น “ไม่ได้มีแค่ผับนะคุณที่สุดยอด ถ้าคุณแก้วขี้เมื่อยละก็เชิญทางปีกซ้ายได้เลย"
แก้วหัวเราะ “น่าสนใจนะครับ แต่เอาไว้คราวหน้าดีกว่า"
นักธุรกิจ 2 เอ่ยเสริม “ถ้าคุณแก้วชอบเรื่องเสี่ยงโชคละก็ต้องเชิญด้านหลัง"
แก้วโอภาปราศรัย “หรือครับ"
ธุรกิจ 2 ชวน “ไปไหมละครับ ผมกำลังจะไปจะได้พาคุณทัวร์ด้วย"
แก้วออกตัว “ขอบคุณครับ แต่ตอนนี้ผมอยากฟังเพลงมากกว่า"
ธุรกิจ 1 ขอตัว “โอเคครับ งั้นผมสองคนขอตัวก่อน"
“เชิญครับ"
2 นักธุรกิจลุกขึ้นเดินลงไป พ่อเลี้ยงธาดารินเหล้าเพิ่มให้แก้ว แล้วโบกมือกับพนักงาน
“เอากับแกล้มมาเพิ่มอีกหน่อย"
พนักงานเดินไป ธาดามองดูแก้ว
“เห็นว่าคุณแก้วยังมีที่ดินริมน้ำอีกผืนติดกับคุ้มเวียงแก้ว"
“อ๋อ คุ้มร้างน่ะหรือครับ"
“ครับ"
“เห็นว่าทรุดโทรมมากแล้วก็รกเป็นป่าเลย"
ธาดาคล้ายหยั่งเชิงบางประการ “คุณแก้วมีแผนการจะจัดการอะไรกับที่ดินแปลงนี้หรือเปล่าครับ"
“ผมยังไม่มีแผนอะไรหรอกครับ ตอนนี้ยังมีเรื่องต้องจัดการก่อนอีกตั้งหลายเรื่อง" แก้วว่า
ธาดาดูมีอาการโล่งใจบางอย่าง
“แต่ว่าผมสนใจอยู่นะครับ ไว้วันไหนคุณแก้วว่างๆ ผมอยากขอไปดูซักหน่อย"
“ได้เลยครับพ่อเลี้ยง"
มีสาวใหญ่รูปร่างอวบอัด แต่งตัวดี แต่มีอะไรบางอย่างบอกว่านางคือแม่เล้า เดินตรงมาพลางยิ้มร่า
“น้องๆ มาแล้วค่ะ"
แก้วมองสองสาวตาวาว 2 สาวย่อตัวไหว้ แก้วรับไหว้เชิญ 2 สาวนั่ง 2 สาวมานั่งลงขนาบ 2 ข้างแก้ว พ่อเลี้ยงธาดามองดูอย่างพอใจ
คุ้มใหญ่ตกอยู่ในความมืด เวลากลางดึกคืนนั้น
พื้นพรมในห้องนอนของแก้วมีเสื้อ กางเกง ของแก้ว และกระโปรงราตรีกองอยู่เรี่ยราด บนเตียงแก้วหลับอย่างหมดสภาพ ขนาบข้างด้วยสองสาว
นอกระเบียงมีลมพัดมาจนประตูสู่ระเบียงเปิดออกจากกัน ที่สุดสายตาเห็นยอดหลังคาคุ้มร้างโผล่จากแนวต้นไม้
มีเงาดำเคลื่อนมาในอากาศแล้วร่อนลงเกาะขอบระเบียง มันเป็นอีกาตัวใหญ่มหึมาดวงตาเรืองแสงเป็นสีแดง ทันใดนั้นเอง จากระเบียงมีหมอกมากมายไหลระเรื่อยมาตามพื้น
ด้วยอะไรบางอย่างแก้วลืมตาขึ้นมา แก้วลุกจากเตียง 2 สาวนอนหลับใหลไม่แม้ขยับตัว แก้วก้าวเท้ามาบนหมอกที่ไหลเอื่อยเข้ามาตลอดเวลาแล้วมองไป อีกาปีศาจร้องสีแหลมยาวและบินจากไป
อีกาปีศาจบินร่อนอยู่บนท้องฟ้า เพ่งมาบนถนนร้างแคบยาวด้านข้างที่ดินของคุ้มใหญ่ ดูแก้วซึ่งแต่งตัวลวกๆ เหมือนคว้าอะไรใกล้มือมาใส่เดินมา กึ่งรู้ตัวกึ่งถูกสะกด มีเสียงม้าร้องดังมาไกลๆ แก้วมองไป เห็นกลุ่มควันอยู่เบื้องหน้า มีจุดแดงสองดวงเคลื่อนมาจากกลุ่มควัน
แก้วเขม้นมองแล้วผงะ ม้าปีศาจวิ่งมาจากกลุ่มควัน ดวงตาแดงก่ำราวถ่านไฟ ขนแผงคอลุกเป็นเปลว
แก้วยังคงตะลึงจังงัง ม้าปีศาจลากรถม้าสีดำมาจอดลง ประตูรถม้าเปิดออกเอง
ม้าปีศาจวิ่งเต็มฝีเท้าพารถแล่นไปอย่างรวดเร็ว ล้อใหญ่ดูวาววับบดกับพื้นถนน ที่สุดทางเป็นกำแพงของเถาไม้เลื้อยที่รกทึบหนาแน่นจนไม่มีทางใดฝ่าไปได้
แก้วนั่งอยู่ในรถม้า มองออกไปตรงหน้า ม้าปีศาจพารถพุ่งเข้าหาเถาไม้เลื้อย ราวจะพุ่งชน แก้วเบิกตากว้าง มีท่าทีตกใจ แต่ไม่สามารถร้องหรือหนีไปได้
ทันใดนั้น กำแพงไม้เลื้อยพลันแยกออกเป็นช่องให้รถม้าวิ่งผ่านไป แก้วหวาดหวั่น หันไปมองทางท้ายรถ
ช่องแยกนั้นพลันปิดลงกลายเป็นกำแพงไม้เลื้อยหนาทึบดังเดิม
คุ้มนางครวญ
แก้วค่อยๆ คุกเข่าลงหน้ายกพื้น มองดูภาพตรงหน้าอย่างหวาดหวั่นและตื่นตะลึง บนเติ๋นมีตั่งทอง เจ้านางยอดหล้านั่งอยู่ ดูงดงามมลังเมลืองเหนือมนุษย์ นางผัน นางเผื่อน หมอบราบอยู่แทบเท้า ยอดหล้ามองดูแก้วพลางยิ้ม แก้วยิ้มตอบความกลัวกลับแฝงความหลงใหลขึ้นมา
“เจ้าคงไม่รู้ซีนะว่าข้าคือใคร
แก้วส่ายหน้า “ครับ"
“ข้าคือย่าทวดของเจ้าเก็จถวา ย่าของเจ้า"
แก้วผงะเล็กน้อย ยอดหล้ายิ้มแย้ม
“แต่เจ้ามิต้องนับญาติกับข้าก็ได้"
“ครับ"
ยอดหล้าถาม “เจ้ารู้หรือไม่ ทำไมเก็จถวาย่าของเจ้าจึงเลือกเจ้าให้เป็นผู้สืบทอดคุ้มเวียงแก้ว"
“ผมไม่ทราบเลยครับ"
“เก็จถวาไม่ได้เป็นคนเลือกเจ้า แต่คือข้าต่างหากเป็นคนเลือก"
แก้วพิศวง แต่กลับรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณ โดยประหลาด
“ทำไมครับ ทำไมต้องเป็นผม"
“เพราะสิ่งที่เจ้าทำไง เจ้าคือช่างเขียนเรื่อง"
แก้วยิ่งงงหนัก “ผมไม่เข้าใจ"
“ข้าปล่อยให้เจ้าสำเริงสำราญมาหลายวัน ตอนนี้จงพอได้แล้ว ข้ามีเรื่องจะเล่าให้เจ้าฟัง จงฟังทุกถ้อยทุกคำของข้า และจดจารจารึกลงในใจเจ้า"
“ครับ"
ยอดหล้าเหม่อมองไปไกล ดวงตายังคงผูกพันแรงกล้ากับเรื่องในหนหลัง
“ข้าจะเล่าเรื่องความรักอันแสนเศร้าของเจ้านางผู้เลอโฉมแห่งคุ้มเวียงแก้วกับขุนนางหนุ่มจากเมืองใต้"
ยอดหล้าดวงตาเปลี่ยนเป็นเคียดแค้น
“ที่ถูกทำลายโดยนังน้องสาวแพศยา นังงูพิษที่ทรยศข้า"
หากมีใครมองจากที่ไกลๆ ตอนนี้จะเห็นว่าแก้วคุกเข่าอยู่ท่ามกลางความรกเรื้อผุพังของคุ้มร้าง ตั่งทองฉากไม้ฉลุ เครื่องราชูปโภค ยอดหล้าและนางผัน นางเผื่อน ปรากฏเป็นเพียงเงาเลือนราง ซ้อนทับอยู่บนความผุพัง
คืนเดียวกัน พิมพ์ดาวนอนหลับอยู่บนเตียง จมลงสู่ความฝัน
เสียงยอดหล้าคำราม “นังดาราราย"
พิมพ์ดาวกระสับกระส่าย กลุ่มควันหมุนวนรวมกันเป็นดวงหน้ายอดหล้า
“นังงูพิษ นังแพศยา ทรยศ เจ้าพรากพี่เทพของข้าไป"
พิมพ์ดาวอึดอัดหายใจไม่ออก ใบหน้ายอดหล้าแปรเปลี่ยนเป็นซากศพ
“ไม่ว่าเจ้าไปอยู่ที่ใด ข้าจะขอผูกเวร ล้างเจ้า ผลาญเจ้า ไปทุกชาติทุกภพตลอดไป"
ใบหน้ายอดหล้ากลายเป็นอสูรกาย ปากแสยะเขี้ยวงอก พุ่งเข้ามาเต็มหน้า พิมพ์ดาวผวาลุกขึ้น ใจเต้นแรงจนต้องเอามือกุมอก พิศวงกับความฝัน
“ผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว"
ในเวลาไม่ไม่ต่างกันนัก ตรีภพผวาลุกขึ้นมานั่งบนเตียง แล้วเปิดโคมไฟที่โต๊ะหัวเตียง พลางครุ่นคิด กลุ่มควันรวมตัวกันเป็นใบหน้างามพิลาสของยอดหล้า
“พี่เทพ ยอดดวงใจของข้า"
ตรีภพนิ่งอั้น
“พี่คือดวงตะวัน ข้าเจ้าคือจันทรา"
ยอดหล้าโศกเศร้า น้ำตาไหลพราก
“พี่พรากจากข้าเจ้าไปนานนัก ไม่ว่าพี่ไปอยู่แห่งใดหนใด ข้าเจ้าจักรักพี่ไป ไม่มีวันเสื่อมคลาย"
ตรีภพถอนใจยาว “ผู้หญิงคนนี้อีกแล้ว"
วันต่อมาที่บริษัทละครของฐาปกรณ์เวลาตอนกลางวัน ฐาปกรณ์ตีหน้ายักษ์ ทุบโต๊ะทำงานโครมพอฟังจบ
“มันพูดอย่างนั้นจริงหรือ"
ตรีภพนั่งอยู่บนโซฟาตรงหน้า สุชาดานั่งหมิ่นบนขอบโต๊ะ ฐาปกรณ์กำลังเอาตลับแป้งสำรวจความงามชะงักปิดตลับแป้ง
“ฮะ" ตรีภพบอก
สาวออฟฟิศ 2 นาง คนหนึ่งเอาน้ำ อีกคนเอาขนมของว่างมาเสิร์ฟหน้าซีด ฐาปกรณ์เอามือกุมหัวทำท่าราวจะทึ้งผม
“โอ๊ย โว้ย กูจะเป็นบ้า"
สองสาวมีอาการพรั่นพรึง รีบถลาออกไป ตรีภพชินกับท่าทีฐาปกรณ์แล้วจึงไม่ตกใจ มีแต่รู้สึกแย่
“ใจเย็นๆ ก่อนพี่"
มาดามสุตาวาวลุกพรวดขึ้น
“ไอ้แก้วได้มรดกรวยเป็นพันหลานเลยหรือ ว้าย ตายแล้ว ดีจังเลย โชคดีอะไรอย่างนี้ ต๊าย มิน่าพี่ถึงว่ามันมีสง่าราศีผิดจากเราๆ"
ตรีภพทำตาปริบๆ ฐาปกรณ์มองเมียพลิกลิ้นตาขวาง
“วันก่อนยังด่ามันขี้เกียจตัวเป็นขนอยู่เลย"
“น้องแก้วคงรู้ล่วงหน้าล่ะซีว่าต่อไปจะได้นั่งกิน นอนกิน ต๊าย มีบุญจริงๆ" ไม่เท่านั้นสุชาดายังนับ แก้วเป็นญาติเรียกน้องอีกด้วย
“อ้อ แล้วทีมันสร้างความฉิบหายให้กะเราล่ะ เสียเวลาไปสิบวันกลับมานับหนึ่งใหม่"
“ผมว่านับศูนย์มากกว่าครับ"
ตรีภพหลุดปาก ฐาปกรณ์ตาขวาง ตรีภพหุบปาก
“เพราะนายคนเดียวไอ้ตรี เสือกแนะนำไอ้บ้านี่มา ต่อไปถ้าเจอไอ้ห่าแก้วที่ไหน จะด่ามันให้เช็ดเม็ด แล้วกระทืบมันให้จมตีนเลย"
สุชาดาแขวะ “อู๊ย ก็ดี คุณจะได้โดนบอดี้การ์ดน้องแก้วยิงไส้แตก"
“เรียกมันน้องแล้วหรือ"
“มีเงินเขาว่าเป็นน้อง มีทองเขานับเป็นพี่ น้องแก้วกลายเป็นเจ้าไฮโซเมืองเหนือไปแล้ว ยิ่งต้องสนิทชิดเชื้อไว้"
ฐาปกรณ์ยังโกรธอยู่ “เธอนับญาติกับมันไปคนเดียวเถอะ"
“วุ้ย คนเขียนบทน่ะหาเอาใหม่ได้ คิดดูซีน้องแก้วกลายเป็นไฮโซเมืองเหนือ มีเส้นมีสาย เป็นเจ้าของคุ้ม ดีไม่ดีอาจให้เรายืมคุ้มถ่ายฟรีๆ ก็ได้"
มาดามสุนึกไปไกลด้วยความงก แต่ฐาปกรณ์ยังโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงอยู่
“หาคนเขียนบทใหม่…หาง่ายนักนี่ หรือว่าเธอจะเขียนเอง"
“อย่ามาท้าฉันนะ"
ตรีภพปลอบ “โธ่พี่ ใจเย็นๆ ก่อนมาช่วยกันคิดเถอะครับว่าจะหาใครมาเขียนบทใหม่ดี"
ฐาปกรณ์กระแทกตัวลงนั่ง สุชาดานั่งลงบนโซฟาตรงข้ามตรีภพ ขยับขาไขว่ห้างเห็นวับแวม ตรีภพเมินหน้าหนี
“เอานังสุทธิดาไหม"
ฐาปกรณ์ไม่ปลื้ม “อีนี่มันรับงานซ้อนทีเดียว 6-7 เรื่อง คบกับมันมีหวังเป็นบ้า"
สุชาดาบอกอีกคน “แล้วไอ้ต้นล่ะ"
“ไอ้บ้านี่เขียนเป็นแต่เรื่องแอ็กชั่น จะให้ถลกซิ่นไหมกระโดดถีบกันหรือ"
“ว้าย คนนั้นก็ไม่ได้ คนนี้ก็ไม่ได้" สุชาดาบ่น
ทันใดมีอีเมล์เข้า ฐาปกรณ์มองดูโน๊ตบุ๊คตรงหน้างงๆ
“อะไรวะ ไอ้แก้วเมลล์มา"
ตรีภพกับสุชาดางงลุกขึ้นมาดูด้วย ฐาปกรณ์เปิดไฟล์ที่แนบมา
“จริงหรือครับพี่" ตรีภพไม่อยากเชื่อ
สุชาดาเร่ง “เปิดเร็วซีคุณ"
ฐาปกรณ์เปิดไฟล์ดู
“เรื่องย่อหรือครับ" ตรีภพถาม
ฐาปกรณ์บอก “ไม่ใช่เรื่องย่อ…แต่เป็นบทเลย"
ที่จอคอมพิวเตอร์เขียนว่า บทโทรทัศน์ คุ้มนางครวญ ตอน 1
ฐาปกรณ์ ตรีภพ และสุชาดา มองหน้ากันงงๆ
คุ้มใหญ่ดูมืดทะมึนผิดเคย มีแสงสว่างจากระเบียงห้องนอนแก้วเพียงจุดเดียว เบื้องบนมีเมฆฝนฟ้าพยับโพยม ฟ้าแลบแปลบปลาบเป็นระยะ วินาทีนั้นฟ้าแลบสว่างวาบไปทั่วระเบียงห้องแก้ว
พอฟ้าแลบจางลง เห็นแก้วนั่งอยู่ที่โต๊ะหันหลังอยู่มือพิมพ์คอมพิวเตอร์แล็บทอป ฟ้าแลบเข้ามาอีก
ใบหน้าแก้วเวลานี้ซูบหมองคล้ำหนวดเคราขึ้นรก ดวงตาแน่วนิ่ง พรมนิ้วรัวลงบนคีย์บอร์ดไม่ขาดระยะ
บทละครปรากฏขึ้น บรรทัดแล้วบรรทัดเล่า
ฟ้าแลบสว่างทาบมาบนตัวแก้ว ในวินาทีหนึ่งใบหน้าแก้วเหมือนถูกทาบซ้อนด้วยดวงหน้ายิ้มเคียดแค้นของเจ้านางยอดหล้า
คุ้มนางครวญ
ตอนเย็นนั้นเอง รถพิมพ์ดาวแล่นเข้ามาในบ้าน ประตูรั้วไฟฟ้าปิดลง พิมพ์เดือนในชุดนักศึกษาลงมาจากรถ ขนถุงซุปเปอร์มาร์เกตพวกของกินลงมาด้วย ใบเฟิร์นมาช่วยขนของเข้าบ้าน
สักครู่หนึ่งพิมพ์เดือนถือกุญแจรถเข้ามา เห็นพิมพ์ดาวในชุดอยู่กับบ้าน นั่งหน้าบึ้งอยู่หน้าโน้ตบุค พิมพ์เดือนเดินมาหา
“เอารถมาคืนแล้วค่ะ พี่พิมพ์ยังไม่แต่งตัวหรือคะ"
พิมพ์ดาวดูนาฬิกา “เดี๋ยวก็ได้"
“แล้วนี่ดูอะไรอยู่คะ"
“ไม่มีอะไร"
พิมพ์เดือนรีบมาชะโงกดู พิมพ์ดาวจะปิดแต่ไม่ทัน พิมพ์เดือนตาโต เพราะหน้าจอเป็นหน้าจอเว็บดัง มีการตั้งกระทู้หัวข้อ พิมพ์ดาว และ ตรีภพ เหมาะสมกันหรือไม่? โดยมีแท่งกราฟของคนมาลงคะแนน เหมาะสม 51 ไม่เหมาะสมน้อยกว่า
พิมพ์เดือนหัวเราะขำ รีบลงนั่งเบียด
“อุ๊ย มีคนเชียร์ตั้งเกินครึ่งแน่ะค่ะ"
ใบเฟิร์นถือจานของว่างที่เพิ่งแกะจากถุงช็อปปิ้งมาวาง
“หรือคะ เมื่อเช้ามีคนแอนซะตี้ตั้งเก้าสิบเปอร์เซ็นต์"
สองพี่น้องมองดูใบเฟิร์น ใบเฟิร์นนั่งลง ชะเง้อดูจอด้วย
“แล้วพี่พิมพ์รมณ์เสียเรื่องอะไรคะ หรือว่าห้าสิบเอ็ดเปอร์เซ็นต์มันน้อยไป โอ๊ย"
พิมพ์ดาวเอานิ้วคีบต้นแขนน้องสาวแล้วหยิก
“ก็อ่านที่แฟนคลับนายตรีมันด่าพี่ซี"
“แหม ก็อ่านที่เขาเชียร์บ้างซีคะ นี่ไงคะ เราเชียร์ ทั้งหล่อทั้งสวย นิสัยดีทั้งคู่"
พิมพ์ดาวนึกหมั่นไส้ “เฮอะ นายนั่นน่ะหรือนิสัยดี"
พิมพ์เดือนเย้า “อย่าทำหน้าเป็นนางร้ายแบบนั้นซีคะ"
พิมพ์ดาวค้อนน้องสาว พิมพ์เดือนหัวเราะ ดึงพี่สาวมากินของว่าง
“แล้วงานอีเวนท์คืนนี้ พี่พิมพ์ต้องไปลงอ่างอีกหรือเปล่าคะ"
ใบเฟิร์นหัวเราะคิกคัก
พิมพ์ดาวบอก “ไม่ต้อง เขาให้ไปร่วมงานเฉยๆ ไปเดินๆยิ้มๆ แล้วก็รับเช็ค"
“ไม่มีทางไปเดินๆ ยิ้มๆ หรอกค่ะ พี่พิมพ์ต้องโดนนักข่าวรุมสัมภาษณ์แน่ๆ"
ใบเฟิร์นตาเบิกกว้าง
“ไม่ได้นะคะ คุณพิมพ์ดาว ถ้ามีสัมภาษณ์ด้วยต้องอีกราคานึงนะคะ"
พิมพ์ดาวกับพิมพ์เดือน มองดูสาวใช้ไฮเทค
“ต๊าย แม่คุณ รู้ไปหมด นี่มาเป็นผู้จัดการให้ฉันดีไหม"
ใบเฟิร์นรับเฉย “ดีค่ะ"
“นี่ ฉันประชดย่ะ" พิมพ์ดาวบอก
ใบเฟิร์นค้อนขวับ
ขณะเดียวกัน ฐาปกรณ์และตรีภพนั่งอยู่บนโซฟา ตรีภพแต่งตัวผูกโบว์ไทอย่างออกงานราตรี แต่ไม่ใส่สูท
“ยังไง ไปแก้ข่าวหรือ" ฐาปกรณ์แซว
“คงงั้นแหละครับ จะได้ไม่ยืดเยื้อ"
“แล้วนี่ได้คุยกับเขาหรือยัง"
“ยังเลยครับ"
ประตูเปิดออก มาดามสุแต่งหน้าแต่งผมสุดอลังการ แต่สวมเสื้อคลุมอาบน้ำตัวสั้น ถือชุดราตรีพาดแขนมา ตรีภพกับฐาปกรณ์ชะงัก
“ว้าย น้องตรีจะไปงานเปิดตัวแป้งฝังเพชรใช่ไหมคะ"
“ฮะ"
“ว้าย ดีค่ะ เดี๋ยวพี่ขอติดรถไปด้วยคน"
ตรีภพกลืนน้ำลาย ไม่ยอมรับปาก
“นี่ คุณจะไปทำไม" ฐาปกรณ์งง
สุชาดามานั่งโครมบนโซฟาตรงข้ามตรีภพ เสื้อหลุมแหวกอวดอกบึ้ม ตรีภพเมินหน้า
“ก็นังบีบีน่ะซีคะ มันจะเปิดตัวเด็กสร้างของมันในงานนี้ เป็นพรีเซนเตอร์งานนี้ด้วย" สุชาดาบอก
“อ๋อ นางเอกใหม่ใช่ไหม"
“ค่ะ เห็นว่านังบีบีเอาไปไหว้นายมา นายปลื้มมาก บอกให้ลงละครได้เลย"
“เอาอีกแล้ว สวยเข้าตาผู้ใหญ่ แต่เล่นได้หรือเปล่าก็ไม่รู้" ฐาปกรณ์เซ็ง
“อุ๊ย อย่าเรื่องมากเลย เขาสั่งมาก็ทำไป เรื่องแรกเล่นไม่ดี พอเรื่องสี่เรื่องห้าก็ดีเองแหละ"
ตรีภพทำคอย่น มาดามสุมองดูรีบโบกมือ พัลวัน
“ว้าย นี่พี่ไม่ได้ว่าน้องตรีนะคะ เพราะของน้องตรีน่ะ พอเรื่องที่สองก็ไม่เป็นหุ่นยนต์แล้ว"
ตรีภพยิ้มแห้งๆ มาดามสุลุกพรวดขึ้น
“ว้าย มัวแต่พูดมาก พี่ไปนุ่งผ้าก่อนนะคะ"
สุชาดาหอบชุดเดินเข้าห้องน้ำไป พนักงานหญิงเปิดประตูเข้ามา ถือบทมาปึกหนึ่ง
“บทได้แล้วค่ะ"
ฐาปกรณ์รับมาพลิกๆ ดู แล้วลุกขึ้นมาที่โต๊ะทำงาน ตรีภพลุกตาม พนักงานออกไป
“บทไอ้แก้วหรือครับ"
ฐาปกรณ์ทึ่งมาก “อือม์ สามวัน สิบสองตอน ไม่น่าเชื่อเลยว่าไอ้แก้วจะทำได้"
“พี่อ่านแล้วเป็นยังไงบ้างครับ"
“ก็ดีนะ นี่ก็ส่งเข้าไปให้ช่องแล้ว คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร"
ฐาปกรณ์เอาบททั้งปึกใส่ซองสีน้ำตาล แล้วส่งให้ตรีภพ
“นายเอาไปอ่านดู"
“ได้ฮะ ผมจะอ่านดูคืนนี้เลย.. อ้อ ผมไปก่อนนะพี่"
ตรีภพยกมือไหว้ลา ฐาปกรณ์พยักหน้าหงึกๆ ตรีภพออกไป ฐาปกรณ์นั่งลงดูบทในจอมอนิเตอร์
คุ้มนางครวญ ตอนที่ 1
ฉาก 1 ธรรมชาติเมืองเหนือ กลางวัน
มองทางหลายสถานที่ ตัดสลับกับเจ้านางยอดหล้า
1) เมฆใหญ่เคลื่อนมาบนท้องฟ้าสีคราม เสียงซึงดังมาแผ่วเบา
2) ขุนเขาสลับซับซ้อนไกลสุดสายตา มีเมฆลอยต่ำกว่ายอดเขา
3) ป่าใหญ่ดูเขียวขจี มีหมอกสีขาวลอยอยู่เป็นสาย
4) มือขาวนวล นิ้วเรียวยาว ดีดลงบนซึง เสียงซึงดังเพิ่มขึ้น จังหวะเร่งเร้าขึ้น
5) น้ำในลำธารไหลเซาะโขดหิน เข้ากับเสียงซึง
6) ทิลล์ขึ้นจากมือที่ดีดซึง เห็นร่างระหงแบบบาง พัสตราอาภรณ์วูบวาบ
ฐาปกรณ์อ่านบท คิดภาพตามไปด้วย
7) ฝูงนกแตกฮือบินสู่ท้องฟ้า เสียงซึงเปลี่ยนตาม
8) ภาพทิลล์ขึ้น จนเห็นใบหน้ายอดหล้ากำลังดื่มด่ำกับบทเพลงของตน ดวงหน้านั้นงามพิลาสล้ำ
ฐาปกรณ์เหมือนตกอยู่ในภวังค์
ใบหน้างดงามของเจ้านางยอดหล้ามองมา แต่ดวงตาคมดุ ดูงดงามและน่ากลัวระคนกัน
ฐาปกรณ์ผงะ ทันใดไฟบนเพดานก็หรี่ จอคอมพิวเตอร์ภาพไหวแล้วดับวูบลง บรรยากาศดูมืดสลัว ฐาปกรณ์ลุกขึ้นยืน ถอยมา มีร่างๆหนึ่งยืนเป็นเงาดำข้างหลัง
ฐาปกรณ์ค่อยๆหันมา แลเห็นร่างทะมึนก็ร้องสุดเสียง
“เฮ้ย เว้ย" อ่านต่อ คุ้มนางครวญตอนที่ 3
ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก http://www.manager.co.th/
บทละครคุ้มนางครวญ, ละครคุ้มนางครวญ, อ่านละครออนไลน์, อ่านละครออนไลน์คุ้มนางครวญ, อ่านคุ้มนางครวญออนไลน์,คุ้มนางครวญ,คุ้มนางครวญคุ้มนางครวญออนไลน์
คลิปย้อนหลังคุ้มนางครวญ ทุกตอน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น